| ชื่อเรื่อง | : | การสำรวจความชุก และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับระดับความรุนแรงของโรคหอบหืดในเด็กนักเรียนชั้นมัธยมต้น ของโรงเรียนในพื้นที่ใกล้เคียง ร.พ. นพรัตนราชธานี |
| นักวิจัย | : | ผุสดี ธรรมานวัตร์ |
| คำค้น | : | ASTHMA , ISAAC , PREVALENCE OF ASTHMA , SEVERITY OF ASTHMA |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082548001606 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ~bความเป็นมา~b : โรงพยาบาลนพรัตนราชธานีเป็นโรงพยาบาลรัฐที่ให้การรักษาโรคทางตติยภูมิ รวมถึงโรคหอบหืดซึ่งมีผู้ป่วยจำนวนมากในทุกกลุ่มอายุ ผู้วิจัยในฐานะกุมารแพทย์และแพทย์หน่วยภูมิแพ้ มีความสนใจที่จะทำโครงการเพื่อหาความชุกระดับความรุนแรงของโรคหอบหืดและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับระดับความรุนแรงของโรคในเด็กนักเรียนชั้นมัธยมต้นของโรงเรียนในเขตมีนบุรี คันนายาว และบางกะปิ ในช่วงปี 2547-2548 ~bวิธีการ~b : โดยใช้แบบสอบถามมาตรฐาน ISAAC ซึ่งเป็นแบบสอบถามประกอบวีดีโอในการค้นหาผู้ที่เป็นโรคหอบหืดจากเด็กนักเรียนกลุ่มตัวอย่างคือเด็กนักเรียนมัธยม 1-3 ที่สุ่มโดยวิธี stratified และ simple random sampling จากโรงเรียน 15 แห่งที่อยู่ในพื้นที่ใกล้โรงพยาบาล ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 2684 คน จาก 7 โรงเรียน ~bผลการศึกษา~b พบว่ามีเด็กเป็นโรคหอบหืด 713 คนคิดเป็นความชุกของโรคได้ร้อยละ 26.6 (95%CI :24.9%, 28.3%), ความชุกของเด็กที่มีอาการหอบหืดใน 1 ปีที่ผ่านมาร้อยละ 20.9, ความชุกของการหอบกลางคืนร้อยละ 20.4 และความชุกของการหอบจากการออกกำลังกายร้อยละ 8.1 หลังจากนั้นทำการสุ่มเลือกตัวอย่างจากกลุ่มที่คัดได้มา 283 คน เพื่อศึกษาระดับความรุนแรงของโรคหอบหืด และใช้แบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเพื่อศึกษาระดับความรุนแรงของโรคปัจจัย การปฏิบัติของตัวเด็กและผู้ปกครองที่เกี่ยวข้องกับระดับความรุนแรงของโรค จากการศึกษาพบว่าระดับความรุนแรงแยกเป็นกลุ่มอาการน้อยเป็นครั้งคราวร้อยละ 61.1, กลุ่มอาการน้อยเป็นเรื้อรัง ร้อยละ 27.2 และกลุ่มอาการปานกลางเป็นเรื้อรัง ร้อยละ 11.7 กลุ่มอาการรุนแรงไม่พบ ปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการจับหืดค่อนข้างมากโดยรวม ได้แก่ การออกกำลังกายไข้หวัด การเปลี่ยนอากาศ ฤดู มลพิษในอากาศ ฝุ่นละออง โดยการเป็นไข้หวัดมีผลกระตุ้นให้เกิดการจับหืดสูงสุด (ร้อยละ 88) การเปลี่ยนอากาศและฤดูมีผลทำให้เกิดอัตราการจับหืดสูงสุดในกลุ่มรุนแรงปานกลางเรื้อรัง และน้อยสุดในกลุ่มอาการน้อยเเป็นครั้งคราว อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.05) ส่วนด้านการปฏิบัติที่มีความสัมพันธ์กับความรุนแรงของโรคอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.05) ได้แก่ การรับรู้ว่าเด็กเป็นหอบหืด การพาเด็กไปรักษาภูมิแพ้ การใช้ยาป้องกันหอบ พฤติกรรมการกินยาและใช้ยาขยายหลอดลมของเด็กเอง การใช้ยาขยายหลอดลมเวลามีอาการโดยรวมผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีความต่อเนื่องในการรักษาในทั้งสามกลุ่ม ~bสรุป~b : ผู้ปกครองควรเพิ่มความระวังการเกิดการจับหืดในเด็กที่เป็นหอบหืดโดยเฉพาะกลุ่มอาการรุนแรงปานกลางเรื้อรังในขณะที่อากาศเปลี่ยน และเปลี่ยนฤดู และให้ความสำคัญกับการติดตามรักษาและการป้องกันเพื่อช่วยลดความรุนแรงของโรคหอบหืดในเด็ก |
| บรรณานุกรม | : |
ผุสดี ธรรมานวัตร์ . (2548). การสำรวจความชุก และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับระดับความรุนแรงของโรคหอบหืดในเด็กนักเรียนชั้นมัธยมต้น ของโรงเรียนในพื้นที่ใกล้เคียง ร.พ. นพรัตนราชธานี.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ผุสดี ธรรมานวัตร์ . 2548. "การสำรวจความชุก และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับระดับความรุนแรงของโรคหอบหืดในเด็กนักเรียนชั้นมัธยมต้น ของโรงเรียนในพื้นที่ใกล้เคียง ร.พ. นพรัตนราชธานี".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ผุสดี ธรรมานวัตร์ . "การสำรวจความชุก และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับระดับความรุนแรงของโรคหอบหืดในเด็กนักเรียนชั้นมัธยมต้น ของโรงเรียนในพื้นที่ใกล้เคียง ร.พ. นพรัตนราชธานี."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2548. Print. ผุสดี ธรรมานวัตร์ . การสำรวจความชุก และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับระดับความรุนแรงของโรคหอบหืดในเด็กนักเรียนชั้นมัธยมต้น ของโรงเรียนในพื้นที่ใกล้เคียง ร.พ. นพรัตนราชธานี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2548.
|
