ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ประสิทธิผลของการบำบัดทางการพยาบาลด้วยการใช้เทคนิคการผ่อนคลายในผู้ป่วยผู้ใหญ่:การวิเคราะห์อภิมาน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ประสิทธิผลของการบำบัดทางการพยาบาลด้วยการใช้เทคนิคการผ่อนคลายในผู้ป่วยผู้ใหญ่:การวิเคราะห์อภิมาน
นักวิจัย : อัจฉรา นุตตะโร
คำค้น : META ANALYSIS , ADULT PATIENT , RELAXATION , MUSIC , MEDITATION , IMAGERY
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546001727
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การสังเคราะห์งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 3 ประการคือ 1) ศึกษาคุณลักษณะทั่วไปและคุณลักษณะด้านระเบียบวิธีวิจัยของงานวิจัย ของการบำบัดทางการพยาบาลด้วยการใช้เทคนิคการผ่อนคลาย 2) ศึกษาประสิทธิผลของการบำบัดทางการพยาบาล ด้วยการใช้เทคนิคการผ่อนคลายชนิดต่าง ๆ ได้แก่ การผ่อนคลายกล้ามเนื้อร่วมกับการหายใจ การใช้ดนตรีการทำสมาธิ การสร้างจินตภาพ ต่อผลลัพธ์ด้านสรีระ และผลลัพธ์ด้านจิตใจในผู้ป่วยวัยผู้ใหญ่ 3) ค้นหาคุณลักษณะงานวิจัยที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลของเทคนิคการผ่อนคลายของโดยศึกษาจากงานวิจัยและวิทยานิพนธ์ของประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2523-2544จำนวน 51 เรื่อง รวบรวมข้อมูลคุณลักษณะด้านการพิมพ์ นักวิจัย วิธีวิทยาการวิจัยเนื้อหาสาระและคุณภาพของงานวิจัย นำไปวิเคราะห์ตามวิธีของ Glass, Mcgaw, & Smitch(1987) ได้ค่าขนาดอิทธิพลจำนวน 139 ค่า ผลการสังเคราะห์งานวิจัยพบว่า 1. งานวิจัยเกือบทั้งหมดเป็นวิทยานิพนธ์ระดับมหาบัณฑิต (ร้อยละ 92.2) และส่วนใหญ่เป็นงานวิจัยจากคณะพยาบาลศาสตร์ (ร้อยละ 74.5) มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นสถาบันที่ผลิตงานวิจัยมากที่สุด (ร้อยละ 54.9) งานวิจัยส่วนใหญ่มีการระบุกรอบแนวคิดในการวิจัย (ร้อยละ 70.6) ใช้การคัดเลือกตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจงตามเกณฑ์เกือบทั้งหมด(ร้อยละ 94.1) งานวิจัยส่วนใหญ่ใช้สถานที่เก็บรวบรวมข้อมูลเพียงแห่งเดียว (ร้อยละ 90.5)กลุ่มตัวอย่างจากงานวิจัยเป็นผู้ป่วยอายุรกรรมมากที่สุด (ร้อยละ 35.3) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยส่วนใหญ่ได้รับการตรวจสอบทั้งค่าความตรงและความเที่ยง (ร้อยละ 58.8)ใช้สถิติทดสอบความแตกต่างของสองประชากรด้วยสถิติ t-test มากที่สุด (ร้อยละ 52.86)มีคุณภาพของงานวิจัยโดยรวมในระดับดี (ร้อยละ 64.7) และชนิดของเทคนิคการผ่อนคลายที่นำมาศึกษามากที่สุดได้แก่การผ่อนคลายกล้ามเนื้อร่วมกับการหายใจ (ร้อยละ 54.9) 2. ผลลัพธ์ด้านสรีระและด้านจิตใจของการใช้การบำบัดทางการพยาบาลด้วยการใช้เทคนิคการผ่อนคลายต่างชนิดกันไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. การบำบัดทางการพยาบาลด้วยการใช้เทคนิคการผ่อนคลายให้ค่าขนาดอิทธิพลขนาดใหญ่ ต่อผลลัพธ์ด้านสรีระและด้านจิตใจ โดยมีประสิทธิผลด้านจิตใจ สูงกว่าด้านสรีระอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. ไม่พบว่าตัวแปรคุณลักษณะงานวิจัยใด มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลของเทคนิคการผ่อนคลาย 5. การผ่อนคลายกล้ามเนื้อร่วมกับการหายใจมีประสิทธิผลต่อผลลัพธ์ด้านสรีระมากที่สุด 6. เทคนิคการผ่อนคลายด้วยการฝึกสมาธิมีประสิทธิผลต่อผลลัพธ์ด้านจิตใจมากที่สุด 7. การผ่อนคลายกล้ามเนื้อร่วมกับการหายใจมีประสิทธิผลต่อความดันโลหิต และอัตราชีพจร มากที่สุด 8. การใช้ดนตรีมีประสิทธิผลต่ออัตราการหายใจ มากที่สุด 9. การฝึกสมาธิและการสร้างจินตภาพมีประสิทธิผลต่อ ความวิตกกังวล มากที่สุด

บรรณานุกรม :
อัจฉรา นุตตะโร . (2546). ประสิทธิผลของการบำบัดทางการพยาบาลด้วยการใช้เทคนิคการผ่อนคลายในผู้ป่วยผู้ใหญ่:การวิเคราะห์อภิมาน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อัจฉรา นุตตะโร . 2546. "ประสิทธิผลของการบำบัดทางการพยาบาลด้วยการใช้เทคนิคการผ่อนคลายในผู้ป่วยผู้ใหญ่:การวิเคราะห์อภิมาน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อัจฉรา นุตตะโร . "ประสิทธิผลของการบำบัดทางการพยาบาลด้วยการใช้เทคนิคการผ่อนคลายในผู้ป่วยผู้ใหญ่:การวิเคราะห์อภิมาน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print.
อัจฉรา นุตตะโร . ประสิทธิผลของการบำบัดทางการพยาบาลด้วยการใช้เทคนิคการผ่อนคลายในผู้ป่วยผู้ใหญ่:การวิเคราะห์อภิมาน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.