| ชื่อเรื่อง | : | แนวทางการสร้างแบบประเมินการออกแบบระบบส่องสว่างภายในอาคารเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ |
| นักวิจัย | : | เอกนรินทร์ อ่อนนุช |
| คำค้น | : | ARTIFICIAL LIGHTING , ENERGY CONSERVATION |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082548000877 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการออกแบบระบบส่องสว่างภายในอาคารเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีขั้นตอนการวิจัยคือ 1. ศึกษาระบบส่องสว่างจากดวงโคมได้แก่ โคม หลอดไฟ บัลลาสต์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง 2. ศึกษาการออกแบบสภาพภายในอาคารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบส่องสว่างจากดวงโคม 3. ศึกษาอิทธิพลของการเพิ่มประสิทธิภาพระบบส่องสว่างจากดวงโคมที่มีผลต่อผู้ใช้อาคาร ผลการศึกษาระบบส่องสว่างจากดวงโคมและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องโดยการเก็บข้อมูลเพื่อนำมาคำนวณปริมาณการใช้พลังงาน เมื่อใช้อุปกรณ์แต่ละชนิดที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบันและไม่คิดค่าการสะท้อนแสงของพื้นผิวภายในห้อง ทำให้ใช้พลังงานไฟฟ้าต่ำที่สุดได้1.23 watt/m('2)/100 lux การออกแบบสภาพภายในอาคารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบส่องสว่างจากดวงโคม จากการทดลองเพื่อศึกษาค่าการสะท้อนแสงของพื้นผิวภายในต่อปริมาณการส่องสว่างในแบบจำลอง พบว่ากล่องที่มีพื้น ผนังสีอ่อน มีค่าการสะท้อนแสงเฉลี่ยสูงสุดเท่ากับ 0.84 และกล่องที่มีพื้นผนังสีเข้มมีค่าการสะท้อนแสงเฉลี่ยต่ำสุด คือ เท่ากับ0.06 เมื่อนำกล่องที่มีค่าการสะท้อนแสงเฉลี่ยสูงสุดเทียบกับต่ำสุดมีปริมาณการส่องสว่างเพิ่มขึ้น 27.4% ทำให้ใช้พลังงานไฟฟ้าต่ำที่สุดได้ 0.97 watt/m('2)/100 lux ปริมาณดังนั้นผลของการสะท้อนแสงภายในกล่องสามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ 0.26 watt/m('2)/100 luxและการออกแบบให้ภายในกล่องมีค่าการสะท้อนแสงเฉลี่ยภายในสูงขึ้น 10% มีผลทำให้การใช้พลังงานลดลง 0.03 watt/m('2)/100 lux นอกจากนี้ยังมีการศึกษาค่าการสะท้อนแสงของสีในระดับต่างๆ กัน และได้นำค่าเหล่านั้นมาหาความสัมพันธ์ของค่าการสะท้อนแสง การศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพระบบส่องสว่างต่อสภาวะสบายทางสายตาของผู้ใช้อาคารคืออัตราส่วนของความจ้าบนพื้นที่ใช้งานเปรียบเทียบกับผนังกล่องมีค่าที่เหมาะสมคือไม่เกิน 10 : 1 และอัตราส่วนของความจ้าบนพื้นที่ใช้งานเปรียบเทียบกับพื้นกล่องมีค่าที่เหมาะสมคือ ไม่เกิน3 : 1 ดังนั้นผลการวิจัยสรุปว่า เมื่อใช้ระบบส่องสว่างจากดวงโคมที่มีประสิทธิภาพสูงร่วมกับการออกแบบอาคารให้มีค่าการสะท้อนแสงของพื้นผิวภายในสูง จะสามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในระบบส่องสว่างลงได้ ดังนั้นผู้เกี่ยวข้องกับการออกแบบอาคารได้แก่สถาปนิก และมัณฑนากรสามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในระบบส่องสว่างได้โดยการใช้ปัจจัยดังกล่าวออกแบบให้มีค่าการสะท้อนแสงภายในอาคารสูงและเพิ่มปริมาณการส่องสว่างโดยที่ไม่ส่งผลให้สภาวะความสบายทางสายตาของผู้ใช้อาคารลดลง ซึ่งจากการวิจัยนี้การออกแบบให้มีค่าการสะท้อนแสงของพื้นผิวภายในสูงสามารถลดปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าในระบบส่องสว่างลงได้ 21.14% |
| บรรณานุกรม | : |
เอกนรินทร์ อ่อนนุช . (2548). แนวทางการสร้างแบบประเมินการออกแบบระบบส่องสว่างภายในอาคารเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เอกนรินทร์ อ่อนนุช . 2548. "แนวทางการสร้างแบบประเมินการออกแบบระบบส่องสว่างภายในอาคารเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เอกนรินทร์ อ่อนนุช . "แนวทางการสร้างแบบประเมินการออกแบบระบบส่องสว่างภายในอาคารเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2548. Print. เอกนรินทร์ อ่อนนุช . แนวทางการสร้างแบบประเมินการออกแบบระบบส่องสว่างภายในอาคารเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2548.
|
