| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษารูปแบบการกระจายอำนาจบริหารการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในกรุงเทพมหานคร |
| นักวิจัย | : | ธีระภาพ เพชรมาลัยกุล |
| คำค้น | : | STATE AND MODEL OF EDUCATIONAL ADMINISTRATION DECENTRALIZATION |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546000602 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพและรูปแบบการกระจายอำนาจบริหารการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในกรุงเทพมหานคร การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาเจาะลึกรายกรณีโดยวิธีศึกษาเอกสารของโรงเรียนและสัมภาษณ์ผู้บริหารการศึกษา จำนวน 27 รายจาก 3 โรงเรียนตัวแทนในเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร 3 เขตเขตละ 1 โรง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบศึกษาเอกสารและแบบสัมภาษณ์ที่ผู้วิจัยได้พัฒนาขึ้นโดยใช้กรอบแนวคิดรูปแบบการกระจายอำนาจบริหารภายในองค์การของ Mintzberg และการกระจายอำนาจบริหารการศึกษาสู่สถานศึกษาตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 วิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่ หาค่าร้อยละ และการวิเคราะห์เนื้อหา ประมวลผลข้อมูลโดยใช้โปรแกรม SPSS นำเสนอข้อมูลในรูปตารางและแผนภูมิประกอบคำบรรยาย ผลการวิจัยพบว่า 1. โครงสร้างการบริหารแบ่งออกเป็น 4 ฝ่าย คือ ฝ่ายธุรการ ฝ่ายวิชาการ ฝ่ายปกครองและฝ่ายบริการ โดยบางสถานศึกษาอาจแยกงานนโยบายและแผนขึ้นเป็นฝ่ายหรือตั้งเป็นสำนักงานผู้บริหารสูงสุดคือผู้อำนวยการ ส่วนงานปฏิบัติจัดการเรียนการสอนคือฝ่ายวิชาการ ส่วนงานสนับสนุนคือฝ่ายธุรการ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายบริการ มีสำนักงานนโยบายและแผน/งานแผนงานเป็นส่วนงานมาตรฐานและคุณภาพ การกระจายอำนาจเป็นการมอบอำนาจหน้าที่แก่ผู้บริหารและคณะบุคคลตามโครงสร้างบริหาร การทำงานจะอยู่ในรูปของคณะกรรมการหลายชุดประสานงานร่วมกัน การกระจายอำนาจบริหารแบ่งเป็น 4-5 ชั้น บุคลากรในโครงสร้างบริหารถ้าเป็นผู้อำนวยการ/ผู้ช่วยผู้อำนวยการได้รับการแต่งตั้ง/โยกย้ายเข้าสู่สถานศึกษาจากต้นสังกัด ส่วนผู้บริหารและคณะกรรมการจะได้รับการจัดสรรอำนาจหน้าที่และแต่งตั้งเป็นการภายในซึ่งจำนวนบุคลากรระดับผู้บริหารการศึกษาระดับรองผู้ช่วยผู้อำนวยการขึ้นไปจะมีระหว่าง15-17 ท่าน ประกอบด้วยผู้อำนวยการ 1 ท่าน ผู้ช่วยผู้อำนวยการ 4 ท่าน รองผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายละ 2-3 ท่าน จำนวนงาน (หน่วยงาน) ในโครงสร้างบริหารจะอยู่ระหว่าง 47-69 งาน ขึ้นกับนโยบายผู้บริหารและภาระงานของสถานศึกษา จำนวนงานในฝ่ายวิชาการมีมากที่สุด รองลงมาฝ่ายธุรการ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายบริการในสัดส่วนใกล้เคียง และเมื่อวิเคราะห์ด้วยการเปรียบเทียบงานในโครงสร้างบริหารสถานศึกษาพบว่า งานที่มีการจัดเหมือนกันในสถานศึกษาแต่ละฝ่ายคือฝ่ายวิชาการ ได้แก่ งานสำนักงาน งานหมวดวิชา/กลุ่มสาระการเรียนรู้ งานทะเบียนและวัดผลงานห้องสมุด งานแนะแนว งานสารสนเทศ งานแผนงาน งานวิจัยและพัฒนา งานศูนย์ผลิตเอกสาร รวม 9 งาน ฝ่ายธุรการ ได้แก่ งานสารบรรณ งานการเงินและบัญชี งานบุคลากรและงานตรวจสอบภายใน รวม 4 งาน ฝ่ายปกครอง ได้แก่ งานสำนักงาน งานระดับชั้น งานระเบียบวินัย/ความประพฤติ งานส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม งานกิจกรรมการเสริมหลักสูตร/กิจการนักเรียน งานรักษาความปลอดภัย รวม 6 งาน ฝ่ายบริการ ได้แก่ งานสำนักงาน งานอาคารสถานที่ งานพยาบาล/อนามัยนักเรียน งานชุมชนสัมพันธ์/ประสานชุมชน งานคนงานภารโรงรวม 5 งาน 2. สภาพการกระจายอำนาจบริหารการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ผู้กระจายอำนาจคือผู้อำนวยการมากที่สุด ผู้รับการกระจายอำนาจอยู่ในรูปคณะกรรมการเป็นส่วนใหญ่ โดยมีสัดส่วนการกระจายอำนาจบริหารการศึกษาด้านวิชาการ/งบประมาณมากที่สุดส่วนงานที่รองรับการกระจายอำนาจบริหารด้านวิชาการคือส่วนงานปฏิบัติมากที่สุด ส่วนงานที่รองรับการกระจายอำนาจบริหารงานบุคคลคือส่วนงานสนับสนุน/ส่วนงานปฏิบัติมากที่สุด ส่วนงานที่รองรับการกระจายอำนาจบริหารงบประมาณคือส่วนงานสนับสนุนมากที่สุด ส่วนงานที่รองรับการกระจายอำนาจบริหารทั่วไปคือส่วนงานสนับสนุนมากที่สุด 3. รูปแบบการกระจายอำนาจบริหารการศึกษาตรงกับรูปแบบการกระจายอำนาจบริหารในองค์การของ Minizberg แบบ Type D : Selective Vertical and Horizontal Decentralizationคือ กระจายอำนาจแบบเลือกทั้งในแนวดิ่งและแนวราบ ซึ่งผู้บริหารสูงสุดและผู้บริหารระดับรองลงมาเลือกที่จะกระจายอำนาจบริหารและจัดการศึกษาในเรื่องที่แตกต่างกันทั้งในแนวดิ่งและแนวราบสู่สายงาน 4-5 ฝ่ายตามโครงสร้างบริหาร ผู้บริหารสูงสุดกระจายอำนาจการตัดสินใจสู่ส่วนงานตามลำดับขั้น ผู้บริหารสูงสุดกระจายอำนาจการตัดสินใจส่วนใหญ่ด้วยการมอบหมายงานและให้อำนาจหน้าที่แก่ผู้บริหารระดับต่ำลงมาในสายงานต่างๆ คิดเป็นร้อยละ 89.86-91.67โดยมีสัดส่วนการกระจายอำนาจในแนวดิ่งสู่ฝ่ายวิชาการมากที่สุด ร้อยละ 31.91-34.78 กระจายอำนาจในแนวดิ่งสู่ส่วนงานมาตรฐานและคุณภาพน้อยที่สุด ร้อยละ 4.26-10.14 ส่วนการกระจายในแนวราบโดยส่วนงานหลักคือส่วนงานปฏิบัติมีงานที่มีการให้อำนาจตัดสินใจสู่ภายนอกโครงสร้างฝ่ายวิชาการในสัดส่วนร้อยละ 33.33-56.25 |
| บรรณานุกรม | : |
ธีระภาพ เพชรมาลัยกุล . (2546). การศึกษารูปแบบการกระจายอำนาจบริหารการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในกรุงเทพมหานคร.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ธีระภาพ เพชรมาลัยกุล . 2546. "การศึกษารูปแบบการกระจายอำนาจบริหารการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในกรุงเทพมหานคร".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ธีระภาพ เพชรมาลัยกุล . "การศึกษารูปแบบการกระจายอำนาจบริหารการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในกรุงเทพมหานคร."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print. ธีระภาพ เพชรมาลัยกุล . การศึกษารูปแบบการกระจายอำนาจบริหารการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.
|
