ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้เปลือกเมล็ดถั่วเหลืองเป็นอาหารโคนม

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้เปลือกเมล็ดถั่วเหลืองเป็นอาหารโคนม
นักวิจัย : Suganya Gernglang
คำค้น : เปลือกเมล็ดถั่วเหลือง , การสลายตัว , การย่อยได้ , แอมโมเนียไนโตรเจน , กรดไขมันระเหยได้ , SOYBEAN HULLS , DEGRADATION , DIGESTIBILITY , AMMONIA NITROGEN , VOLATILE FATTY ACID
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1062546000106
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทราบถึงองค์ประกอบทางเคมี และผลของการใช้อาหารทดลองที่ผสมเปลือกเมล็ดถั่วเหลืองที่ระดับ 0, 20, 40 และ 60 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ โดยวิธีการศึกษาการสลายตัวของโภชนะภายในกระเพาะหมักด้วยวิธีการใช้ถุงในล่อน ประเมินค่าการย่อยได้และพลังงานที่สัตว์ได้รับด้วยวิธีการวัดปริมาณแก๊สที่เกิดขึ้น ศึกษาการย่อยได้ของโภชนะในตัวสัตว์ของอาหารทดลองที่ผสมเมล็ดถั่วเหลืองทั้ง 4 ระดับร่วมกับหญ้ารูซี่แห้ง โดยวิธีการแบบดั้งเดิมเพื่อหาค่าการย่อยได้ปรากฏและวิธีการใช้สารบ่งชี้เพื่อประเมินค่าการย่อยได้ที่เกิดขึ้นโดยตัวสัตว์จริงภายในลำไส้เล็ก โดยใช้สารเคมีไททาเนียมออกไซด์เป็นตัวบ่งชี้ ศึกษาในโคนมระยะแห้งนมและไม่ให้ผลผลิต ลูกผสมพันธุ์พื้นเมือง x โฮลสไตน์ฟรีเชี่ยน เพศเมีย อายุ 4-7 ปี จำนวน 4 ตัว น้ำหนักตัว 416 (+,ฑ) 54 กิโลกรัม ที่ได้รับการผ่าตัดเปิดทางเดินอาหารบริเวณกระเพาะหมัก ลำไส้เล็กส่วนต้น และลำไส้เล็กส่วนปลายรวมทั้งศึกษาสภาพภายในกระเพาะหมักภายหลังได้รับอาหารทั้ง 4 ระดับ เปลือกเมล็ดถั่วเหลืองที่ศึกษาครั้งนี้ประกอบไปด้วยวัตถุแห้ง 88.71 เปอร์เซ็นต์ อินทรียวัตถุ 95.42 เปอร์เซ็นต์ โปรตีนรวม 11.42 เปอร์เซ็นต์ ไขมัน 3.57 เปอร์เซ็นต์ เยื่อใยรวม 24.75 เปอร์เซ็นต์ เยื่อใยที่ละลายในด่าง 39.03 เปอร์เซ็นต์ เยื่อใยที่ละลายในกรด 27.78 เปอร์เซ็นต์ (ร้อยละของวัตถุแห้ง) ผลการศึกษาโดยวิธีใช้ถุงไนล่อน พบว่าเปลือกเมล็ดถั่วเหลืองมีส่วนที่ละลายได้ทันที 9.5 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่ไม่ละลายแต่สามารถถูกย่อยสลายได้โดยจุลินทรีย์ 89.85 เปอร์เซ็นต์ ค่าศักยภาพ ในการสลายตัว 99.35 เปอร์เซ็นต์ อัตราการสลายตัว 0.05 ส่วนต่อชั่วโมง และการวัดประสิทธิภาพการสลายตัวที่ 0.05 ส่วนต่อชั่วโมงเท่ากับ 56.25 เปอร์เซ็นต์ และค่าการละลายของวัตถุแห้งในอาหารที่ผสมเปลือกเมล็ดถั่วเหลือง พบว่าที่ระดับ 40 เปอร์เซ็นต์และโปรตีนรวมที่ระดับ 20 เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าระดับอื่น ๆ อย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) ส่วนที่ไม่ละลายแต่สามารถเกิดกระบวนการหมักย่อย โดยจุลินทรีย์ของวัตถุแห้งในอาหารทดลองที่ผสมเปลือกเมล็ดถั่วเหลืองทุกระดับไม่แตกต่างกัน (P>0.05) แต่กลับพบว่าค่าการสลายตัวของโปรตีนรวมของอาหารทดลองที่ระดับ 60 เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าทุกระดับ (P<0.05) ค่าศักยภาพในการสลายตัวและช่วงเวลาที่จุลินทรีย์เริ่มเข้าย่อยอาหารทดลอง และเกิดการสลายตัวของวัตถุแห้งและโปรตีนรวมในอาหารทดลองทุกระดับ ไม่แตกต่างกัน (P>0.05) อัตราการสลายตัวของวัตถุแห้งในอาหารทดลองที่ผสมเปลือกเมล็ดถั่วเหลืองทุกระดับ ไม่แตกต่างกัน (P>0.05) สำหรับอัตราการสลายตัวของโปรตีนรวมพบว่า อาหารทดลองที่ระดับ 40 และ 60 เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าที่ระดับ 0 และ 20 เปอร์เซ็นต์อย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) การวัดประสิทธิภาพการสลายตัวที่อัตรา 0.05 ส่วนต่อชั่วโมงของวัตถุแห้งในอาหารทดลองที่ผสมเปลือกเมล็ดถั่วเหลืองทุกระดับ ไม่แตกต่างกัน (P>0.05) แต่ค่าประสิทธิภาพการสลายตัวของโปรตีนรวมของอาหารทดลองที่ผสมเปลือกเมล็ดถั่วเหลืองที่ระดับ 0 เปอร์เซ็นต์ ต่ำกว่าทุกระดับ (P<0.05) การประเมินค่าการย่อยได้และพลังงานที่สัตว์ได้รับด้วยวิธีการวัดปริมาณแก๊สที่เกิดขึ้นของอาหารทดลองที่ผสมเปลือกเมล็ดถั่วเหลือง พบว่าค่าการย่อยได้ของอินทรียวัตถุ ค่าพลังงานใช้ประโยชน์ และค่าพลังงานสุทธิเพื่อการให้นม ด้วยวิธีการวัดแก๊สของอาหารทดลองที่ผสมเปลือกเมล็ดถั่วเหลืองทุกระดับมีค่าใกล้เคียงกัน (P>0.05) การศึกษาการย่อยได้ของโภชนะในตัวสัตว์โดยวิธีการแบบดั้งเดิม พบว่าสัมประสิทธิ์การย่อยได้ของวัตถุแห้ง อินทรียวัตถุ และโปรตีนรวมในอาหารทดลองที่ผสมเปลือกเมล็ดถั่วเหลืองทุกระดับ ไม่แตกต่างกัน (P>0.05) สัมประสิทธิ์การย่อยได้ของไขมันรวมในอาหารทดลองที่ระดับ 0 เปอร์เซ็นต์มีค่าต่ำกว่าทุกระดับ อย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) โภชนะรวมย่อยได้ในอาหารทดลองที่ระดับ 0 เปอร์เซ็นต์มีค่าต่ำกว่าทุกระดับ อย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) พลังงานรวม พลังงานใช้ประโยชน์ได้ และพลังงานสุทธิเพื่อการให้นมในอาหารทดลองทั้ง 4 ระดับ ไม่แตกต่างกัน(P>0.05) สัมประสิทธิ์การย่อยได้ของวัตถุแห้ง และอินทรียวัตถุจากวิธีการใช้สารบ่งชี้เพื่อประเมินค่าการย่อยได้ที่เกิดขึ้นโดยตัวสัตว์จริงภายในลำไส้เล็กของอาหารทดลองทุกระดับ พบว่าปริมาณวัตถุแห้ง อินทรียวัตถุที่ไหลผ่านเข้าไปในลำไส้เล็กและที่ย่อยได้ในลำไส้เล็ก ไม่แตกต่างกัน (P>0.05) และปริมาณโปรตีนรวมที่ไหลผ่านเข้าไปในลำไส้เล็กและที่ย่อยได้ในลำไส้เล็ก มีค่าสูงขึ้นเมื่อเพิ่มปริมาณเปลือกเมล็ดถั่วเหลืองในอาหารทดลอง (P<0.05) ผลการศึกษาสภาพภายในกระเพาะหมัก พบว่าความเป็นกรด-ด่างภายในกระเพาะหมักหลังโคได้รับอาหารที่ผสมเปลือกเมล็ดถั่วเหลืองทั้ง 4 ระดับในตอนเช้า 1 ชั่วโมงมีแนวโน้มต่ำกว่าทุก ๆ ชั่วโมง (P>0.05) ปริมาณแอมโมเนียไนโตรเจนในกระเพาะหมักโคนมที่ได้รับอาหารผสมเปลือกเมล็ดถั่วเหลืองที่ระดับ 0 เปอร์เซ็นต์ หลังโคได้รับอาหารในตอนเช้า 1 ชั่วโมงต่ำกว่าทุกระดับอย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) และพบว่าในชั่วโมงที่ 1 หลังได้รับอาหารเช้า โคทดลองที่ได้รับอาหารทดลองที่ผสมเปลือกเมล็ดถั่วเหลืองทั้ง 4 ระดับ มีค่าสูงกว่าก่อนโคทดลองได้รับอาหารในตอนเช้า1 ชั่วโมง ส่วนที่ชั่วโมงอื่น ๆ ปริมาณแอมโมเนียไนโตรเจน ไม่แตกต่างกัน (P>0.05) ปริมาณกรดไขมันระเหยได้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามระดับของการเพิ่มปริมาณเปลือกเมล็ดถั่วเหลืองในอาหารทดลอง (P>0.05)

บรรณานุกรม :
Suganya Gernglang . (2546). การใช้เปลือกเมล็ดถั่วเหลืองเป็นอาหารโคนม.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
Suganya Gernglang . 2546. "การใช้เปลือกเมล็ดถั่วเหลืองเป็นอาหารโคนม".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
Suganya Gernglang . "การใช้เปลือกเมล็ดถั่วเหลืองเป็นอาหารโคนม."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print.
Suganya Gernglang . การใช้เปลือกเมล็ดถั่วเหลืองเป็นอาหารโคนม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.