ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การปรับปรุงความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมของเด็กเล่นไทย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การปรับปรุงความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมของเด็กเล่นไทย
นักวิจัย : สุทธิเกตติ์ ทัดพิทักษ์กุล
คำค้น : TOY INDUSTRY S COMPETITIVENESS , BENCHMARKING
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546000376
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์นี้เป็นการนำเทคนิค Benchmarking หรือการเทียบเคียงเข้ามาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์ประสิทธิภาพเพื่อปรับปรุงความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตไทยในอุตสาหกรรมผลิตของเล่น โดยวิธีการการเทียบเคียงประกอบด้วย 4 ขั้นตอนคือ ขั้นตอนแรกเป็นการเลือกกระบวนการปฏิบัติงานที่จะนำไปเทียบเคียง โดยพิจารณาจากกระบวนการต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อระดับประสิทธิภาพของดัชนีวัดประสิทธิภาพ ทางด้านความสามารถในการแข่งขันของบริษัทผู้ผลิตของเล่นของไทย ขั้นตอนที่สองเป็นการสรรหาคู่เทียบเคียงที่เหมาะสม2 รายซึ่งได้แก่ ผู้ผลิตของเล่นต่างชาติที่มีโรงงานในประเทศไทย (Factory B) และผู้ผลิตของเล่นจากต่างชาติที่นำเข้ามาจำหน่ายในไทย (Factory D) ขั้นตอนที่สามเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลดัชนีวัดประสิทธิภาพของคู่เทียบเคียงทั้ง 2 ราย และขั้นตอนสุดท้ายเป็นการวิเคราะห์ความแตกต่างของดัชนีวัดประสิทธิภาพของแต่ละคู่เทียบเคียงที่เลือกและสรุปผลที่ได้จากการเทียบเคียง การเทียบเคียงในงานวิจัยนี้ได้กำหนดดัชนีวัดประสิทธิภาพทางด้านความสามารถในการแข่งขันอุตสาหกรรมผลิตของเล่นไว้ 4 ประเภท คือ ด้านคุณภาพ (Quality) ต้นทุน(Cost) การส่งมอบ (Delivery) และสุดท้ายคือ ด้านทักษะการออกแบบของเล่น (Skill)โดยหลังจากการเทียบเคียงระดับประสิทธิภาพของดัชนีที่กำหนดไว้ของผู้ผลิตไทยกับคู่เทียบเคียงทั้ง 2 รายแล้ว พบว่า ด้านคุณภาพและทักษะการออกแบบของเล่น ได้แก่ % Defect% Claim และ % Toy Design Performance สำหรับผู้ผลิตของเล่นไทยมีค่าดัชนีวัดประสิทธิภาพที่มีระดับประสิทธิภาพต่ำ โดยที่ % Defect มีความสัมพันธ์กับต้นทุนการผลิตจึงเป็นประเด็นที่จะนำไปเทียบเคียง เพื่อให้ได้มาซึ่งแนวทางในการปรับปรุงความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตของเล่นไทย โดยผู้ผลิตไทยมี % Claim ที่ 8.53% % Toy DesignPerformance ที่ 18.7% และ Defect ที่ 3.8% ส่งผลให้มีต้นทุนการผลิตที่ 78.3%เมื่อเทียบกับราคาขาย โดยผู้วิจัยได้นำค่า % Claim % Defect % Toy DesignPerformance และต้นทุนการผลิตไปเทียบเคียง กับคู่แข่งขันทั้ง 2 ราย จากการวิเคราะห์พบว่าผู้ผลิตของเล่นไทยควรมีการปรับปรุงการดำเนินงานผลิตโดยเน้นที่การควบคุมคุณภาพกระบวนการผลิตและการออกแบบให้มากขึ้น ทั้งนี้ผู้วิจัยได้นำเสนอแผนการปรับปรุงประสิทธิภาพของโรงงานโดยมีเป้าหมายที่จะลด % Defectให้เหลือ 1.7% ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงเหลือ 76.6% ลด % Claim ให้เหลือ5.0% อีกทั้งเพิ่มความสามารถในการออกแบบของเล่นให้เพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ 40 ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการนำเทคนิค Benchmarking มาใช้เทียบเคียงเพื่อศึกษาหาแนวทางปรับปรุงและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของโรงงาน

บรรณานุกรม :
สุทธิเกตติ์ ทัดพิทักษ์กุล . (2546). การปรับปรุงความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมของเด็กเล่นไทย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุทธิเกตติ์ ทัดพิทักษ์กุล . 2546. "การปรับปรุงความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมของเด็กเล่นไทย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุทธิเกตติ์ ทัดพิทักษ์กุล . "การปรับปรุงความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมของเด็กเล่นไทย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print.
สุทธิเกตติ์ ทัดพิทักษ์กุล . การปรับปรุงความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมของเด็กเล่นไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.