ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเปรียบเทียบผลการรักษาด้วยการฉายแสงอัลตร้าไวโอเล็ตบีช่วงคลื่นแคบและการฉายแสงอัลตร้าไวโอเล็ตบีช่วงคลื่นแคบร่วมกับการใช้ยาเม็ทโทเทร็กเซทในผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเปรียบเทียบผลการรักษาด้วยการฉายแสงอัลตร้าไวโอเล็ตบีช่วงคลื่นแคบและการฉายแสงอัลตร้าไวโอเล็ตบีช่วงคลื่นแคบร่วมกับการใช้ยาเม็ทโทเทร็กเซทในผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน
นักวิจัย : เยาวลักษณ์ นทีทองรุ่งศักดิ์
คำค้น : CHRONIC PLAQUE TYPE PSORIASIS , NARROWBAND ULTRAVIOLET B , METHOTREXATE
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546001501
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

~uความสำคัญและที่มาของการวิจัย~u: การรักษาผู้ป่วยโรคสะเก็ดชนิด chronicplaque ในปัจจุบันมีหลายวิธี แนวทางหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมในปัจจุบัน คือ การใช้วิธีรักษา2 อย่างร่วมกัน การรักษาด้วยการฉายแสงอัลตร้าไวโอเล็ตบี ช่วงคลื่นแคบให้ผลการรักษาดีผลข้างเคียงน้อย แต่ผู้ป่วยอาจมีปัญหาในการเดินทางมารพ. การรักษาด้วยยาเม็ทโทเทร็กเซทให้ผลการรักษาดีแต่มีผลข้างเคียงมากเมื่อใช้ในระยะยาว จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาถึงผลของการรักษา 2 อย่างนี้ร่วมกัน การศึกษานี้จึงเป็นงานศึกษาแรกที่ศึกษาถึงประสิทธิภาพของการรักษาด้วยการฉายแสงอัลตร้าไวโอเล็ตบีช่วงคลื่นแคบร่วมกับการใช้ยาเม็ทโทเทร็กเซทในผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน ~uวัตถุประสงค์ในการวิจัย~u: เพื่อเปรียบเทียบผลการรักษาผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินด้วยการรักษา 2 วิธี คือ การฉายแสงอัลตร้าไวโอเล็ตบีช่วงคลื่นแคบร่วมกับการใช้ยาเม็ทโทเทร็กเซท และการฉายแสงอัลตร้าไวโอเล็ตบีช่วงคลื่นแคบอย่างเดียวโดยวัดจากจำนวนครั้งในการฉายแสงจนรอยโรคหาย, ระยะสงบของโรคและการเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ~uวิธีการทำวิจัย~u: ได้ทำการศึกษาในผู้ป่วยทั้งหมด 22 คน ผู้ป่วยได้รับยาเม็ทโทเทร็กเซท หรือยาหลอกสัปดาห์ละ 6 เม็ดนาน 3 สัปดาห์ ตามด้วยการฉายแสงอัลตร้าไวโอเล็ตบีช่วงคลื่นแคบ การประเมินผลทำโดยการให้คะแนน PASI score, การถ่ายรูปรอยโรค และการให้ผู้ป่วยทำแบบทดสอบ DLQI ทุก 2 สัปดาห์ จนกว่ารอยโรคหาย หลังจากนั้นติดตามการรักษาเดือนละครั้ง เป็นเวลา 6 เดือน ~uผลการวิจัย~u: จากจำนวนผู้ป่วย 22 คน พบว่ามีผู้ป่วยมาติดตามผลการรักษาจนสิ้นสุดการศึกษาจำนวน 16 คน ค่าเฉลี่ยจำนวนครั้งที่ใช้ในการฉายแสงจนสิ้นสุดการศึกษาของกลุ่มที่ได้รับการฉายแสงอัลตร้าไวโอเล็ตบีช่วงคลื่นแคบร่วมกับการใช้ยาเม็ทโทเทร็กเซทเท่ากับ 13.90 ค่าเฉลี่ยจำนวนครั้งของกลุ่มที่ได้รับการฉายแสงอัลตร้าไวโอเล็ตบีช่วงคลื่นแคบอย่างเดียวเท่ากับ 50.67 การเปลี่ยนแปลงของความรุนแรงของรอยโรคในผู้ป่วย 2 กลุ่มแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P=0.017) ค่าเฉลี่ยระยะสงบของโรคของกลุ่มที่ได้รับการฉายแสงอัลตร้าไวโอเล็ตบีช่วงคลื่นแคบร่วมกับการใช้ยาเม็ทโทเทร็กเซทเท่ากับ 3.80 เดือน ค่าเฉลี่ระยะสงบของโรคของกลุ่มที่ได้รับการฉายแสงอัลตร้าไวโอเล็ตบีช่วงคลื่นแคบอย่างเดียวเท่ากับ 1.00 เดือนซึ่งแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(P=0.019) การเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยก่อนและหลังการรักษาในผู้ป่วย 2 กลุ่มไม่พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P=0.585) ~uสรุปผลการวิจัย~u: การฉายแสงอัลตร้าไวโอเล็ตบีช่วงคลื่นแคบร่วมกับการใช้ยาเม็ทโทเทร็กเซทเป็นการรักษาที่ให้ประสิทธิผลดีกว่าการฉายแสงอัลตร้าไวโอเล็ตบีช่วงคลื่นแคบเพียงอย่างเดียวในการรักษาผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินชนิด chronic plaque

บรรณานุกรม :
เยาวลักษณ์ นทีทองรุ่งศักดิ์ . (2546). การเปรียบเทียบผลการรักษาด้วยการฉายแสงอัลตร้าไวโอเล็ตบีช่วงคลื่นแคบและการฉายแสงอัลตร้าไวโอเล็ตบีช่วงคลื่นแคบร่วมกับการใช้ยาเม็ทโทเทร็กเซทในผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เยาวลักษณ์ นทีทองรุ่งศักดิ์ . 2546. "การเปรียบเทียบผลการรักษาด้วยการฉายแสงอัลตร้าไวโอเล็ตบีช่วงคลื่นแคบและการฉายแสงอัลตร้าไวโอเล็ตบีช่วงคลื่นแคบร่วมกับการใช้ยาเม็ทโทเทร็กเซทในผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เยาวลักษณ์ นทีทองรุ่งศักดิ์ . "การเปรียบเทียบผลการรักษาด้วยการฉายแสงอัลตร้าไวโอเล็ตบีช่วงคลื่นแคบและการฉายแสงอัลตร้าไวโอเล็ตบีช่วงคลื่นแคบร่วมกับการใช้ยาเม็ทโทเทร็กเซทในผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print.
เยาวลักษณ์ นทีทองรุ่งศักดิ์ . การเปรียบเทียบผลการรักษาด้วยการฉายแสงอัลตร้าไวโอเล็ตบีช่วงคลื่นแคบและการฉายแสงอัลตร้าไวโอเล็ตบีช่วงคลื่นแคบร่วมกับการใช้ยาเม็ทโทเทร็กเซทในผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.