| ชื่อเรื่อง | : | การวิเคราะห์สูตรคำนวณมูลค่าการลงทุนโดยเทียบกับมูลค่าหุ้นของบริษัทมหาชนในอุตสาหกรรมไทย |
| นักวิจัย | : | ภัทร ตั้งพานิชยานนท์ |
| คำค้น | : | Investment Valuation Formulas , EVA , SVA , CFROI , TBR , CVA , Thai Industry |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082548000462 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ในปัจจุบันสูตรคำนวณมูลค่าการลงทุนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั้งในทวีปยุโรปและประเทศสหรัฐอเมริกา สูตรคำนวณมูลค่าการลงทุนมีอยู่หลายแบบ เช่น "มูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจ"(Economic value added, EVA(+,โ)) "มูลค่าเพิ่มของผู้ถือหุ้น" (Shareholder value added, SVA)"กระแสเงินสดตอบแทนจากการลงทุน" (Cash flow return on investment, CFROI) "ผลตอบแทนรวมของธุรกิจ" (Total business return, TBR) และ "มูลค่าเพิ่มของกระแสเงินสด" (Cash valueadded, CVA(+,โ)) เป็นต้น งานวิจัยฉบับนี้มีจุดประสงค์เพื่อ ศึกษาถึงความเหมาะสมของสูตรคำนวณมูลค่าการลงทุนแบบต่างๆ สำหรับใชัในการประเมินมูลค่าหุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทย โดยเลือกบริษัทจากกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (4 บริษัท) กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (3 บริษัท) กลุ่มธุรกิจการเงิน (4 บริษัท) กลุ่มวัตถุดิบและสินค้าอุตสาหกรรม(3 บริษัท) กลุ่มทรัพยากร (3 บริษัท) กลุ่มบริการ (3 บริษัท) และกลุ่มเทคโนโลยี (3 บริษัท) จากผลการวิจัยสามารถสรุปได้ว่า มูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจเมื่อเปรียบเทียบกับสูตรคำนวณมูลค่าการลงทุนตัวอื่นๆ แล้วพบว่ามีความเหมาะสมกับกลุ่ม 5 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มธุรกิจการเงิน กลุ่มวัตถุดิบและสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง และกลุ่มทรัพยากรกลุ่มที่มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (coefficient of correlation)มากที่สุดคือ กลุ่มทรัพยากร ซึ่งมีค่าประมาณ 0.8 ซึ่งหมายความว่ามูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจสามารถสะท้อนมูลค่าบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ได้ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทในกลุ่มทรัพยากร นอกจากนี้ การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างสูตรคำนวณมูลค่าการลงทุนกับดัชนีเศรษฐกิจพบว่ามูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจมีความสัมพันธ์โดยตรงกับดัชนีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ที่เวลาปัจจุบัน และกับดัชนีผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ย้อนหลังหนึ่งช่วงเวลาโดยค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ที่ได้จากมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจกับดัชนีเศรษฐกิจทั้งสองประมาณ 0.4-0.9 ซึ่งเป็นการยืนยันว่าสามารถใช้มูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจในการประมาณมูลค่าหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องนำดัชนีทางเศรษฐกิจของประเทศมาประกอบ |
| บรรณานุกรม | : |
ภัทร ตั้งพานิชยานนท์ . (2548). การวิเคราะห์สูตรคำนวณมูลค่าการลงทุนโดยเทียบกับมูลค่าหุ้นของบริษัทมหาชนในอุตสาหกรรมไทย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ภัทร ตั้งพานิชยานนท์ . 2548. "การวิเคราะห์สูตรคำนวณมูลค่าการลงทุนโดยเทียบกับมูลค่าหุ้นของบริษัทมหาชนในอุตสาหกรรมไทย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ภัทร ตั้งพานิชยานนท์ . "การวิเคราะห์สูตรคำนวณมูลค่าการลงทุนโดยเทียบกับมูลค่าหุ้นของบริษัทมหาชนในอุตสาหกรรมไทย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2548. Print. ภัทร ตั้งพานิชยานนท์ . การวิเคราะห์สูตรคำนวณมูลค่าการลงทุนโดยเทียบกับมูลค่าหุ้นของบริษัทมหาชนในอุตสาหกรรมไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2548.
|
