| ชื่อเรื่อง | : | ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับการมีเพศสัมพันธ์ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในกรุงเทพมหานคร |
| นักวิจัย | : | สิทธิพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ |
| คำค้น | : | SEXUAL RELATIONSHIPS , FAMILY FUNCTIONING , SELF-ESTEEM , PERCEIVED PEER NORMS , SENSATION SEEKING , ATTITUDE TOWARD TEENAGE SEX , PORNOGRAPHY |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082548001266 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับการมีเพศสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนเพศหญิงและชายจำนวน610 คน จาก 7 โรงเรียน ที่ผู้ปกครองอนุญาตให้ตอบแบบสอบถามได้ กลุ่มตัวอย่างแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มที่ 1 : กลุ่มนักเรียนที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์และไม่ตั้งใจจะมีเพศสัมพันธ์ใน 6-12 เดือนข้างหน้า กลุ่มที่ 2 : กลุ่มนักเรียนที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์แต่ตั้งใจจะมีเพศสัมพันธ์ใน 6-12 เดือนข้างหน้า และกลุ่ม 3 : กลุ่มนักเรียนที่เคยมีเพศสัมพันธ์เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม2 ส่วน ส่วนแรกเป็นข้อมูลทั่วไป ประกอบด้วย ข้อมูลส่วนบุคคล พฤติกรรมการดื่มสุรา การดูสื่อกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ และส่วนที่ 2 เป็นแบบสอบถามการรับรู้การทำหน้าที่ของครอบครัว การรับรู้ความภูมิใจในตนเอง การแสวงหาความตื่นเต้นเต้นเร้าใจในสัมผัส เจตคติต่อการมีเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่น และการรับรู้บรรทัดฐานในกลุ่มเพื่อน การวิเคราะห์ข้อมูล จะแยกวิเคราะห์นักเรียนเพศชายและเพศหญิงโดยใช้สถิติการจำแนกกลุ่มพหุคูณ (Multiple Discriminant Analysis) ด้วยการวิเคราะห์แบบขั้นตอน (Stepwise method)โดยใช้สถิติวิลค์สแลมดา (Wilks' Lambda) เป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกตัวแปรเข้าวิเคราะห์ ผลการวิจัยพบว่า ในกลุ่มตัวอย่างนักเรียนเพศชาย มีตัวแปร 5 ตัว ที่มีอำนาจจำแนกนักเรียนชายทั้ง 3 กลุ่มได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Wilks' Lambda = .346, p<.001) และสามารถจำแนกได้ถูกต้องถึงร้อยละ 75.00 โดยมีรูปแบบของตัวแปรทั้ง 5 ตัวที่แตกต่างกัน คือ ~iนักเรียนชายกลุ่มที่ 1 ที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์และไม่ตั้งใจจะมีเพศสัมพันธ์ใน 6-12 เดือนข้างหน้า~i จะมีการรับรู้การทำหน้าที่ของครอบครัวสูง การรับรู้บรรทัดฐานกลุ่มเพื่อนต่ำการแสวงหาความตื่นเต้นเร้าใจในสัมผัสต่ำ การดูสื่อกระตุ้นอารมณ์ทางเพศต่ำ และการรับรู้ความภูมิใจในตนเองสูง การจำแนกนักเรียนชายเข้ากลุ่มที่ 1 มีอำนาจการทำนายถูกต้อง ร้อยละ 82.90 ~iนักเรียนชายกลุ่มที่ 2 ที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์แต่ตั้งใจจะมีเพศสัมพันธ์ใน 6-12 เดือนข้างหน้า~i จะมีการรับรู้การทำหน้าที่ของครอบครัวต่ำ การรับรู้บรรทัดฐานกลุ่มเพื่อนสูง การแสวงหาความตื่นเต้นเร้าใจในสัมผัสสูง การดูสื่อกระตุ้นอารมณ์ทางเพศปานกลางและการรับรู้ความภูมิใจในตนเองปานกลาง การจำแนกนักเรียนชายเข้ากลุ่มที่ 2 มีอำนาจการทำนายถูกต้อง ร้อยละ 63.60 ~iนักเรียนชายกลุ่มที่ 3 ที่เคยมีเพศสัมพันธ์~i จะมีการรับรู้การทำหน้าที่ของครอบครัวต่ำ การรับรู้บรรทัดฐานกลุ่มเพื่อนสูง การแสวงหาความตื่นเต้นเร้าใจในสัมผัสสูง การดูสื่อกระตุ้นอารมณ์ทางเพศสูง และการรับรู้ความมีคุณค่าในตนเองต่ำ การจำแนกนักเรียนชายเข้ากลุ่มที่ 3 มีอำนาจการทำนายถูกต้อง ร้อยละ 79.20 ส่วนในนักเรียนเพศหญิง พบว่า มี 6 ตัวแปรที่มีอำนาจการจำแนกกลุ่มนักเรียนหญิงทั้ง 3 กลุ่มได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Wilks' lambda = .243, p<.001) และสามารถจำแนกได้ถูกต้องถึงร้อยละ88.30 โดยมีรูปแบบของตัวแปรทั้ง 6 ตัวที่แตกต่างกัน คือ ~iนักเรียนหญิงกลุ่มที่1 ที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์และไม่ตั้งใจจะมีเพศสัมพันธ์ใน 6-12 เดือนข้างหน้า~i จะมีการรับรู้การทำหน้าที่ของครอบครัวสูง การรับรู้บรรทัดฐานกลุ่มเพื่อนต่ำ เจตคติต่อการมีเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่นที่ต่ำ การแสวงหาความตื่นเต้นเร้าใจในสัมผัสต่ำ การดูสื่อกระตุ้นอารมณ์ทางเพศต่ำ และการรับรู้ความภูมิใจในตนเองสูง การจำแนกนักเรียนหญิงเข้ากลุ่มที่ 1 มีอำนาจการทำนายถูกต้อง ร้อยละ 94.80 ~iนักเรียนหญิงกลุ่มที่ 2 ที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์แต่ตั้งใจจะมีเพศสัมพันธ์ใน 6-12 เดือนข้างหน้า~i จะมีการรับรู้ทำหน้าที่ของครอบครัวต่ำ การรับรู้บรรทัดฐานกลุ่มเพื่อนสูง การดูสื่อกระตุ้นอารมณ์ทางเพศสูง เจตคติต่อการมีเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่นที่สูง การแสวงหาความตื่นเต้นเร้าใจในสัมผัสปานกลาง และการรับรู้ความภูมิใจในตนเองปานกลาง การจำแนกนักเรียนหญิงเข้ากลุ่มที่ 2 มีอำนาจการทำนายถูกต้อง ร้อยละ 76.30 ~iนักเรียนหญิงกลุ่มที่ 3 ที่เคยมีเพศสัมพันธ์~i จะมีการรับรู้การทำหน้าที่ของครอบครัวต่ำ การรับรู้บรรทัดฐานกลุ่มเพื่อนสูง การดูสื่อกระตุ้นอารมณ์ทางเพศสูง เจตคติต่อการมีเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่นสูง การแสวงหาความตื่นเต้นเร้าใจในสัมผัสสูง และการรับรู้ความภูมิใจตนเองต่ำ การจำแนกนักเรียนหญิงเข้ากลุ่มที่ 3 มีอำนาจการทำนายถูกต้อง ร้อยละ 76.90 |
| บรรณานุกรม | : |
สิทธิพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ . (2548). ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับการมีเพศสัมพันธ์ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในกรุงเทพมหานคร.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สิทธิพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ . 2548. "ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับการมีเพศสัมพันธ์ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในกรุงเทพมหานคร".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สิทธิพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ . "ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับการมีเพศสัมพันธ์ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในกรุงเทพมหานคร."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2548. Print. สิทธิพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ . ปัจจัยคัดสรรที่สัมพันธ์กับการมีเพศสัมพันธ์ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2548.
|
