| ชื่อเรื่อง | : | ความคิดเห็นของแพทย์ พยาบาล และผู้ปกครองของผู้ป่วยเด็กที่เกี่ยวกับการดูแลรักษาผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้าย ของฝ่ายกุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ |
| นักวิจัย | : | ศรัยอร ธงอินเนตร |
| คำค้น | : | PALLIATIVE CARE , END OF LIFE CARE , TERMINAL ILLNESS , PEDIATRICS , PHYSICIAN ATTITUDES , NURSE ATTITUDES , FAMILY ATTITUDES |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082548001370 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ~bวัตถุประสงค์ :~b เพื่อศึกษาความคิดเห็นของแพทย์และพยาบาลเกี่ยวกับการดูแลรักษาผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้าย และความคิดเห็นของผู้ปกครองเกี่ยวกับการดูแลรักษาผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้ายของฝ่ายกุมรเวชศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ~bรูปแบบการวิจัย :~b การวิจัยเชิงวิเคราะห์ ~bสถานที่ศึกษา :~b ฝ่ายกุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ~bประชากร :~b มี 3 กลุ่ม 1. อาจารย์แพทย์ แพทย์ประจำบ้านต่อยอด และแพทย์ประจำบ้าน ของภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2. พยาบาลประจำหอผู้ป่วยเด็ก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 3. ผู้ปกครองของผู้ป่วยเด็กที่เข้าโครงการการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่เสียชีวิตแล้ว ~bวิธีการศึกษา :~b รวบรวมความคิดเห็นของแพทย์ พยาบาล เกี่ยวกับการดูแลรักษาผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้ายโดยใช้แบบสอบถามความคิดเห็นของแพทย์และพยาบาลในด้านความสนใจ ความมั่นใจในการดูแลผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้าย และทักษะในการสื่อสารต่างๆ ได้แก่ การแจ้งข่าวร้าย การให้คำปรึกษากับญาติของผู้ป่วย รวมทั้งความลำบากใจในการให้ยาระงับปวด แล้วนำคะแนนความคิดเห็นมาวิเคราะห์โดยใช้ rating scale และหาค่าร้อยละของคะแนนความคิดเห็นของแต่ละกลุ่มประชากรในแต่ละคำถาม จากนั้นใช้สถิติ Mann-Whitney Utest และ Dunnet T3 ในการหาความแตกต่างของกลุ่มประชากรในแต่ละคำถาม ส่วนความพึงพอใจของผู้ปกครองของผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้ายใช้วิธีสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ และสอบถามเกี่ยวกับความพึงพอใจต่อการสื่อสาร คุณภาพการรักษา การให้ข้อมูลของแพทย์และพยาบาล และการวางแผนการรักษา แล้วนำข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้ปกครองมาหาค่าร้อยละและความพึงพอใจ ~bผลการศึกษา :~b แพทย์และพยาบาลมีความสนใจใน palliative treatment ค่อนข้างมาก โดยร้อยละ75.6 มีความสนใจในระดับมากถึงมากที่สุดในด้านการปฏิบัติงานกับผู้ป่วยระยะสุดท้ายทั้งแพทย์และพยาบาลมากกว่าร้อยละ 50 ยังคงมีความกังวลใจในการดูแลผู้ป่วย การให้ยาระงับปวดเป็นหัวข้อเดียวในการศึกษานี้ที่พบว่าแพทย์และพยาบาลมีปัญหาค่อนข้างน้อย อายุ เพศ อาชีพ และ ประสบการณ์การทำงานเป็นปัจจัยที่มีผลต่อความคิดเห็นในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ในด้านความคิดเห็นของผู้ปกครองพบว่าผู้ปกครองของผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้ายในการศึกษานี้ส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในการรักษาที่ได้รับ รวมถึงพอใจในคุณภาพของข้อมูลวิธีการสื่อสารของแพทย์และทีมงาม รวมทั้งการวางแผนการรักษา แต่ยังพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 40 ไม่พอใจในการช่วยประคับประคองสภาพจิตใจที่บุตรและครอบครัวได้รับ ~bผลสรุป :~b แพทย์และพยาบาลมีความสนใจใน palliative treatment ค่อนข้างมาก แต่ส่วนใหญ่ยังคงมีความกังวลใจในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย การให้ยาระงับปวดเป็นหัวข้อเดียวในการศึกษานี้ที่พบว่าแพทย์และพยาบาลมีปัญหาค่อนข้างน้อย ผู้ปกครองของผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้ายที่เข้าร่วมโครงการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายในการศึกษานี้ส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในการรักษาที่ได้รับรวมถึงพอใจในคุณภาพของข้อมูล วิธีการสื่อสารของแพทย์และทีมงานและการวางแผนการรักษา |
| บรรณานุกรม | : |
ศรัยอร ธงอินเนตร . (2548). ความคิดเห็นของแพทย์ พยาบาล และผู้ปกครองของผู้ป่วยเด็กที่เกี่ยวกับการดูแลรักษาผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้าย ของฝ่ายกุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศรัยอร ธงอินเนตร . 2548. "ความคิดเห็นของแพทย์ พยาบาล และผู้ปกครองของผู้ป่วยเด็กที่เกี่ยวกับการดูแลรักษาผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้าย ของฝ่ายกุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศรัยอร ธงอินเนตร . "ความคิดเห็นของแพทย์ พยาบาล และผู้ปกครองของผู้ป่วยเด็กที่เกี่ยวกับการดูแลรักษาผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้าย ของฝ่ายกุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2548. Print. ศรัยอร ธงอินเนตร . ความคิดเห็นของแพทย์ พยาบาล และผู้ปกครองของผู้ป่วยเด็กที่เกี่ยวกับการดูแลรักษาผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้าย ของฝ่ายกุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2548.
|
