ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของสภาพน้ำขังสลับแห้งต่อประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียชุมชนขั้นที่สามโดยพื้นที่ชุ่มน้ำเทียมโกงกางใบใหญ่ ~iRhizophora mucronata~i Lamk

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของสภาพน้ำขังสลับแห้งต่อประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียชุมชนขั้นที่สามโดยพื้นที่ชุ่มน้ำเทียมโกงกางใบใหญ่ ~iRhizophora mucronata~i Lamk
นักวิจัย : กฤติกา ทองสมบัติ
คำค้น : MANGROVE , ~iRhizophora mucronata~i , MUNICIPAL WASTEWATER TREATMENT , SOIL TEXTURE
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546001183
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาผลของสภาพน้ำขังสลับแห้งต่อประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียชุมชนขั้นที่สามโดยพื้นที่ชุ่มน้ำเทียมโกงกางใบใหญ่ แบ่งชุดทดลองตามปัจจัยต่าง ๆ 4 ปัจจัย คือ ระยะเวลากักเก็บน้ำเสีย (5, 7 และ 10 วัน) ระยะเวลาปล่อยให้แห้ง (3, 5 และ 7 วัน)ชนิดดิน (ดินเลน และดินเลน : ทราย (1:1) และชุดทดลองที่ปลูกกล้าไม้โกงกางใบใหญ่และชุดควบคุมที่ไม่ปลูกพืช ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยทั้ง 4 มีผลต่อความสามารถในการบำบัดน้ำเสียชุมชนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) โดยชุดทดลองที่ปลูกกล้าไม้โกงกางใบใหญ่ในดินเลนมีระยะเวลากักเก็บน้ำ 10 วันปล่อยให้แห้ง 7 วัน สามารถบำบัดทีเคเอ็นแอมโมเนีย-ไนโตรเจน ฟอสฟอรัสทั้งหมดและออร์โธฟอสเฟตได้ดีที่สุด โดยมีเปอร์เซ็นต์การบำบัด 95.56, 98.49, 77.75 และ 77.71% ตามลำดับ และชุดทดลองที่ปลูกกล้าไม้โกงกางใบใหญ่ในดินเลนมีระยะเวลากักเก็บน้ำ 7 วันปล่อยให้แห้ง 5 วัน มีเปอร์เซ็นต์การบำบัดบีโอดีสูงสุด คือ 95.39% สำหรับปริมาณสารแขวนลอยทั้งหมด มีเปอร์เซ็นต์การบำบัดสูงสุด คือ 94.20% ในชุดทดลองที่ปลูกกล้าไม้โกงกางใบใหญ่ในดินเลน : ทรายที่มีระยะเวลากักเก็บน้ำ 7 วันปล่อยให้แห้ง 3 วัน อย่างไรก็ตามในการเลือกรูปแบบการทดลองเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ ควรเลือกชุดทดลองที่ปลูกกล้าไม้โกงกางใบใหญ่ในดินเลนมีระยะเวลากักเก็บน้ำ 7 วันปล่อยให้แห้ง 5 วัน เพราะที่ระยะเวลากักเก็บน้ำ 10 วันกล้าไม้โกงกางใบใหญ่มีอัตราการเจริญเติบโตต่ำที่สุด ด้านสมบัติของดิน พบว่าปริมาณทีเคเอ็นและฟอสฟอรัสทั้งหมด ไม่มีการเปลี่ยนแปลงภายหลังการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ในดินเลนจะมีปริมาณสูงกว่าในดินเลน : ทราย ส่วนปริมาณไนเตรท-ไนโตรเจนเพิ่มขึ้นภายหลังการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) และไม่มีความแตกต่างระหว่างชนิดดิน ปริมาณแอมโมเนีย-ไนโตรเจนลดลงภายหลังการทดลองและไม่มีความแตกต่างระหว่างชนิดดิน การศึกษาค่า E(,H) ในดิน ทำการวัดค่าที่ 2, 7 และ 10 ซ.ม. จากผิวดินพบว่าในช่วงการกักเก็บน้ำ ค่า E(,H) ลดลงเมื่อระยะเวลากักเก็บน้ำและระดับความลึกจากผิวดินเพิ่มขึ้น ในช่วงระยะเวลาปล่อยให้แห้งค่า E(,H) เพิ่มขึ้นเมื่อระยะเวลาปล่อยให้แห้งเพิ่มขึ้นและลดลงตามระดับความลึกจากผิวดินที่เพิ่มขึ้น แต่ค่าทั้งหมดไม่แตกต่างกันมากนัก ชุดทดลองที่ปลูกกล้าไม้โกงกางใบใหญ่ และชุดดินเลน : ทรายจะมีค่า E(,H) สูงกว่าชุดควบคุม และชุดดินเลน ตามลำดับ สำหรับการศึกษากล้าไม้พบว่ามีอัตราการเจริญเติบโตทางความสูง สูงที่สุดในดินเลน ที่มีระยะเวลากักเก็บน้ำ3 วัน และมีปริมาณทีเคเอ็นในใบเพิ่มขึ้นภายหลังการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(p<0.05) ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการปลูกกล้าไม้โกงกางใบใหญ่ในดินเลนของระบบพื้นที่ชุ่มน้ำเทียมที่มีระยะเวลากักเก็บน้ำและระยะเวลาปล่อยให้แห้งที่เหมาะสม จะให้ประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเสียชุมชนสูง

บรรณานุกรม :
กฤติกา ทองสมบัติ . (2546). ผลของสภาพน้ำขังสลับแห้งต่อประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียชุมชนขั้นที่สามโดยพื้นที่ชุ่มน้ำเทียมโกงกางใบใหญ่ ~iRhizophora mucronata~i Lamk.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กฤติกา ทองสมบัติ . 2546. "ผลของสภาพน้ำขังสลับแห้งต่อประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียชุมชนขั้นที่สามโดยพื้นที่ชุ่มน้ำเทียมโกงกางใบใหญ่ ~iRhizophora mucronata~i Lamk".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กฤติกา ทองสมบัติ . "ผลของสภาพน้ำขังสลับแห้งต่อประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียชุมชนขั้นที่สามโดยพื้นที่ชุ่มน้ำเทียมโกงกางใบใหญ่ ~iRhizophora mucronata~i Lamk."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print.
กฤติกา ทองสมบัติ . ผลของสภาพน้ำขังสลับแห้งต่อประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียชุมชนขั้นที่สามโดยพื้นที่ชุ่มน้ำเทียมโกงกางใบใหญ่ ~iRhizophora mucronata~i Lamk. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.