| ชื่อเรื่อง | : | ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของผู้ป่วยในโรคจิตเภท ณ สถาบันจิตเวชศาสตร์ สมเด็จเจ้าพระยา |
| นักวิจัย | : | ธัญชนก จิงา |
| คำค้น | : | KNOWLEDGE , ATTITUDE , CIGARETTE SMOKING BEHAVIOR , IN-PATIENT SCHIZOPHJRENIA , SOMDET CHAOPRAYA INSTITUTE OF PSYCHIATRY |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546001507 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาความรู้ ทัศนคติ พฤติกรรมการสูบบุหรี่ ความชุกของพฤติกรรมการสูบบุหรี่รวมทั้งศึกษาปัจจัยที่มีความเกี่ยวข้องกับความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการสูบบุหรี่ทำการศึกษาในกลุ่มประชากรที่เป็นผู้ป่วยในโรคจิตเภท ณ สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จ-เจ้าพระยา โดยใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 220 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบวัดความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ แบบวัดทัศนคติเกี่ยวกับบุหรี่ แบบวัดระดับสารนิโคติน และแบบวัดความรู้สึกแสวงหาสิ่งตื่นเต้นเร้าใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์ด้วยโปรแกรม SPSS ค่าสถิติที่ใช้ประกอบด้วย ร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน พิสัย และเปอร์เซนต์ไทล์ วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่างๆ กับ ความรู้ ทัศนคติและพฤติกรรมการสูบบุหรี่โดย One Way ANOVA, Unpair t-test และ Chi-square testวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ ทัศนคติ อายุ ระยะเวลาป่วยทางจิต ระดับการติดสารนิโคติน และความรู้สึกแสวงหาสิ่งตื่นเต้นเร้าใจ โดยใช้ Pearson'sproduct moment correlation coefficient และใช้ Stepwise Multiple Regressionและ Logistic Regression Analysis ในการหาปัจจัยทำนายความรู้ ทัศนคติและพฤติกรรม ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อายุระหว่าง 20-29 ปี มีระดับการศึกษาระดับประถมศึกษา พบว่าความชุกของพฤติกรรมการสูบบุหรี่ในผู้ป่วยชายร้อยละ 70.63และผู้ป่วยหญิงร้อยละ 18.18 กลุ่มตัวอย่างที่สูบและไม่สูบบุหรี่ส่วนใหญ่มีความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ในระดับดี มีทัศนคติทางลบเกี่ยวกับบุหรี่ และมีความรู้สึกแสวงหาสิ่งตื่นเต้นเร้าใจอยู่ในระดับปานกลาง กลุ่มตัวอย่างที่สูบบุหรี่มีระดับการติดสารนิโคตินอยู่ในระดับปานกลางและมีแนวโน้มพัฒนาไปเป็นการติดสารนิโคตินในระดับสูง พบว่า ความรู้มีความสัมพันธ์ทางบวกกับอายุของผู้ป่วย และระยะเวลาป่วยทางจิตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ความรู้มีความสัมพันธ์ทางลบกับ ทัศนคติ และความรู้สึกแสวงหาสิ่งตื่นเต้นเร้าใจอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ทัศนคติมีความสัมพันธ์ทางบวกกับความรู้สึกแสวงหาสิ่งตื่นเต้นเร้าใจ และระดับการติดสารนิโคตินอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ทัศนคติมีความสัมพันธ์ทางลบกับอายุของผู้ป่วยและระยะเวลาป่วยทางจิตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ความรู้สึกแสวงหาสิ่งตื่นเต้นเร้าใจมีความสัมพันธ์ทางลบกับอายุของผู้ป่วยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ พบว่า ความรู้สึกแสวงหาสิ่งตื่นเต้นเร้าใจกับระยะเวลาการป่วยทางจิตเป็นปัจจัยทำนายต่อความรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ความรู้สึกแสวงหาสิ่งตื่นเต้นเร้าใจกับระยะเวลาการใช้บุหรี่เป็นปัจจัยทำนายต่อทัศนคติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ระยะเวลาที่ใช้สารเสพติดอื่น, ทัศนคติเกี่ยวกับบุหรี่ และความรู้สึกแสวงหาสิ่งตื่นเต้นเร้าใจเป็นปัจจัยทำนายต่อพฤติกรรมการสูบบุหรี่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ |
| บรรณานุกรม | : |
ธัญชนก จิงา . (2546). ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของผู้ป่วยในโรคจิตเภท ณ สถาบันจิตเวชศาสตร์ สมเด็จเจ้าพระยา.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ธัญชนก จิงา . 2546. "ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของผู้ป่วยในโรคจิตเภท ณ สถาบันจิตเวชศาสตร์ สมเด็จเจ้าพระยา".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ธัญชนก จิงา . "ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของผู้ป่วยในโรคจิตเภท ณ สถาบันจิตเวชศาสตร์ สมเด็จเจ้าพระยา."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print. ธัญชนก จิงา . ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของผู้ป่วยในโรคจิตเภท ณ สถาบันจิตเวชศาสตร์ สมเด็จเจ้าพระยา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.
|
