ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาย้อนหลังผลของการรักษาโรคมะเร็งตับชนิดปฐมภูมิด้วยวิธีฉีดยาเคมีบำบัดชนิด 5-ฟลูโอโรยูราซิลและไมโตไมซินซี ผสมลิปิออยดอลและเจลโฟมเข้าสู่ก้อนมะเร็งโดยผ่านเส้นเลือดแดงใหญ่บริเวณขาหนีบ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาย้อนหลังผลของการรักษาโรคมะเร็งตับชนิดปฐมภูมิด้วยวิธีฉีดยาเคมีบำบัดชนิด 5-ฟลูโอโรยูราซิลและไมโตไมซินซี ผสมลิปิออยดอลและเจลโฟมเข้าสู่ก้อนมะเร็งโดยผ่านเส้นเลือดแดงใหญ่บริเวณขาหนีบ
นักวิจัย : ภาณุสิต เพชราภิรัชต์
คำค้น : HEPATOCELLULAR CARCINOMA , TRANSARTERIAL CHEMOEMBOLIZATION
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082548001507
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

~bคำนำ~b : ในปัจจุบันยังไม่มีคำแนะนำที่เป็นมาตรฐานสำหรับชนิดของยาเคมีบำบัดที่เหมาะสม สถาบันส่วนใหญ่ใช้ยาชนิดเดียว มีข้อมูลของประสิทธิภาพในการใช้ยาเคมีบำบัดหลายชนิดร่วมกันจำกัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจำแนกผู้ป่วยตาม BCLC staging system ~bจุดประสงค์~b : เพื่อศึกษาถึงอัตราการรอดชีวิตของการรักษาโรคมะเร็งตับด้วยวิธีฉีดยาเคมีบำบัดเข้าสู่ก้อนมะเร็งโดยผ่านเส้นเลือดแดงใหญ่บริเวณขาหนีบด้วยการใช้ยา 5-ฟลูโอโรยูราซิลและไมโตไมซินซีโดยแยกผู้ป่วยตาม BCLC staging system ~bวิธีการ~b : ผู้ป่วยโรคมะเร็งตับที่ได้รับการรักษาด้วยวิธีฉีดยาเคมีบำบัดเข้าสู่ก้อนมะเร็งโดยผ่านเส้นเลือดแดงใหญ่บริเวณขาหนีบในรพ.จุฬาลงกรณ์ตั้งแต่เดือนมค.2541 ถึง พย.2546 จำนวน 144 ราย ได้รับการติดตามถึงสาเหตุและวันเดือนปีที่เสียชีวิต ~bผลการศึกษา~b : อัตราการรอดชีวิตที่ 1 และ 2 ปีใน stage A จำนวน 31 รายคือ 65% และ 38% ใน stage Bจำนวน 80 ราย คือ 44% และ 19% และใน stage C จำนวน 33 ราย คือ 12% และ 3% ตามลำดับ (p=0.01) เมื่อพิจารณาในผู้ป่วย stage A อัตราการรอดชีวิตที่ 1 และ 2 ปีใน Child A จำนวน 24 ราย คือ 78% และ 45% ใน Child B จำนวน 9 รายคือ 33% และ 22% ตามลำดับ (p=0.374) เมื่อพิจารณาในผู้ป่วย stage B อัตราการรอดชีวิตที่ 1 และ 2 ปีในผู้ป่วยที่มีก้อนมะเร็ง 1 ก้อนขนาดไม่เกิน 10 cm คือ 50% และ 40% และในผู้ป่วยที่มีก้อนมะเร็ง1 ก้อนขนาดใหญ่กว่า 10cm หรือมีก้อนมะเร็งมากกว่า 1 ก้อน คือ 40% และ 10% ตามลำดับ (p=0.01) ~bสรุป~b : การรักษาโรคมะเร็งตับด้วยวิธีฉีดยาเคมีบำบัดเข้าสู่ก้อนมะเร็งโดยผ่านเส้นเลือดแดงใหญ่บริเวณขาหนีบด้วยการใช้ยา 5-ฟลูโอโรยูราซิลและไมโตไมซินซี มีอัตราการรอดชีวิตที่ 1 และ 2 ปีดีที่สุดในผู้ป่วย BCLC stage A และอาจมีประโยชน์ในการเพิ่มอัตราการรอดชีวิตในผู้ป่วย BCLC stage B ที่มีก้อนมะเร็ง1 ก้อนขนาดไม่เกิน 10 cm

บรรณานุกรม :
ภาณุสิต เพชราภิรัชต์ . (2548). การศึกษาย้อนหลังผลของการรักษาโรคมะเร็งตับชนิดปฐมภูมิด้วยวิธีฉีดยาเคมีบำบัดชนิด 5-ฟลูโอโรยูราซิลและไมโตไมซินซี ผสมลิปิออยดอลและเจลโฟมเข้าสู่ก้อนมะเร็งโดยผ่านเส้นเลือดแดงใหญ่บริเวณขาหนีบ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ภาณุสิต เพชราภิรัชต์ . 2548. "การศึกษาย้อนหลังผลของการรักษาโรคมะเร็งตับชนิดปฐมภูมิด้วยวิธีฉีดยาเคมีบำบัดชนิด 5-ฟลูโอโรยูราซิลและไมโตไมซินซี ผสมลิปิออยดอลและเจลโฟมเข้าสู่ก้อนมะเร็งโดยผ่านเส้นเลือดแดงใหญ่บริเวณขาหนีบ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ภาณุสิต เพชราภิรัชต์ . "การศึกษาย้อนหลังผลของการรักษาโรคมะเร็งตับชนิดปฐมภูมิด้วยวิธีฉีดยาเคมีบำบัดชนิด 5-ฟลูโอโรยูราซิลและไมโตไมซินซี ผสมลิปิออยดอลและเจลโฟมเข้าสู่ก้อนมะเร็งโดยผ่านเส้นเลือดแดงใหญ่บริเวณขาหนีบ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2548. Print.
ภาณุสิต เพชราภิรัชต์ . การศึกษาย้อนหลังผลของการรักษาโรคมะเร็งตับชนิดปฐมภูมิด้วยวิธีฉีดยาเคมีบำบัดชนิด 5-ฟลูโอโรยูราซิลและไมโตไมซินซี ผสมลิปิออยดอลและเจลโฟมเข้าสู่ก้อนมะเร็งโดยผ่านเส้นเลือดแดงใหญ่บริเวณขาหนีบ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2548.