ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การสื่อสารกับความพึงพอใจในชีวิตสมรสของผู้สมรส

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การสื่อสารกับความพึงพอใจในชีวิตสมรสของผู้สมรส
นักวิจัย : ขวัญวดี เชียรชัยนิรัติศัย
คำค้น : COMMUNICATION , MARITAL SATISFACTION , MARRIED PERSONS
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082547000641
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยส่วนที่ 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการสื่อสารและความพึงพอใจในชีวิตสมรสของผู้สมรส และเปรียบเทียบการสื่อสารและความพึงพอใจในชีวิตสมรสของผู้สมรสที่มีภูมิหลังแตกต่างกันในด้าน เพศ อายุ ระยะเวลาการสมรส จำนวนบุตร ระดับการศึกษา และรายได้เฉลี่ยต่อเดือนของครอบครัว โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สมรสจำนวน 325 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ แบบวัดการสื่อสารและความพึงพอใจในชีวิตสมรส วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์สถิติพื้นฐาน วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และวิเคราะห์เปรียบเทียบพหุคูณด้วยวิธีของ Dunnett's T3ผลการวิจัยพบว่า 1. ผู้สมรสใช้การสื่อสารแบบสอดคล้องและแบบยึดติดเหตุผลในระดับปานกลางใช้การสื่อสารแบบคล้อยตามและแบบเฉไฉในระดับค่อนข้างน้อย และใช้การสื่อสารแบบตำหนิผู้อื่นในระดับน้อย และมีความพึงพอใจในชีวิตสมรสในระดับสูง 2. ผู้สมรสหญิงใช้การสื่อสารแบบสอดคล้องมากกว่าผู้สมรสผู้ชาย ผู้สมรสที่มีระยะเวลาการสมรส 2-10 ปี ใช้การสื่อสารแบบสอดคล้องมากกว่าผู้สมรสที่มีระยะเวลาการสมรส 11 - 25 ปี ผู้สมรสที่ไม่มีบุตรใช้การสื่อสารแบบสอดคล้องมากกว่าผู้สมรสที่มีบุตรทั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ผู้สมรสที่มีการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีใช้การสื่อสารแบบสอดคล้องมากกว่าผู้สมรสที่มีการศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพลงไป และผู้สมรสที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนสูงกว่า 10,000 บาทต่อเดือนใช้การสื่อสารแบบสอดคล้องมากกว่าผู้สมรสที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ำกว่า 10,000บาทต่อเดือน 3. ผู้สมรสที่มีการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไปใช้การสื่อสารแบบยึดติดเหตุผลมากกว่าผู้สมรสที่มีการศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพลงไป และผู้สมรสที่มีรายได้เฉลี่ย 30,001-60,000 บาทต่อเดือนใช้การสื่อสารแบบยึดติดเหตุผลมากกว่าผู้สมรสที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนตำกว่า 10,000 บาทต่อเดือน 4. ผู้สมรสที่มีการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไปมีความพึงพอใจในชีวิตสมรสมากกว่าผู้สมรสที่มีการศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพลงไป โดยภาพรวมผู้สมรสที่มีรายได้เฉลี่ยสูงกว่ามีความพึงพอใจในชีวิตสมรสมากกว่าผู้สมรสที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ำกว่า การวิจัยส่วนที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการสื่อสารระหว่างผู้สมรสที่มีความพึงพอใจในชีวิตสมรสสูงและผู้สมรสที่มีความพึงพอใจในชีวิตสมรสต่ำ โดยผู้วิจัยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างจากงานวิจัยส่วนที่ 1 ได้ผู้สมรสที่มีความพึงพอใจในชีวิตสมรสสูง 48 คน และผู้สมรสที่มีความพึงพอใจในชีวิตสมรสต่ำ 56 คน รวม 104 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการทดสอบค่าที (t-test) ผลการวิจัยพบว่า 1) ผู้สมรสที่มีความพึงพอใจในชีวิตสมรสสูงใช้การสื่อสารแบบสอดคล้องมากกว่าผู้สมรสที่มีความพึงพอใจในชีวิตสมรสต่ำ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.001) 2) ผู้สมรสที่มีความพึงพอใจในชีวิตสมรสสูงใช้การสื่อสารแบบไม่สอดคล้อง อันได้แก่ การสื่อสารแบบตำหนิผู้อื่นและแบบเฉไฉน้อยกว่า (p<.001) และใช้การสื่อสารแบบยึดติดเหตุผลมากกว่าผู้สมรสที่มีความพึงพอใจในชีวิตสมรสต่ำอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.05) ในขณะที่ใช้การสื่อสารแบบคล้อยตามไม่แตกต่างกัน

บรรณานุกรม :
ขวัญวดี เชียรชัยนิรัติศัย . (2547). การสื่อสารกับความพึงพอใจในชีวิตสมรสของผู้สมรส.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ขวัญวดี เชียรชัยนิรัติศัย . 2547. "การสื่อสารกับความพึงพอใจในชีวิตสมรสของผู้สมรส".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ขวัญวดี เชียรชัยนิรัติศัย . "การสื่อสารกับความพึงพอใจในชีวิตสมรสของผู้สมรส."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2547. Print.
ขวัญวดี เชียรชัยนิรัติศัย . การสื่อสารกับความพึงพอใจในชีวิตสมรสของผู้สมรส. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2547.