| ชื่อเรื่อง | : | แนวทางการสร้างแบบประเมินลักษณะรูปทรงภายนอก และการจัดวางทิศทางอาคารที่เหมาะสมเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ |
| นักวิจัย | : | ปิยชาติ แก้วแดง |
| คำค้น | : | BUILDING FORM , ENERGY CONSERVATION , ORIENTATION , INDEX |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546000715 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ลักษณะรูปทรงและการจัดวางทิศทางของอาคารเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ศึกษาอิทธิพลของลักษณะรูปทรงอาคารและอิทธิพลของการจัดวางทิศทางอาคารต่อภาระการทำความเย็น ขั้นตอนการวิจัยประกอบด้วยการวิเคราะห์ ผนังทึบ กระจก และหลังคา ที่มีอิทธิพลต่อภาระการทำความเย็นภายในอาคารศึกษาผลของการใช้พลังงานเนื่องจากลักษณะรูปทรงและการจัดวางทิศทางอาคาร รวมถึงการคำนวณค่าภาระการทำความเย็นต่อพื้นที่ใช้สอยภายในอาคารปรับอากาศ เพื่อสร้างแบบประเมิน การศึกษาพบว่า อิทธิพลต่อการใช้พลังงานเนื่องจากลักษณะรูปทรงและการจัดวางทิศทางอาคารทั่วไปประกอบไปด้วย ค่าความร้อนที่เกิดจากหลังคา ผนังทึบ และกระจกโดยเฉลี่ยภาระการทำความเย็นที่เกิดจากหลังคาเป็น 42% ผนังทึบ 32% และกระจำ 24%อิทธิพลของปัจจัยการจัดวางทิศทางอาคารที่มีอิทธิพลต่อภาระการทำความเย็นภายในอาคารมากที่สุดคือ ทิศใต้ คิดเป็น 21% ทิศตะวันตกเฉียงใต้ 20% ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ 13%ทิศตะวันออกเฉียงใต้ 12% ทิศใต้ 10% ทิศตะวันออก 11% ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 7%และทิศที่มีอิทธิพลต่ำที่สุดคือทิศเหนือ คิดเป็น 6% ของภาระการทำความเย็นรวมทั้งหมด ผลการทดสอบการใช้แบบประเมินที่สร้างขึ้นกับอาคาร 2 กรณี คือ กรณีบ้านพักอาศัยทั่วไป และเรือนไทยภายใต้ประยุกต์ พบว่าบ้านพักอาศัยทั่วไปที่มีสัดส่วนพื้นที่เปลือกอาคารต่อพื้นที่ใช้สอยเป็น 2.28 ได้คะแนนจากการประเมิน 59.8 คะแนน จัดเป็นอาคารที่มีประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานระดับที่ 3 ซึ่งเป็นระดับปานกลาง ส่วนเรือนไทยภาคใต้ประยุกต์ที่มีสัดส่วนพื้นที่เปลือกอาคารต่อพื้นที่ใช้สอยเป็น 4.11 ได้คะแนนจากการประเมิน210 คะแนน จัดเป็นอาคารที่มีประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานระดับที่ 2 ซึ่งเป็นระดับต่ำ ดังนั้นลักษณะรูปทรงอาคารที่ดี คือ รูปทรงที่มีสัดส่วนพื้นที่เปลือกอาคารต่อพื้นที่ใช้สอยภายในส่วนปรับอากาศน้อยที่สุด โดยมีค่าเท่ากับ 1.3 ทิศทางที่ดีคือ ทิศเหนือซึ่งก่อให้เกิดภาระการทำความเย็นน้อยที่สุด ทิศทางที่ก่อให้เกิดภาระการทำความเย็นมากที่สุดคือทิศทาง ตะวันตก แต่เมื่อมีการเพิ่มคุณสมบัติในการป้องกันความร้อนให้วัสดุทิศทางจะมีอิทธิพลต่อภาระการทำความเย็นของอาคารลดลง ผลที่ได้จากการทดสอบแบบประเมินที่สร้างขึ้นสามารถนำไปใช้ประเมินประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานจากลักษณะรูปทรงและการจัดวางทิศทางอาคารได้แบบประเมินที่ได้จากการวิจัยมีความเหมาะสมในการประเมินอาคารพักอาศัยประเภทบ้านเดี่ยว |
| บรรณานุกรม | : |
ปิยชาติ แก้วแดง . (2546). แนวทางการสร้างแบบประเมินลักษณะรูปทรงภายนอก และการจัดวางทิศทางอาคารที่เหมาะสมเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปิยชาติ แก้วแดง . 2546. "แนวทางการสร้างแบบประเมินลักษณะรูปทรงภายนอก และการจัดวางทิศทางอาคารที่เหมาะสมเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปิยชาติ แก้วแดง . "แนวทางการสร้างแบบประเมินลักษณะรูปทรงภายนอก และการจัดวางทิศทางอาคารที่เหมาะสมเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print. ปิยชาติ แก้วแดง . แนวทางการสร้างแบบประเมินลักษณะรูปทรงภายนอก และการจัดวางทิศทางอาคารที่เหมาะสมเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.
|
