| ชื่อเรื่อง | : | การใช้กระบวนการยูเอเอสบี-แอน็อกซิก-แอโรบิกในการบำบัดน้ำเสียที่มีความเค็มและไนโตรเจนสูงจากน้ำเสียสะพานปลา |
| นักวิจัย | : | ภูคำ พิมจักร |
| คำค้น | : | UASB-ANOXIC-AEROBIC , NITRIFICATION-DENITRIFICATION , HALOPHILIC BACTERIA , SALINE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546000250 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาถึงประสิทธิภาพของกระบวนการยูเอเอสบี-แอน็อกซิก-แอโรบิก ในการบำบัดน้ำเสียสะพานปลาที่มีความเค็มและไนโตรเจนสูง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการกำจัดสารอินทรีย์และไนโตรเจน ในงานวิจัยนี้แบ่งการทดลองออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงแรกศึกษาระบบยูเอเอสบีอย่างเดียวเป็นการทดลองในระดับห้องปฏิบัติการ ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเทคนิคการคัดสายพันธุ์แบคทีเรียมาใช้ร่วมกับเม็ดตะกอนจุลินทรีย์ทั่วไป เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบโดยกำหนดความเร็วไหลขึ้นที่ 1 ม./ชม. และศึกษาผลของความเร็วไหลขึ้นต่อประสิทธิภาพการกำจัดสารอินทรีย์ของระบบ กำหนดความเร็วไหลขึ้นที่ 1 และ 3 ม./ชม. ช่วงที่สองเป็นการศึกษากระบวนการยูเอเอสบี-แอน็อกซิก-แอโรบิก เป็นการทดลองในระดับต้นแบบสาธิตนำร่อง ติดตั้งชุดอุปกรณ์การทดลองและใช้น้ำเสียจริงจากองค์การสะพานปลา จังหวัดสมุทรสาคร โดยส่วนยูเอเอสบีเลือกสภาวะการเดินระบบจากสภาวะที่เหมาะสมในช่วงแรกมาเดินระบบต่อเนื่องเพื่อศึกษาประสิทธิภาพในระยะยาว และส่วนแอน็อกซิก-แอโรบิกศึกษาประสิทธิภาพการกำจัดไนโตรเจนที่มีการหมุนเวียนน้ำตะกอนจากแอโรบิกไปแอน็อกซิกที่ 200% และ 400% และได้มีการแบ่งน้ำเสียเข้าส่วนยูเอเอสบีต่อส่วนแอน็อกซิก เท่ากับ 75% ต่อ 25% เพื่อช่วยเพิ่มแหล่งคาร์บอนให้กับส่วนแอน็อกซิก-แอโรบิก น้ำเสียที่ใช้ในการทดลองเป็นน้ำเสียจริงที่มีการแปรเปลี่ยนในแต่ละวัน โดยแบ่งเป็นช่วงค่าได้ดังนี้ ช่วงแรกค่าภาระบรรทุกสารอินทรีย์อยู่ในช่วง 6.0-9.5 กก.ซีโอดี/ลบ.ม.-วัน และช่วงที่สอง อยู่ในช่วง 8.6-15.1 กก.ซีโอดี/ลบ.ม.-วัน ผลการศึกษาช่วงแรก พบว่า ประสิทธิภาพในการกำจัดซีโอดี ในช่วงสภาวะคงตัว (P50)เท่ากับ 77.2% และ 84.2% สำหรับยูเอเอสบีที่ไม่เติมเชื้อและยูเอเอสบีที่เติมเชื้อตามลำดับจากผลการทดลอง พบว่า ยูเอเอสบีที่เติมเชื้อมีประสิทธิภาพการกำจัดสารอินทรีย์และไขมันที่ดีกว่า ส่วนการศึกษาความเร็วไหลขึ้นพบว่าที่ 3 ม./ชม. ประสิทธิภาพของระบบยูเอเอสบีในการกำจัดสารอินทรีย์สูงขึ้น เท่ากับ 90.5% สำหรับยูเอเอสบีที่เติมเชื้อ แต่พบปัญหาว่ามีการลอยตัวออกจากระบบของแบคทีเรีย จึงเลือกค่าความเร็วไหลขึ้นที่ 2 ม./ชม. ใช้ในช่วงที่สองเพื่อป้องกันปัญหาการลอยตัวออกจากระบบ ผลการศึกษาช่วงที่สอง พบว่า ส่วนยูเอเอสบีมีประสิทธิภาพลดลงจากเดิมเล็กน้อยทั้งนี้เพราะค่าภาระบรรทุกสารอินทรีย์ที่เข้าระบบเพิ่มสูงขึ้น แต่ระบบยังมีประสิทธิภาพสูงอยู่ในช่วง 75.4-80.9% และส่วนแอน็อกซิก-แอโรบิก พบว่า อัตราการหมุนเวียนน้ำตะกอนที่ 200%เพียงพอต่อประสิทธิภาพในการกำจัดสารไนโตรเจนในรูปทีเคเอ็น ในช่วงสภาวะคงตัว (P50)เท่ากับ 80.0% สรุปผลการทดลองการใช้กระบวนการยูเอเอสบี-แอน็อกซิก-แอโรบิก โดยการนำเทคนิคการคัดสายพันธ์แบคทีเรียมาเติมสามารถบำบัดน้ำเสียสะพานปลาที่มีความเค็มและไนโตรเจนสูง สามารถนำไปใช้งานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีค่าน้ำทิ้งจากระบบต่ำกว่าค่ากำหนดร่างมาตรฐานสะพานปลา |
| บรรณานุกรม | : |
ภูคำ พิมจักร . (2546). การใช้กระบวนการยูเอเอสบี-แอน็อกซิก-แอโรบิกในการบำบัดน้ำเสียที่มีความเค็มและไนโตรเจนสูงจากน้ำเสียสะพานปลา.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ภูคำ พิมจักร . 2546. "การใช้กระบวนการยูเอเอสบี-แอน็อกซิก-แอโรบิกในการบำบัดน้ำเสียที่มีความเค็มและไนโตรเจนสูงจากน้ำเสียสะพานปลา".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ภูคำ พิมจักร . "การใช้กระบวนการยูเอเอสบี-แอน็อกซิก-แอโรบิกในการบำบัดน้ำเสียที่มีความเค็มและไนโตรเจนสูงจากน้ำเสียสะพานปลา."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print. ภูคำ พิมจักร . การใช้กระบวนการยูเอเอสบี-แอน็อกซิก-แอโรบิกในการบำบัดน้ำเสียที่มีความเค็มและไนโตรเจนสูงจากน้ำเสียสะพานปลา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.
|
