| ชื่อเรื่อง | : | อัตมโนทัศน์และกระบวนการสื่อสารของสตรีผู้ถูกกระทำรุนแรงที่เข้ารับความช่วยเหลือณ บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี |
| นักวิจัย | : | ภัทรพร ประทุมฝาง |
| คำค้น | : | SELF CONCEPT , INTERPERSONAL COMMUNICATION , ABUSED WOMEN , RELATIONSHIP DEVELOPMENT , REHABILITATION |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546000918 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษษอัตมโนทัศน์ของสตรีผู้ถูกกระทำรุนแรงตั้งแต่เมื่อเผชิญกับความรุนแรงจนถึงการเข้ารับความช่วยเหลือจากบ้านพักฉุกเฉินและกระบวนการสื่อสารของสตรีเพื่อการฟื้นฟูจิตใจในบ้านพักฉุกเฉิน ทั้งกับเจ้าหน้าที่สตรีที่เข้ารับความช่วยเหลือเช่นเดียวกันและบุตรของตนเองและสตรีอื่นโดยทำการศึกษาตั้งแต่การเข้าถึงความสัมพันธ์ของสตรีในช่วงแรกเข้า การพัฒนาความสัมพันธ์ของสตรีการสื่อสารเพื่อการฟื้นฟูสภาพจิตใจของสตรีโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพแบบสหวิธีการในการศึกษาผลการวิจัยพบว่า 1. สตรีจะมีอัตมโนทัศน์ที่แตกต่างไปตามสถานการณ์ ในช่วงแรกของการแต่งงานสตรีจะมีอัตมโนทัศน์ในด้านบวก แต่เมื่อสตรีถูกกระทำรุนแรงสตรีจะมีการสร้างอัตมโนทัศน์และความภาคภูมิใจในตนเองที่ลดลงตามระดับความรุนแรงของสถานการณ์ และเมื่อสตรีเข้ารับความช่วยเหลือจากบ้านพักฉุกเฉินสตรีจะได้รับการสื่อสารเพื่อฟื้นฟูจิตใจ ได้แก่กิจกรรมกลุ่มบำบัด การให้คำปรึกษาของเจ้าหน้าที่เป็นการส่วนตัว การฝึกอาชีพ และการสื่อสารเพื่อฟื้นฟูจิตใจของสตรีด้วยกันเองในชีวิตประจำวัน ซึ่งทำให้สตรีมีความภาคภูมิใจในตนเองมากขึ้นและมีการพัฒนาอัตมโนทัศน์ 2. กระบวนการสื่อสารของสตรีจะมีรูปแบบที่แตกต่างไปตามสถานการณ์การสื่อสารตั้งแต่ช่วงแรกเข้า การเข้าถึงความสัมพันธ์ การพัฒนาความสัมพันธ์ กระบวนการสื่อสารของสตรีที่เข้ารับความช่วยเหลือมีดังนี้ 2.1 รูปแบบการสื่อสารของสตรีกับเจ้าหน้าที่ ในช่วงแรกเข้าสตรีจะไม่เปิดเผยเรื่องราวของตนเองมากนัก และมีการประเมินเจ้าหน้าที่ถึงคุณลักษณะในการสื่อสารเพื่อการพัฒนาความสัมพันธ์ เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีคุณลักษณะที่ดีในการสื่อสารทำให้สตรียินยอมที่จะเปิดเผยเรื่องราวของตนและต้องการพัฒนาความสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตามลำดับขั้นของเจ้าหน้าที่สูงกว่าสตรีทำให้รูปแบบของการสื่อสารมีความเป็นทางการ 2.2 รูปแบบการสื่อสารของสตรีกับสตรีที่เข้ารับความช่วยเหลือเช่นเดียวกันในช่วงแรกจะทำการประเมินคุณลักษณะในการสื่อสารของสตรีด้วยกัน เนื่องจากสตรีที่เข้ารับความช่วยเหลือขาดคุณลักษณะในการสื่อสารที่ดี รูปแบบการสื่อสารของสตรีจึงไม่เปิดเผยเรื่องของตนและพยายามปรับตัว ในช่วงของการพัฒนาความสัมพันธ์สตรีจะมีการรวมกลุ่มตามลักษณะของปัญหาความรุนแรง และการสื่อสารของสตรีจะมีเพื่อนันทนาการและการดำรงอยู่ของกลุ่มมากกว่าการสื่อสารเพื่อการบำบัด 2.3 รูปแบบการสื่อสารของสตรีกับบุตรของตนเองและบุตรของสตรีอื่นจะมีความผูกพันกับบุตรของตนมากสตรีซึ่งบุตรจะะเป็นปัจจัยสำคัญในความสามารถของสตรีในการปรับตัวและสตรีจะมีรูปแบบการสื่อสารกับบุตรของสตรีอื่นในการช่วยดูแล เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์กับสตรีอื่น รวมทั้งสตรีจะมีจิตใจที่อ่อนโยนลง |
| บรรณานุกรม | : |
ภัทรพร ประทุมฝาง . (2546). อัตมโนทัศน์และกระบวนการสื่อสารของสตรีผู้ถูกกระทำรุนแรงที่เข้ารับความช่วยเหลือณ บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ภัทรพร ประทุมฝาง . 2546. "อัตมโนทัศน์และกระบวนการสื่อสารของสตรีผู้ถูกกระทำรุนแรงที่เข้ารับความช่วยเหลือณ บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ภัทรพร ประทุมฝาง . "อัตมโนทัศน์และกระบวนการสื่อสารของสตรีผู้ถูกกระทำรุนแรงที่เข้ารับความช่วยเหลือณ บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print. ภัทรพร ประทุมฝาง . อัตมโนทัศน์และกระบวนการสื่อสารของสตรีผู้ถูกกระทำรุนแรงที่เข้ารับความช่วยเหลือณ บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.
|
