ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาเปรียบเทียบการเพิ่มคุณสมบัติความยืดหยุ่นของพอลิเบนซอกซาซีนโดยใช้อีพอกซีและยูรีเทนพรีพอลิเมอร์

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาเปรียบเทียบการเพิ่มคุณสมบัติความยืดหยุ่นของพอลิเบนซอกซาซีนโดยใช้อีพอกซีและยูรีเทนพรีพอลิเมอร์
นักวิจัย : สุรศักดิ์ เพริศพรายวงศ์
คำค้น : POLYBENZOXAZINE , SYNERGY , POLYMER ALLOY
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546000297
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การเพิ่มสมบัติด้านความยืดหยุ่นของพอลิเบนซอกซาซีนสามารถทำได้โดยนำมาทำพอลิเมอร์อัลลอยกับยูรีเทนพรีพอลิเมอร์ชนิดไอโซเฟอโรนไดไอโซไซยาเนต หรืออีพอกซีชนิดยืดหยุ่น ผลจากการทดลองอย่างเป็นระบบในการทดสอบสมบัติด้านการดัดโค้งและการวิเคราะห์สมบัติทางกลแบบพลศาสตร์ แสดงให้เห็นว่าความยืดหยุ่นของพอลิเมอร์อัลลอยระหว่างพอลิเบนซอกซาซีนที่มีความแข็งเกร็งและยูรีเทนพรีพอลิเมอร์ หรืออีพอกซีชนิดยืดหยุ่น มีค่าสูงขึ้นเมื่อปริมาณสารที่เติมทั้งสองสูงขึ้น เนื่องจากการเติมโมเลกุลที่ยืดหยุ่นกว่าลงไปในระบบ อุณหภูมิการบ่มของเบนซอกซาซีนเรซินอยู่ที่ประมาณ 225 องศาเซลเซียส แต่จะมีค่าสูงขึ้นเมื่อสัดส่วนของเบนซอกซาซีนลดลงในทั้งสองระบบ สิ่งที่น่าสนใจคือ เราสามารถสังเกตเห็นสมบัติการส่งเสริมกันของอุณหภูมิเปลี่ยนสถานะคล้ายแก้วในระบบเบนซอกซาซีน/ยูรีเทนพรีพอลิเมอร์ซึ่งพิจารณาได้จากจุดสูงสุดของกราฟ loss modulus ในการวิเคราะห์สมบัติทางกลแบบพลศาสตร์ นั่นคือ อุณหภูมิสถานะเปลี่ยนคล้ายแก้วของระบบเบนซอกซาซีน/ยูรีเทน(มากกว่า 200 องศาเซลเซียส) มีค่าสูงกว่าของเบนซอกซาซีน (165 องศาเซลเซียส)และยูรีเทนพรีพอลิเมอร์ (-70 องศาเซลเซียส) อย่างไรก็ตาม เราจะไม่พบสมบัติการส่งเสริมกันในระบบเบนซอกซาซีน/อีพอกซี โดยที่สมบัติการส่งเสริมกันของอุณหภูมิเปลี่ยนสถานะคล้ายแก้วในระบบเบนซอกซาซีน/ยูรีเทนพรีพอลิเมอร์ที่อัตราส่วนโดยมวลเป็น 70/30 มีค่า 221 องศาเซลเซียส ในขณะที่ระบบเบนซอกซาซีน/อีพอกซีที่อัตราส่วนโดยมวลเดียวกันจะมีค่าอุณหภูมิเปลี่ยนสถานะคล้ายแก้วเพียง 95 องศาเซลเซียสเท่านั้น และลดลงตามอัตราส่วนของอีพอกซีที่เพิ่มขึ้น ปรากฏการณ์ดังกล่าวสามารถอธิบายได้ว่า ยูรีเทนพรีพอลิเมอร์สามารถเพิ่มความหนาแน่นในการเชื่อมโยงโครงสร้างตาข่ายของพอลิเมอร์อัลลอย ในทางตรงกันข้าม อีพอกซีนอกจากจะไม่สามารถเพิ่มความหนาแน่นในการเชื่อมโยงได้แล้ว ยังลดความหนาแน่นในการเชื่อมโยงโครงสร้างตาข่ายอีกด้วย เมื่อมีสัดส่วนในระบบมากกว่า 50% โดยมวล นอกจากนี้จากการวิเคราะห์ผล TGA อุณหภูมิการสลายตัวที่มวลลด 5% ของระบบเบนซอกซาซีน/ยูรีเทนพรีพอลิเมอร์พบว่ามีค่าสูงขึ้นเมื่อเทียบกับพอลิเบนซอกซาซีน ในขณะที่ระบบเบนซอกซาซีน/อีพอกซีจะแสดงผลตรงกันข้าม โดยที่ปริมาณเถ้าของทั้งสองระบบจะสูงขึ้นตามสัดส่วนของเบนซอกซาซีนซึ่งเป็นผลเนื่องมาจาก ปริมาณเถ้าของเบนซอกซาซีนมีค่าสูงเมื่อเทียบกับสารเพิ่มความยืดหยุ่นทั้งสองดังกล่าว ระบบที่เหมาะสมสำหรับเพิ่มความยืดหยุ่นและเป็นพอลิเมอร์โครงข่ายที่มีเสถียรภาพทางความร้อนสูงสำหรับขึ้นรูปและทำเป็นคอมโพสิท คือระบบพอลิเบนซอกซาซีนที่ใช้ยูรีเทนพรีพอลิเมอร์ชนิดไอโซเฟอโรนไดไอโซไซยาเนตเป็นตัวเพิ่มความยืดหยุ่น ในอัตราส่วนโดยมวลของเบนซอกซาซีน/ยูรีเทนพรีพอลิเมอร์เป็น 70/30

บรรณานุกรม :
สุรศักดิ์ เพริศพรายวงศ์ . (2546). การศึกษาเปรียบเทียบการเพิ่มคุณสมบัติความยืดหยุ่นของพอลิเบนซอกซาซีนโดยใช้อีพอกซีและยูรีเทนพรีพอลิเมอร์.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุรศักดิ์ เพริศพรายวงศ์ . 2546. "การศึกษาเปรียบเทียบการเพิ่มคุณสมบัติความยืดหยุ่นของพอลิเบนซอกซาซีนโดยใช้อีพอกซีและยูรีเทนพรีพอลิเมอร์".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุรศักดิ์ เพริศพรายวงศ์ . "การศึกษาเปรียบเทียบการเพิ่มคุณสมบัติความยืดหยุ่นของพอลิเบนซอกซาซีนโดยใช้อีพอกซีและยูรีเทนพรีพอลิเมอร์."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print.
สุรศักดิ์ เพริศพรายวงศ์ . การศึกษาเปรียบเทียบการเพิ่มคุณสมบัติความยืดหยุ่นของพอลิเบนซอกซาซีนโดยใช้อีพอกซีและยูรีเทนพรีพอลิเมอร์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.