| ชื่อเรื่อง | : | ความหลากชนิดของด้วงดินในพื้นที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยชินชูและศักยภาพการเป็นตัวห้ำ |
| นักวิจัย | : | ปิยะวรรณ สุทธิประพันธ์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1062546000452 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ด้วงดิน (ground beetle) เป็นด้วงปีกแข็งในวงศ์ Carabidae จัดเป็นแมลงศัตรูธรรมชาติที่สำคัญในระบบนิเวศเกษตรและธรรมชาติ และมีความเป็นไปได้สูงมากในการนำมาใช้ควบคุมศตรูพืชโดยชีววิธี จึงได้ทำการศึกษาความหลากชนิดของด้วงดินขึ้น ใน 2 พื้นที่ โดยแห่งแรกคือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประกอบด้วยพื้นที่ปลูกผัก ป่าสัก ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ สวนไม้ดอกไม้ประดับ และสวนกาแฟ และแห่งที่สองคือมหาวิทยาลัยชินชู ประกอบด้วย พื้นที่ปลูกผัก ป่าสน ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ แปลงไม้ดอกไม้ประดับ สวนผลไม้ และโรงอาหาร โดยใช้กับดักหลุมพราง(pitfall trap) ในการเก็บตัวอย่าง การวิเคราะห์และจำแนกชนิด และแสดงผลด้วยค่าดัชนีความหลากหลาย Shannon-Weiner index, Simpson's index และ Evennessindex พื้นที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พบด้วงดินในทุกพื้นที่การศึกษา ยกเว้นพื้นที่ป่าสัก ด้วงดินที่พบมีจำนวน 117 ตัว จำแนกได้ 13 ชนิด โดย 5 ชนิดแรกที่พบมากที่สุดตามลำดับ คือ ~iChlaenius~i sp. I, ~iPheropsophus~i sp.,~iChlaenius hamifer~i Chaudoir, ~iPheropsophus javanus~i (Dejean)และ ~iChlaenius~i sp. II พื้นที่ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์มีดัชนีความหลากชนิดและดัชนีความสม่ำเสมอของชนิดสูงที่สุด ส่วนพื้นที่แปลงไม้ดอกไม้ประดับมีค่าดัชนีต่ำที่สุด พื้นที่มหาวิทยาลัยชินชูพบด้วงดิน 481 ตัว จำแนกได้ 28 ชนิด ด้วงดินชนิดที่พบมากที่สุด 5 ชนิดแรกตามลำดับ คือ ~iSynuchus cycloderus~i (Bates),~iHarpalus jurceki~i (Jedlikca), ~iDolichus halensis~i (Schaller),~Synuchus arcuaticollis~i (Motschulsky) และ ~iAmara macronota ovalipennis~iJedlikca โดยค่าความหลากชนิด Shannon-Weiner index สูงที่สุดในพื้นที่ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ขณะที่ Simpson's index นั้นสูงสุดในบริเวณโรงอาหารอย่างไรก็ตามทั้งสองค่าให้ค่าต่ำสุดในพื้นที่ป่าเหมือนกัน ส่วนดัชนีความสม่ำเสมอของชนิดนั้นนั้นมีค่าสูงที่สุดและต่ำสุดในลักษณะเดียวกับค่า Sahnnon-Weiner index ด้วงดิน ~iPheropsophus~i sp. และ ~iChlaenius~i sp.I:ซึ่งพบที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีศักยภาพการเป็นตัวห้ำดีที่สุด โดย ~iPheropsophus~i sp.มีประสิทธิภาพในการกินหนอนผีเสื้อกระหล่ำ (~iPieris canidia~i L.) วัยที่ 3เฉลี่ย 0.8 ตัวต่อตัวต่อวัน ส่วนด้วงดิน ~iChlaenius~i sp.I มีประสิทธิภาพในการกินหนอนใยผัก (~iPlutella xylostella~i L.) วัยที่ 4 และหนอนกระทู้ผัก(~iSpodoptera litura~i(F.)) วัยที่ 3 เฉลี่ย 1.4 และ 0.6 ตัวต่อตัวต่อวันตามลำดับ |
| บรรณานุกรม | : |
ปิยะวรรณ สุทธิประพันธ์ . (2546). ความหลากชนิดของด้วงดินในพื้นที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยชินชูและศักยภาพการเป็นตัวห้ำ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปิยะวรรณ สุทธิประพันธ์ . 2546. "ความหลากชนิดของด้วงดินในพื้นที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยชินชูและศักยภาพการเป็นตัวห้ำ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปิยะวรรณ สุทธิประพันธ์ . "ความหลากชนิดของด้วงดินในพื้นที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยชินชูและศักยภาพการเป็นตัวห้ำ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print. ปิยะวรรณ สุทธิประพันธ์ . ความหลากชนิดของด้วงดินในพื้นที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยชินชูและศักยภาพการเป็นตัวห้ำ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.
|
