ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

รูปแบบปฏิสัมพันธ์ทางการเรียนผ่านเครือข่ายและเมตาคอคนิชั่นในการเรียนรู้ด้วยกรณีศึกษาที่มีผลต่อการแก้ปัญหาในวิชาโครงงานอิเล็กทรอนิกส์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : รูปแบบปฏิสัมพันธ์ทางการเรียนผ่านเครือข่ายและเมตาคอคนิชั่นในการเรียนรู้ด้วยกรณีศึกษาที่มีผลต่อการแก้ปัญหาในวิชาโครงงานอิเล็กทรอนิกส์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
นักวิจัย : นาถวดี นันทาภินัย
คำค้น : PROBLEM SOLVING , NETWORK LEARNING INTERACTIONS , METACOGNITION , CASE-BASEDLEARNING
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546000407
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1) เพื่อศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบปฏิสัมพันธ์ทางการเรียนผ่านเครือข่ายและเมตาคอคนิชั่นในการเรียนรู้ด้วยกรณีศึกษาที่มีผลต่อการแก้ปัญหา 2) เพื่อศึกษาผลของรูปแบบปฏิสัมพันธ์ทางการเรียนผ่านเครือข่ายในการเรียนรู้ด้วยกรณีศึกษาที่มีผลต่อการแก้ปัญหา 3) เพื่อศึกษาผลของเมตาคอคนิชั่นในการเรียนรู้ด้วยกรณีศึกษาที่มีผลต่อการแก้ปัญหา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลองได้จากการสุ่มเลือกนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3จากโรงเรียนที่เปิดสอนวิชาโครงงานอิเล็กทรอนิกส์ และมีห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่มีระบบการเรียนผ่านเครือข่าย จำนวน 3 โรงเรียน เป็น 90 คน ประกอบด้วย กลุ่มนักเรียนที่มีเมตาคอคนิชั่นสูง กลางและต่ำ กลุ่มละ 30 คน นักเรียนแต่ละกลุ่มเมตาคอคนิชั่นได้รับการสุ่มเข้ากลุ่มทดลอง 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีปฏิสัมพันธ์ทางการเรียนผ่านเครือข่ายแบบผู้เรียนกับเนื้อหาและกลุ่มที่มีปฏิสัมพันธ์ทางการเรียนผ่านเครือข่ายแบบระหว่างผู้เรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ Two way ANOVA ผลการวิจัยพบว่า 1) ไม่มีปฏิบัติสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบปฏิสัมพันธ์ทางการเรียนผ่านเครือข่ายในการเรียนรู้ด้วยกรณีศึกษาที่มีผลต่อการแก้ปัญหาในวิชาโครงงานอิเล็กทรอนิกส์2) นักเรียนที่มีรูปแบบปฏิสัมพันธ์ทางการเรียนผ่านเครือข่ายต่างกันในการเรียนรู้ด้วยกรณีศึกษามีการแก้ปัญหาไม่แตกต่างกัน 3) นักเรียนที่มีเมตาคอคนิชั่นต่างกันเมื่อเรียนรู้ด้วยกรณีศึกษา มีการแก้ปัญหาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยนักเรียนที่มีเมตาคอคนิชั่นสูงและปานกลางจะมีคะแนนการแก้ปัญหาสูงกว่านักเรียนที่มีเมตาคอคนิชั่นต่ำ

บรรณานุกรม :
นาถวดี นันทาภินัย . (2546). รูปแบบปฏิสัมพันธ์ทางการเรียนผ่านเครือข่ายและเมตาคอคนิชั่นในการเรียนรู้ด้วยกรณีศึกษาที่มีผลต่อการแก้ปัญหาในวิชาโครงงานอิเล็กทรอนิกส์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นาถวดี นันทาภินัย . 2546. "รูปแบบปฏิสัมพันธ์ทางการเรียนผ่านเครือข่ายและเมตาคอคนิชั่นในการเรียนรู้ด้วยกรณีศึกษาที่มีผลต่อการแก้ปัญหาในวิชาโครงงานอิเล็กทรอนิกส์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นาถวดี นันทาภินัย . "รูปแบบปฏิสัมพันธ์ทางการเรียนผ่านเครือข่ายและเมตาคอคนิชั่นในการเรียนรู้ด้วยกรณีศึกษาที่มีผลต่อการแก้ปัญหาในวิชาโครงงานอิเล็กทรอนิกส์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print.
นาถวดี นันทาภินัย . รูปแบบปฏิสัมพันธ์ทางการเรียนผ่านเครือข่ายและเมตาคอคนิชั่นในการเรียนรู้ด้วยกรณีศึกษาที่มีผลต่อการแก้ปัญหาในวิชาโครงงานอิเล็กทรอนิกส์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.