| ชื่อเรื่อง | : | การหาความเร็วและระยะห่างระหว่างเพลาของยานพาหนะบนสะพานจากสัญญาณความเครียด |
| นักวิจัย | : | นิคมเดช วีระฉันทะชาติ |
| คำค้น | : | WEIGH-IN-MOTION , VELOCITY , AXLE SPACING , STRAIN SIGNAL , VEHICLE , BRIDGE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546000016 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ระบบ Weigh-in-motion (WIM) เป็นระบบที่ใช้ในการหาน้ำหนักบรรทุกของยวดยานพาหนะขณะกำลังเคลื่อนที่บนถนนหรือสะพานโดยวัดการตอบสนองของส่วนโครงสร้างที่รับน้ำหนักบรรทุก ซึ่งการประยุกต์ใช้ระบบดังกล่าวกับสะพานจะให้ค่าน้ำหนักที่ถูกต้องกว่ากับถนนเพราะผลของแรงกระแทกจากรถซึ่งกระทบต่อการประมาณน้ำหนักมีต่ำกว่า อย่างไรก็ดีวิธีในการหาน้ำหนักรถบรรทุกซึ่งเคลื่อนที่บนสะพานให้ได้ความถูกต้องสูงนั้นจำเป็นต้องทราบค่าความเร็ว ระยะห่างระหว่างเพลา และตำแหน่งของเพลารถในแต่ละช่วงเวลา ให้ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด ในทางปฏิบัติ อุปกรณ์ที่ใช้วัดผลตอบสนองของส่วนโครงสร้างสะพานนิยมใช้อุปกรณ์วัดความเครียด ดังนั้นจึงเกิดแนวคิดที่จะนำอุปกรณ์ดังกล่าวมาช่วยในการหาระยะห่างระหว่างเพลา และความเร็วรถด้วย โดยในงานวิจัยนี้ได้นำเสนอวิธีการในการต่อพ่วงมาตรวัดความเครียดในวงจรบริดจ์เพื่อสร้างกราฟสัญญาณความเครียดที่สามารถระบุเวลาที่เพลารถอยู่บนหน้าตัดที่ติดมาตรวัดความเครียดได้แม่นยำขึ้นทำให้สามารถนำไปใช้คำนวณหาความเร็วของรถและระยะห่างระหว่างเพลาได้ถูกต้องขึ้นด้วย นอกจากนั้นการต่อพ่วงมาตรวัดที่เสนอยังสามารถใช้ในการระบุจำนวนเพลาของรถและช่องการวิ่งของรถได้อีกด้วย งานวิจัยนี้ทำการตรวจสอบความถูกต้องของวิธีที่นำเสนอด้วยการทดสอบแบบจำลองย่อส่วนของสะพานและรถบรรทุก ในส่วนของสะพานจำลองนั้นเป็นสะพานเหล็กที่มีขนาดความกว้างความยาว และความหนา เท่ากับ 50 ซม. 200 ซม. และ 1 ซม. ตามลำดับ และในส่วนของรถบรรทุกจำลองเป็นรถบรรทุกชนิดสองเพลา โดยมีอัตราส่วนน้ำหนักเพลาหน้าต่อเพลาหลังเป็น 1.0 และ 0.33 โดยแต่ละอัตราส่วนมีระยะห่างระหว่างเพลาเป็น 15 ซม. 20 ซม.25 ซม. 30 ซม. 40 ซม. 50 ซม. 60 ซม. และ 70 ซม. จากการทดสอบ พบว่าสัญญาณความเครียดที่ได้จากการต่อพ่วงมาตรวัดที่เสนอ สามารถระบุจำนวนเพลาและช่องการวิ่งได้ถูกต้อง ส่วนในแง่ของความเร็วรถพบว่า มีความคลาดเคลื่อนอยู่ในช่วง (+,ฑ)10 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ระยะห่างระหว่างเพลาที่คำนวณได้มีความคลาดเคลื่อนอยู่ในช่วง (+,ฑ)7 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเมื่อนำวิธีการที่นำเสนอนี้ไปเปรียบเทียบกับวิธีที่เสนอโดยนักวิจัยในอดีต พบว่าวิธีที่เสนอในงานวิจัยนี้ให้ความถูกต้องในการหาความเร็วและระยะห่างเพลาดีกว่ามาก |
| บรรณานุกรม | : |
นิคมเดช วีระฉันทะชาติ . (2546). การหาความเร็วและระยะห่างระหว่างเพลาของยานพาหนะบนสะพานจากสัญญาณความเครียด.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. นิคมเดช วีระฉันทะชาติ . 2546. "การหาความเร็วและระยะห่างระหว่างเพลาของยานพาหนะบนสะพานจากสัญญาณความเครียด".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. นิคมเดช วีระฉันทะชาติ . "การหาความเร็วและระยะห่างระหว่างเพลาของยานพาหนะบนสะพานจากสัญญาณความเครียด."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print. นิคมเดช วีระฉันทะชาติ . การหาความเร็วและระยะห่างระหว่างเพลาของยานพาหนะบนสะพานจากสัญญาณความเครียด. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.
|
