ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยคัดสรรกับความว้าเหว่ในผู้ป่วยสูงอายุที่เจ็บป่วยเรื้อรังที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยคัดสรรกับความว้าเหว่ในผู้ป่วยสูงอายุที่เจ็บป่วยเรื้อรังที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
นักวิจัย : เพ็ญพโยม เชยสมบัติ
คำค้น : LONELINESS , HOSPITALIZED ELDERLY PATIENT , CHRONICALLY ILL
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082547000664
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงบรรยาย มีวัตถุประสงค์ ความว้าเหว่ในผู้ป่วยสูงอายุที่เจ็บป่วยเรื้อรังที่เข้ารับการรักษา ในโรงพยาบาล และเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยคัดสรร ได้แก่ เพศ อายุ รายได้ ความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน ระยะเวลาในการนอนโรงพยาบาล ภาวะอารมณ์ ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง กับความว้าเหว่ในผู้ป่วยสูงอายุที่เจ็บป่วยเรื้อรังที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยสูงอายุที่เจ็บป่วยเรื้อรังที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล แผนกผู้ป่วยใน โรงพยาบาลรัฐ เขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 140 คน โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่ายเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันแบบสอบถามการได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนจากพยาบาล แบบสอบถามภาวะอารมณ์ แบบสอบถามความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง และแบบวัดความว้าเหว่ ผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ หาความเที่ยงโดยวิธีสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบราค มีค่าความเที่ยงเท่ากับ .80, .93, .93, .87 และ .88 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาความถี่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน หาความสัมพันธ์โดยใช้สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบพอยท์ไลซีเรียลและค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ความว้าเหว่ในผู้ป่วยสูงอายุที่เจ็บป่วยเรื้อรังที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอยู่ในระดับต่ำ ((X) = 1.95) 2. การได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนจากพยาบาล และความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง มีความสัมพันธ์เชิงลบกับความว้าเหว่ในผู้ป่วยสูงอายุที่เจ็บป่วยเรื้อรังที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05(r=-.250, -.321 ตามลำดับ) 3. ภาวะอารมณ์ มีความสัมพันธ์เชิงบวก กับความว้าเหว่ในผู้ป่วยสูงอายุที่เจ็บป่วยเรื้อรังที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r =-.625) ภาวอารมรณ์ด้านความวิตกกังวลและความซึมเศร้าด้านความโกรธ มีความสัมพันธ์เชิงบวก กับความว้าเหว่ในผู้ป่วยสูงอายุที่เจ็บป่วยเรื้อรังที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (r =-.682, .680 ตามลำดับ) ภาวะอารมณ์ด้านความกระปรี้กระเปล่า มีความสัมพันธ์เชิงลบ กับความว้าเหว่ในผู้ป่วยสูงอายุที่เจ็บป่วยเรื้อรังที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 (r=-.196) 4. เพศ อายุ รายได้ ความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน และระยะเวลาในการนอนโรงพยาบาล ไม่มีความสัมพันธ์ กับความว้าเหว่ในผู้ป่วยสูงอายุที่เจ็บป่วยเรื้อรังที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

บรรณานุกรม :
เพ็ญพโยม เชยสมบัติ . (2547). ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยคัดสรรกับความว้าเหว่ในผู้ป่วยสูงอายุที่เจ็บป่วยเรื้อรังที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เพ็ญพโยม เชยสมบัติ . 2547. "ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยคัดสรรกับความว้าเหว่ในผู้ป่วยสูงอายุที่เจ็บป่วยเรื้อรังที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เพ็ญพโยม เชยสมบัติ . "ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยคัดสรรกับความว้าเหว่ในผู้ป่วยสูงอายุที่เจ็บป่วยเรื้อรังที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2547. Print.
เพ็ญพโยม เชยสมบัติ . ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยคัดสรรกับความว้าเหว่ในผู้ป่วยสูงอายุที่เจ็บป่วยเรื้อรังที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2547.