ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การสนองความต้องการจำเป็นด้านสมรรถนะสารสนเทศทางการพยาบาลและอุปสงค์ผ่านผลของการพัฒนาโมเดลเชิงสาเหตุย้อนกลับ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การสนองความต้องการจำเป็นด้านสมรรถนะสารสนเทศทางการพยาบาลและอุปสงค์ผ่านผลของการพัฒนาโมเดลเชิงสาเหตุย้อนกลับ
นักวิจัย : ปิยมาภรณ์ โชคอวยชัย
คำค้น : NURSING INFORMATICS COMPETENCY , NEEDS ASSESSMENT , NON-RECURSIVE CAUSAL MODEL
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082548001017
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินความต้องการจำเป็นด้านสมรรถนะสารสนเทศทางการพยาบาล 2) พัฒนาและ ตรวจสอบความตรงของโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของสมรรถนะสารสนเทศทางการพยาบาลที่คาดหวัง 3) พัฒนาและ ตรวจสอบความตรงของโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุแบบอิทธิพลย้อนกลับระหว่างความต้องการจำเป็นด้านสมรรถนะสารสนเทศทางการพยาบาล และอุปสงค์ และ 4) ศึกษาแนวทางการสนองความต้องการจำเป็นด้านสมรรถนะสารสนเทศทางการพยาบาล และอุปสงค์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย นักเรียนพยาบาลศาสตร์ชั้นปีที่ 1 - 4 จำนวน 360 คน สังกัดกระทรวงกลาโหม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าสัมประสิทธิ์ความเที่ยงตามสูตรแอลฟาครอนบาคเท่ากับ 0.72 - 0.98 มีความตรงเชิงโครงสร้างตามองค์ประกอบ เมื่อวิเคราะห์ด้วยลิสเรลการวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์ด้วยสถิติบรรยาย การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS 11.5 การประเมินความต้องการจำเป็นด้วยค่าดัชนี PNI(,modified) และตรวจสอบค่าความตรงของโมเดลโดยใช้โปรแกรมลิสเรล (LISREL)Version 8.52 ผลการวิจัยที่สำคัญสรุปได้ว่า 1) นักเรียนพยาบาลมีความต้องการจำเป็นด้านความรู้ทางสารสนเทศทางการพยาบาลมากกว่าด้านทักษะคอมพิวเตอร์ ทักษะคอมพิวเตอร์ที่ควรได้รับการพิจารณามากที่สุดคือ การใช้โปรแกรมสำเร็จรูปในการจัดทำเว็บไซต์ ความรู้ทางสารสนเทศทางการพยาบาลที่ควรได้รับการพัฒนามากที่สุดคือ การประเมินข้อมูลสารสนเทศทางสุขภาพ2) โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของสมรรถนะสารสนเทศทางการพยาบาลที่คาดหวัง มีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (ค่าไค-สแควร์ = 112.46, p = 0.151 องศาอิสระ = 98

GFI = 0.966, AGFI = 0.941

RMR = 0.024) ตัวแปรที่ส่งผลต่อสมรรถนะสารสนเทศทางการพยาบาลที่มีอยู่ มากที่สุดคือปัจจัยด้านเทคโนโลยี และตัวแปรที่ส่งผลต่อสมรรถนะสารสนเทศทางการพยาบาลที่คาดหวังมากที่สุดคือ ปัจจัยด้านองค์กร นอกจากนี้ตัวแปรสมรรถนะสารสนเทศทางการพยาบาลที่มีอยู่ส่งผลต่อสมรรถนะสารสนเทศทางการพยาบาลที่คาดหวัง 3) โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุแบบอิทธิพลย้อนกลับระหว่างความต้องการจำเป็นด้านสมรรถนะสารสนเทศทางการพยาบาล และอุปสงค์ มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (ค่าไค-สแควร์ = 223.61

p = 0.247

df = 210

GFI = 9.949

AGFI = 0.932

RMR = 0.013) ปัจจัยด้านเทคโนโลยีมีอิทธิพลมากที่สุดต่อความต้องการจำเป็นด้านสมรรถนะสารสนเทศทางการพยาบาล ขณะที่ศูนย์เทคโนโลยีมีอิทธิพลมากที่สุดต่อความต้องการจำเป็นด้านอุปสงค์ นอกจากนี้ความต้องการจำเป็นด้านสมรรถนะสารสนเทศทางการพยาบาล กับความต้องการจำเป็นด้านอุปสงค์มีอิทธิพลย้อนกลับต่อกัน4) การสนองความต้องการจำเป็นด้านสมรรถนะสารสนเทศทางการพยาบาล และ ความต้องการจำเป็นอุปสงค์ ได้แก่ ก) การปรับปรุงนโยบาย และงบประมาณการอนุญาตให้นำคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กมาใช้การจัดตั้งอินเตอร์เนตคาเฟ่ในวิทยาลัย ข) ผู้บริหารกระตุ้น และส่งเสริม ให้อาจารย์ผลิตสื่ออิเล็กทรอสิกส์ และใช้ประกอบการเรียนการสอนให้มากขึ้น ค) การจัดอบรมครูพยาบาลและบุคลากรด้านสารสนเทศทางการพยาบาล

บรรณานุกรม :
ปิยมาภรณ์ โชคอวยชัย . (2548). การสนองความต้องการจำเป็นด้านสมรรถนะสารสนเทศทางการพยาบาลและอุปสงค์ผ่านผลของการพัฒนาโมเดลเชิงสาเหตุย้อนกลับ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปิยมาภรณ์ โชคอวยชัย . 2548. "การสนองความต้องการจำเป็นด้านสมรรถนะสารสนเทศทางการพยาบาลและอุปสงค์ผ่านผลของการพัฒนาโมเดลเชิงสาเหตุย้อนกลับ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปิยมาภรณ์ โชคอวยชัย . "การสนองความต้องการจำเป็นด้านสมรรถนะสารสนเทศทางการพยาบาลและอุปสงค์ผ่านผลของการพัฒนาโมเดลเชิงสาเหตุย้อนกลับ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2548. Print.
ปิยมาภรณ์ โชคอวยชัย . การสนองความต้องการจำเป็นด้านสมรรถนะสารสนเทศทางการพยาบาลและอุปสงค์ผ่านผลของการพัฒนาโมเดลเชิงสาเหตุย้อนกลับ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2548.