ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาการทนไฟของหน้าตัดเหล็กเคลือบด้วยวัสดุผสมเพอร์ไลท์ภายหลังการรับน้ำหนักบรรทุก

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาการทนไฟของหน้าตัดเหล็กเคลือบด้วยวัสดุผสมเพอร์ไลท์ภายหลังการรับน้ำหนักบรรทุก
นักวิจัย : วศินธร ธรรมถาวร
คำค้น : FIRE RESISTANCE , LOADING , PERLITE-BASED MATERIAL , CRACKING
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082547001286
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โครงสร้างเหล็กโดยทั่วไปมีข้อเสีย คือ กำลังของเหล็กจะลดลงอย่างมากที่อุณหภูมิสูง ดังนั้นจึงต้องมีการป้องกันไฟให้กับเหล็ก ซึ่งในงานวิจัยที่ผ่านมาได้ศึกษาถึงวัสดุเคลือบผิวเหล็กรูปพรรณป้องกันไฟที่มีเพอร์ไลท์เป็นส่วนผสม จากผลการศึกษาพบว่าวัสดุป้องกันไฟที่มีส่วนผสมของเพอร์ไลท์ร้อยละ 150 โดยน้ำหนักของปอร์ตแลนด์ซีเมนต์สามารถทนไฟได้นานเกิน 2 ชั่วโมง แต่ข้อเสียของวัสดุป้องกันไฟดังกล่าวก็คือ เป็นวัสดุเปราะและมีกำลังรับแรงดึงต่ำ ดังนั้นจึงต้องแน่ใจได้ว่าเมื่อโครงสร้างจริงเกิดการแอ่นตัวเนื่องจากมีน้ำหนักบรรทุกจรมากระทำ วัดสุป้องกันไฟจะต้องไม่เกิดการแตกร้าวหรือการหลุดร่อนและไม่ทำให้อัตราการทนไฟลดลง ในงานวิจัยนี้จะศึกษาถึงพฤติกรรมการแตกร้าวหรือการหลุดร่อนของวัสดุป้องกันไฟที่มีเพอร์ไลท์เป็นส่วนผสมเนื่องจากผลของน้ำหนักบรรทุกและอัตราการทนไฟของหน้าตัดเหล็กเคลือบด้วยวัสดุป้องกันไฟที่มีส่วนผสมของเพอร์ไลท์ร้อยละ 150 โดยน้ำหนักของปอร์ตแลนด์ซีเมนต์ภายหลังการรับน้ำหนักบรรทุก โดยใช้เหล็กรูปพรรณหน้าตัดไวด์แฟลนจ์ (Wide flange)3 ขนาด พ่นเคลือบด้วยวัสดุป้องกันไฟหนา 3 เซนติเมตร จากนั้นนำไปทดสอบการรับน้ำหนักโดยให้แรงกระทำแบบจุดที่จุดกึ่งกลางของคานซึ่งมีค่าแรงกระทำเป็นร้อยละ 20 และร้อยละ 40ของหน่วยแรงดัดที่ยอมให้ของหน้าตัดเหล็กในกรณีที่มีค้ำยันเพียงพอ ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่า ภายหลังการรับน้ำหนักบรรทุกวัสดุผสมเพอร์ไลท์ยังสามารถยึดเกาะกับผิวเหล็กรูปพรรณได้ดี โดยเกิดการแตกร้าวเพียงเล็กน้อยเมื่อนำตัวอย่างภายหลังการทดสอบการรับน้ำหนักบรรทุกไปทดสอบการทนไฟพบว่า ตัวอย่างที่มีหน้าตัดเดียวกันภายหลังการรับน้ำหนักบรรทุกร้อยละ 20 และร้อยละ 40 ของหน่วยแรงดัดที่ยอมให้ของหน้าตัดเหล็กมีค่าอัตราการทนไฟใกล้เคียงกันโดยประมาณ 2:20 ชั่วโมง ซึ่งกล่าวได้ว่าเมื่อไม่เกิดรอยแตกร้าวหรือการหลุดร่อนเนื่องจากน้ำหนักบรรทุกที่ใช้ในการทดสอบความร้อนก็ไม่สามารถถ่ายเทเข้าสู่พื้นที่ผิวสัมผัสของเหล็กได้โดยตรงจึงไม่มีผลต่ออัตราการทนไฟของหน้าตัดเหล็กเคลือบด้วยวัสดุผสมเพอร์ไลท์ จึงสรุปได้ว่าวัสดุป้องกันไฟที่มีส่วนผสมของเพอร์ไลท์ร้อยละ150 โดยน้ำหนักของปอร์ตแลนด์ซีเมนต์ภายใต้น้ำหนักที่ใช้ในการทดสอบยังมีประสิทธิภาพในการทนไฟได้ดีเมื่อเปรียบเทียบกับกรณีที่ไม่ได้รับน้ำหนักในงานวิจัยเดิม

บรรณานุกรม :
วศินธร ธรรมถาวร . (2547). การศึกษาการทนไฟของหน้าตัดเหล็กเคลือบด้วยวัสดุผสมเพอร์ไลท์ภายหลังการรับน้ำหนักบรรทุก.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วศินธร ธรรมถาวร . 2547. "การศึกษาการทนไฟของหน้าตัดเหล็กเคลือบด้วยวัสดุผสมเพอร์ไลท์ภายหลังการรับน้ำหนักบรรทุก".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วศินธร ธรรมถาวร . "การศึกษาการทนไฟของหน้าตัดเหล็กเคลือบด้วยวัสดุผสมเพอร์ไลท์ภายหลังการรับน้ำหนักบรรทุก."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2547. Print.
วศินธร ธรรมถาวร . การศึกษาการทนไฟของหน้าตัดเหล็กเคลือบด้วยวัสดุผสมเพอร์ไลท์ภายหลังการรับน้ำหนักบรรทุก. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2547.