ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การหาจุดเหมาะสมด้านต้นทุนคุณภาพสำหรับอุตสาหกรรมขนาดกลางและเล็ก : กรณีศึกษาอุตสาหกรรมการผลิตของขบเคี้ยวสุนัข

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การหาจุดเหมาะสมด้านต้นทุนคุณภาพสำหรับอุตสาหกรรมขนาดกลางและเล็ก : กรณีศึกษาอุตสาหกรรมการผลิตของขบเคี้ยวสุนัข
นักวิจัย : ณัฐกา โยคะกุล
คำค้น : COST OF QUALITY , QUALITY COST , QUALITY IMPROVEMENT
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546000181
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจะนำเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้ระบบต้นทุนคุณภาพและการลดต้นทุนคุณภาพโดยรวมลงโดยที่ระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์คงเดิม รวมทั้งหาจุดที่เหมาะสมของต้นทุนคุณภาพ บริษัทกรณีศึกษานี้ เป็นอุตสาหกรรมขนาดกลางและเล็กของไทยประกอบธุรกิจเกี่ยวกับของขบเคี้ยวสุนัข (Dog Chew) จากหนังสัตว์ มีการบริหารงานแบบครอบครัว แต่ผู้บริหารมีความมุ่งมั่นสูงในการพัฒนาระบบคุณภาพ วิธีดำเนินการวิจัยเริ่มจาก ผู้วิจัยสำรวจระบบการเก็บข้อมูลต้นทุนคุณภาพเดิมของบริษัท จากการสอบถามและร่วมทำงานผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งกำหนดรายการต้นทุนคุณภาพที่ต้องการ และพัฒนาใบรายการเพื่อเก็บข้อมูล โดยยึดตาม PAF model ได้แก่ต้นทุนการป้องกัน (prevention cost) ต้นทุนการตรวจสอบ/ประเมิน (appraisal cost)และต้นทุนความล้มเหลว (failure cost) หลังจากนั้นได้นำมาจัดทำกราฟตามรูปแบบของPAF model และพิจารณาสัดส่วนของต้นทุนคุณภาพที่ได้ ในช่วง 6 เดือนแรกของการเก็บข้อมูลนั้น พบว่าสัดส่วนของต้นทุนความล้มเหลวมีค่าถึง 89.10% ของต้นทุนคุณภาพโดยรวม (total quality cost) ในขณะที่สัดส่วนของต้นทุนในการป้องกันและตรวจสอบมีค่ารวมกันเพียง 10.90% ของต้นทุนคุณภาพโดยรวม ถือว่ายังอยู่ในบริเวณที่สามารถพัฒนาปรับปรุงได้ (zone of improvement) ซึ่งบริษัทยังสามารถลดต้นทุนคุณภาพโดยรวมของบริษัทได้ โดยการเพิ่มต้นทุนด้านการป้องกัน และการตรวจสอบ ดังนั้นจึงได้มีการเริ่มโปรแกรมการพัฒนาปรับปรุง โดยอาศัยข้อมูลจากรายงานต้นทุนคุณภาพเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่สำคัญในการพิจารณา สำหรับการลดต้นทุนคุณภาพนั้นมีการใช้เครื่องมือในการปรับปรุงคุณภาพ (QC tools) เช่น การวิเคราะห์ด้วยพาเรโตชี้บ่งปัญหาหลักที่ต้องได้รับการแก้ไขและใช้แผนภูมิเหตุและผลในการหาสาเหตุของปัญหา เป็นต้น หลังจากนั้นได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาและเปรียบเทียบผลการแก้ไข เมื่อทำการเปรียบเทียบผลก่อนและหลังการวิจัย ในระยะเวลา 12 เดือน พบว่าสามารถลดต้นทุนคุณภาพโดยรวมเทียบกับกำลังการผลิตได้ลง 44.32% ซึ่งต้นทุนคุณภาพต่อหน่วยการผลิตก่อนและหลังปรับปรุงคุณภาพเท่ากับ 4,251 และ 2,367 บาท/ตันการผลิต ตามลำดับซึ่งสามารถประหยัดได้ถึง 1,884 บาท/ตันการผลิต โดยที่สัดส่วนของต้นทุนความล้มเหลวมีค่า 75.45% และสัดส่วนของต้นทุนในการป้องกันและตรวจสอบมีค่ารวมกันเท่ากับ 24.54%ของต้นทุนคุณภาพโดยรวม อย่างไรก็ตาม ผู้วิจัยได้ทำการจำลองรูปแบบของต้นทุนคุณภาพโดยการปรับเปลี่ยนตัวแปรของต้นทุนการป้องกัน (P) ต้นทุนการตรวจสอบ (A) และต้นทุนความล้มเหลว (F)โดยแนวทางการออกแบบการทดลอง พบว่าจุดเหมาะสมต่อการพัฒนาเพื่อลดต้นทุนคุณภาพคือ P+A เท่ากับ 855 และ F เท่ากับ 1,384 บาท/ตันการผลิต โดยต้นทุนคุณภาพโดยรวมเท่ากับ 2,240 บาท/ตันการผลิต ณ กำลังการผลิต 60,161 กก.ต่อเดือน

บรรณานุกรม :
ณัฐกา โยคะกุล . (2546). การหาจุดเหมาะสมด้านต้นทุนคุณภาพสำหรับอุตสาหกรรมขนาดกลางและเล็ก : กรณีศึกษาอุตสาหกรรมการผลิตของขบเคี้ยวสุนัข.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ณัฐกา โยคะกุล . 2546. "การหาจุดเหมาะสมด้านต้นทุนคุณภาพสำหรับอุตสาหกรรมขนาดกลางและเล็ก : กรณีศึกษาอุตสาหกรรมการผลิตของขบเคี้ยวสุนัข".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ณัฐกา โยคะกุล . "การหาจุดเหมาะสมด้านต้นทุนคุณภาพสำหรับอุตสาหกรรมขนาดกลางและเล็ก : กรณีศึกษาอุตสาหกรรมการผลิตของขบเคี้ยวสุนัข."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print.
ณัฐกา โยคะกุล . การหาจุดเหมาะสมด้านต้นทุนคุณภาพสำหรับอุตสาหกรรมขนาดกลางและเล็ก : กรณีศึกษาอุตสาหกรรมการผลิตของขบเคี้ยวสุนัข. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.