| ชื่อเรื่อง | : | ธาตุอาหารและธาตุพิษบางชนิดที่ตกค้างในดินและลูกข้าว ภายหลังการเติมเถ้าลอยลิกไนต์ในการปลูกข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 |
| นักวิจัย | : | วัลนิกา หมั่นเพียรสุข |
| คำค้น | : | RESIDUAL , NUTRIENT , TOXIC ELEMENT , RICE RATOON LIGNITH FLY ASH. |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2547 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082547000359 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การลดต้นทุนการผลิตพืชเศรษฐกิจ เช่น ข้าว มีวิธีที่น่าจะได้รับความสนใจ คือการปลูกข้าวด้วยตอซัง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีชาวบ้าน โดยเรียกต้นข้าวที่เกิดจากตอซังว่า"ลูกข้าว" รวมทั้งการใช้วัสดุเหลือใช้ทดแทนปุ๋ยเคมี เช่น เถ้าลอยลิกไนต์ซึ่งมีธาตุอาหารสำหรับต้นข้าว แต่อาจก่อปัญหาการสะสมธาตุพิษบางชนิดในดินหรือต้นข้าว ดังนั้นจึงมีการศึกษาทดลองเพื่อชี้ให้เห็นถึงปริมาณของธาตุอาหารและธาตุพิษบางชนิดที่สะสมอยู่ในดินและลูกข้าว เพื่อช่วยคาดการณ์ และวางแผนการทำนาของชาวนาได้ในฤดูปลูกถัดไป เพื่อเป็นแนวทางลดต้นทุนการผลิตข้าว โดยทำการศึกษาวิจัยในภาคสนามในแปลงนาของเกษตรกร ตำบลบ้านพริกอำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ซึ่งเคยปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตจากต้นข้าวรุ่นหลักของข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ที่ปลูกด้วยวิธีปักดำ เติมเถ้าลอยลิกไนต์อัตราเติม 0.25, 0.5และ 1.0 ตัน/ไร่ วางแผนการทดลองเป็นแบบ Randomized Complete Block Design ทำ 3 ซ้ำ(Replication) และเก็บตัวอย่างดิน 3 ระยะ คือ ดินขณะเกี่ยวลูกข้าว ดินขณะเก็บรากลูกข้าว(ขณะไถกลบตอซัง) และดินหลังไถกลบตอซัง และส่วนลูกข้าวทำการวิเคราะห์ 4 ส่วน คือเมล็ดข้าวเปลือก ฟาง ตอซัง และราก ผลการศึกษาพบว่าปริมาณธาตุอาหารที่ตกค้างในดินขณะเกี่ยวลูกข้าว ขณะเก็บรากลูกข้าวไถกลบตอซังลูกข้าว คือ ไนโตรเจน 0.22-0.32% ซึ่งมีค่าต่ำกว่าปริมาณที่ต้นข้าวความต้องการในขณะที่ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ 19.00-38.33 ppm และโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้54.10-114.00 ppm ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการของต้นข้าว ส่วนปริมาณธาตุพิษ ได้แก่ปริมาณอาร์เซนิกทั้งหมด 140.00-228.67 ppb ปริมาณแคดเมียมทั้งหมด 0.22-0.79 ppbและนิกเกิลทั้งหมด 0.14-0.21 ppm ที่ตกค้างในดิน โดยธาตุทั้ง 3 ชนิดมีปริมาณต่ำกว่าระดับที่ก่อให้เกิดอันตราย แต่อลูมิเนียมทั้งหมดในดิน 17300.00-30780.00 ppm ซึ่งจัดว่ามีปริมาณสูงกว่ามาตรฐาน และค่าความเป็นกรดเป็นด่างในดินมีแนวโน้มเหมือนกันทั้ง 3 ระยะเวลาซึ่งอยู่ในช่วง 4.29-5.45 จัดว่าเป็นกรดจัด-จัดมาก ส่วนปริมาณธาตุอาหารในลูกข้าวทั้ง 4 ส่วน คือ เมล็ดข้าวเปลือก ฟาง ตอซัง และราก มีไนโตรเจนทั้งหมด 1.02-1.15,0.83-0.87, 0.67-0.81 และ 0.80-0.85% ตามลำดับ ฟอสฟอรัสทั้งหมด 555-583.33,825-833.33, 830.33-943.33 และ 1066.67-1643.33 ppm ตามลำดับ และโพแทสเซียมทั้งหมด337.33-340, 1523.33-1543.33, 387-436.33 และ 243.33-296.87 ppm ตามลำดับ ส่วนธาตุพิษในลูกข้าวทั้ง 4 ส่วน มีอาร์เซนิค 2.45-197 ppb แคดเมียม 0.14-0.79 ppb และนิกเกิล ต่ำกว่า0.2 ppm ซึ่งธาตุทั้ง 3 ชนิดต่ำกว่าเกณฑ์ที่ก่อให้เกิดพิษต่อข้าว แต่อลูมิเนียมในตอซัง และราก2566.67-3370 และ 5020-5050 ppm ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในระดับที่เป็นพิษต่อต้นข้าว |
| บรรณานุกรม | : |
วัลนิกา หมั่นเพียรสุข . (2547). ธาตุอาหารและธาตุพิษบางชนิดที่ตกค้างในดินและลูกข้าว ภายหลังการเติมเถ้าลอยลิกไนต์ในการปลูกข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วัลนิกา หมั่นเพียรสุข . 2547. "ธาตุอาหารและธาตุพิษบางชนิดที่ตกค้างในดินและลูกข้าว ภายหลังการเติมเถ้าลอยลิกไนต์ในการปลูกข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วัลนิกา หมั่นเพียรสุข . "ธาตุอาหารและธาตุพิษบางชนิดที่ตกค้างในดินและลูกข้าว ภายหลังการเติมเถ้าลอยลิกไนต์ในการปลูกข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2547. Print. วัลนิกา หมั่นเพียรสุข . ธาตุอาหารและธาตุพิษบางชนิดที่ตกค้างในดินและลูกข้าว ภายหลังการเติมเถ้าลอยลิกไนต์ในการปลูกข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2547.
|
