| ชื่อเรื่อง | : | แนวความคิดทางกฎหมายมหาชนในประเทศไทย ว่าด้วยอำนาจรัฐตั้งแต่ พุทธศักราช ๒๔๑๑ถึงพุทธศักราช ๒๔๗๕ |
| นักวิจัย | : | เอกลักษณ์ ลิ้มศิริลักษณ์ |
| คำค้น | : | PUBLIC LAW , CONSTITUTION , STATE POWER , SOVERIENGTY POWER |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546001004 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาวิจัยเรื่อง "แนวความคิดทางกฎหมายมหาชนในประเทศไทย ว่าด้วยอำนาจรัฐตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๑๑ ถึงพุทธศักราช ๒๔๗๕" จะทำให้เห็นถึงพัฒนาการของแนวความคิดทางด้านกฎหมายมหาชนสมัยใหม่ เกี่ยวกับอำนาจรัฐที่มีอิทธิพลต่อการจัดระเบียบการปกครองของไทยตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทำให้เกิดระบอบการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด (Absolute Monarchy) และมีลักษณะความเป็นรัฐสมัยใหม่ (Modern State) ผลการศึกษาพบว่า รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแพร่หลายของแนวความคิดทางด้านกฎหมายมหาชนสมัยใหม่ในชนชั้นผู้ปกครอง กลุ่มขุนนางและบุคคลที่ได้รับการศึกษาหรือมีความสนใจเกี่ยวกับลัทธิทางการเมืองของต่างประเทศกล่าวคือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงดำเนินการปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการเมืองการปกครอง ซึ่งทำให้เกิดผลในทางกฎหมายมหาชนหลายประการกล่าวคือ สามารถลิดรอนอำนาจจากกลุ่มขุนนางในระบอบเก่าและรวมศูนย์อำนาจรัฐเข้าสู่สถาบันพระมหากษัตริย์ได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ดี มีคณะบุคคลกลุ่มหนึ่งพยายามท้าทายอำนาจรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์ โดยเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงการปกครองโดยจัดให้มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดอันมีพระมหากษัตริย์ทรงอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงไม่เห็นด้วย หากแต่แนวความคิดในการเรียกร้องรัฐธรรมนูญดังกล่าวน่าจะมีผลต่อพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโดยก่อให้เกิดการแบ่งอำนาจรัฐออกเป็นอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหารและอำนาจตุลาการซึ่งพระมหากษัตริย์จะทรงใช้พระราชอำนาจทั้งสามโดยผ่านทางสถาบันทางการเมืองที่จัดตั้งขึ้น ครั้นมาถึงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงได้รับการคาดหวังว่าจะพระราชทานการปกครองระบบรัฐสภาและรัฐธรรมนูญให้แก่ประชาชนในทันทีที่ขึ้นครองราชย์ แต่พระองค์หาได้ดำเนินการเช่นนั้นไม่ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้แก่คณะนายทหารรุ่นใหม่กลุ่มหนึ่ง ถึงขั้นพยายามดำเนินการเปลี่ยนแปลงการปกครองขึ้น และตลอดรัชกาลก็หาได้มีการพระราชทานรัฐธรรมนูญให้แก่ประชาชนแต่อย่างใดหากแต่ยังคงระบอบการปกครองแบบราชาธิปไตยต่อไป ต่อมา เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชย์ ทรงมีพระราชดำริที่ชัดเจนที่จะพระราชทานรัฐธรรมนูญให้แก่ประชาชนถึง ๒ ครั้ง โดยครั้งแรกมอบหมายให้พระยากัลยาณไมตรี (Francis B. Sayre) ส่วนครั้งที่สอง มอบหมายให้นายสตีเวนส์ และพระยาศรีวิสารวาจา เป็นผู้ดำเนินการ แต่ก็ได้รับการคัดค้านจากพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมพระยาดำรงราชานุภาพ แม้แต่ผู้จัดทำร่างรัฐธรรมนูญในครั้งที่ ๒ เอง ยังได้ถวายความเห็นเพิ่มเติมแก่พระเจ้าอยู่หัวว่าประเทศสยามยังไม่พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในขณะนี้ ทำให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลังเลพระทัยและยังไม่ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญให้แก่ประชาชน จนเกิดการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๔๗๕ |
| บรรณานุกรม | : |
เอกลักษณ์ ลิ้มศิริลักษณ์ . (2546). แนวความคิดทางกฎหมายมหาชนในประเทศไทย ว่าด้วยอำนาจรัฐตั้งแต่ พุทธศักราช ๒๔๑๑ถึงพุทธศักราช ๒๔๗๕.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เอกลักษณ์ ลิ้มศิริลักษณ์ . 2546. "แนวความคิดทางกฎหมายมหาชนในประเทศไทย ว่าด้วยอำนาจรัฐตั้งแต่ พุทธศักราช ๒๔๑๑ถึงพุทธศักราช ๒๔๗๕".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เอกลักษณ์ ลิ้มศิริลักษณ์ . "แนวความคิดทางกฎหมายมหาชนในประเทศไทย ว่าด้วยอำนาจรัฐตั้งแต่ พุทธศักราช ๒๔๑๑ถึงพุทธศักราช ๒๔๗๕."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print. เอกลักษณ์ ลิ้มศิริลักษณ์ . แนวความคิดทางกฎหมายมหาชนในประเทศไทย ว่าด้วยอำนาจรัฐตั้งแต่ พุทธศักราช ๒๔๑๑ถึงพุทธศักราช ๒๔๗๕. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.
|
