| ชื่อเรื่อง | : | การเปรียบเทียบค่าความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 สำหรับสถิติทดสอบความเป็นอิสระ |
| นักวิจัย | : | เสาวรส ยิ่งวรรณะ |
| คำค้น | : | TYPE , ERROR RATES , TESTS OF INDEPENDENCE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546000611 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบค่าความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 ของสถิติทดสอบเพียร์สันไคสแควร์ อัตราส่วนภาวะน่าจะเป็น การปรับแก้ของเยทส์ และFisher's exact test ที่ใช้ในการทดสอบความเป็นอิสระสำหรับตารางการณ์จรขนาดเล็ก(2x2) กำหนดกลุ่มตัวอย่างให้มีขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ เป็น 25 50 และ 100 ตามลำดับสำหรับตารางการณ์จรขนาดกลาง (3x4) กำหนดกลุ่มตัวอย่างให้มีขนาดเล็ก กลาง ใหญ่เป็น 80 150 และ 300 ตามลำดับ เมื่อความถี่ที่คาดหวังแต่ละเซลล์น้อยกว่า 5 ไม่เกิน25% และ 50% ของจำนวนเซลล์ทั้งหมด โดยใช้การจำลองด้วยวิธีมอนติคาร์โล ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. การทดสอบความเป็นอิสระ เมื่อความถี่คาดหวังแต่ละเซลล์น้อยกว่า 5 ไม่เกิน 25%ของจำนวนเซลล์ทั้งหมด ตารางการณ์จรขนาด 2x2 กลุ่มตัวอย่างขนาด 25 พบว่าสถิติทดสอบเพียร์สันไคสแควร์สามารถควบคุมอัตราความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 ได้ดีที่สุด กลุ่มตัวอย่างขนาด 50 พบว่าสถิติทดสอบอัตราส่วนภาวะน่าจะเป็นสามารถควบคุมอัตราความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1ได้ดีที่สุด กลุ่มตัวอย่างขนาด 100 พบว่าสถิติทดสอบเพียร์สันไคสแควร์สามารถควบคุมอัตราความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 ได้ดีที่สุด ณ ระดับนัยสำคัญ .05 ตารางการณ์จรขนาด 3x4 กลุ่มตัวอย่างขนาด 80 พบว่าไม่มีสถิติทดสอบตัวใดสามารถควบคุมอัตราความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 ได้ กลุ่มตัวอย่างขนาด 150 พบว่าสถิติทดสอบอัตราส่วนภาวะน่าจะเป็นสามารถควบคุมอัตราความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 ได้ดีที่สุด กลุ่มตัวอย่างขนาด 300 พบว่าสถิติทดสอบอัตราส่วนภาวะน่าจะเป็นสามารถควบคุมอัตราความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 ได้ดีที่สุด ณ ระดับนัยสำคัญ .05 2. การทดสอบความเป็นอิสระ เมื่อความถี่คาดหวังแต่ละเซลล์น้อยกว่า 5 ไม่เกิน 50%ของจำนวนเซลล์ทั้งหมด ตารางการณ์จรขนาด 2x2 กลุ่มตัวอย่างขนาด 25 พบว่าสถิติทดสอบอัตราส่วนภาวะน่าจะเป็นสามารถควบคุมอัตราความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 ได้ดีที่สุด กลุ่มตัวอย่างขนาด 50 พบว่าสถิติทดสอบเพียร์สันไคสแควร์ อัตราส่วนภาวะน่าจะเป็น และการปรับแก้ของเยทส์สามารถควบคุมอัตราความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 ได้เท่าเทียมกัน กลุ่มตัวอย่างขนาด 100 พบว่าสถิติทดสอบอัตราส่วนภาวะน่าจะเป็นสามารถควบคุมอัตราความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 ได้ดีที่สุด ณ ระดับนัยสำคัญ .05 ตารางการณ์จรขนาด 3x4 กลุ่มตัวอย่างขนาด 80 พบว่าสถิติทดสอบอัตราส่วนภาวะน่าจะเป็นสามารถควบคุมอัตราความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 ได้ดีที่สุด กลุ่มตัวอย่างขนาด 150 พบว่าสถิติทดสอบอัตราส่วนภาวะน่าจะเป็นสามารถควบคุมอัตราความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 ได้ดีที่สุด กลุ่มตัวอย่างขนาด 300 พบว่าสถิติทดสอบเพียร์สันไคสแควร์และอัตราส่วนภาวะน่าจะเป็นสามารถควบคุมอัตราความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 ได้เท่าเทียมกัน ณ ระดับนัยสำคัญ .05 |
| บรรณานุกรม | : |
เสาวรส ยิ่งวรรณะ . (2546). การเปรียบเทียบค่าความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 สำหรับสถิติทดสอบความเป็นอิสระ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เสาวรส ยิ่งวรรณะ . 2546. "การเปรียบเทียบค่าความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 สำหรับสถิติทดสอบความเป็นอิสระ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เสาวรส ยิ่งวรรณะ . "การเปรียบเทียบค่าความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 สำหรับสถิติทดสอบความเป็นอิสระ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print. เสาวรส ยิ่งวรรณะ . การเปรียบเทียบค่าความคลาดเคลื่อนประเภทที่ 1 สำหรับสถิติทดสอบความเป็นอิสระ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.
|
