| ชื่อเรื่อง | : | การประสานประโยชน์สาธารณะกับสิทธิเสรีภาพของปัจเจกชนในการตรากฎหมาย |
| นักวิจัย | : | พันวิชณ์ โรจนตันติ |
| คำค้น | : | RECONCILIATION , PUBLIC INTEREST , INDIVIDUAL LIBERTY |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545001761 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาแนวทางหรือวิธีการในการประสานประโยชน์สาธารณะกับสิทธิเสรีภาพของปัจเจกชนในการตรากฎหมาย เนื่องจากกฎหมายที่ถูกตราขึ้นแม้ว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่ก็อาจมีผลเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามที่ได้รับการรับรองและคุ้มครองภายใต้รัฐธรรมนูญ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องหาแนวทางในการประสาน "ประโยชน์สาธารณะ" กับ "สิทธิเสรีภาพ" เพื่อใช้เป็นหลักการในการออกกฎหมายให้สามารถตอบสนองต่อประโยชน์สาธารณะโดยที่ไม่เป็นการกระทบกระเทือนสิทธิเสรีภาพของปัจเจกชนมากเกินไป จากการศึกษาพบว่าแนวความคิดเรื่อง "ประโยชน์สาธารณะ" อาจถือได้ว่าเป็นขอบเขตที่กว้างขวางที่สุดของกฎหมายมหาชน ซึ่งในการใช้อำนาจรัฐเพื่อตรากฎหมายออกมาใช้บังคับต้องเป็นไปเพื่อจัดทำหรือรักษาซึ่งประโยชน์สาธารณะ หรือเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของส่วนรวมในสังคมให้มากที่สุด ส่วนแนวคิดเรื่อง ?สิทธิเสรีภาพ? รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 ได้มีการรับรองและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน รวมถึงได้มีการวางหลักเกณฑ์ในการออกกฎหมายมาจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนไว้ในมาตรา 29 หากองค์กรที่มีหน้าที่ตรากฎหมายคือองค์กรนิติบัญญัติ ไม่ได้คำนึงถึงหลักเกณฑ์ในการประสานประโยชน์สาธารณะกับการรับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการใช้อำนาจของตนตรากฎหมายแล้วกฎหมายดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งในสังคม เนื่องจากกฎหมายฉบับใดที่คำนึงถึงแต่ประโยชน์สาธารณะเพียงด้านเดียวก็อาจทำให้ประชาชนเดือดร้อน หรือกฎหมายฉบับใดมุ่งที่จะรับรองและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของปัจเจกชนเพียงด้านเดียวก็ไม่อาจก่อให้เกิดประโยชน์สาธารณะได้ ดังนั้นหลักเกณฑ์ที่นำมาใช้ในการประสานประโยชน์สาธารณะกับสิทธิเสรีภาพของปัจเจกชนในการตรากฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ จะต้องเป็นแนวทางหรือวิธีการที่ทำให้ความเสียหายจากการถูกกระทบสิทธิเสรีภาพของปัจเจกชนโดยรัฐเกิดขึ้นน้อยที่สุด ในขณะที่รัฐสามารถดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะได้สูงสุด นั่นคือ หลักความได้สัดส่วนซึ่งเป็นหลักสำคัญที่ทำให้การตรากฎหมาย สามารถประสานความต้องการของสองสิ่งที่ขัดแย้งกันให้ดำเนินไปควบคู่กัน กล่าวคือหน้าที่ในการตรากฎหมายและกฏเกณฑ์แห่งกฎหมายออกมาเพื่อรักษาประโยชน์สาธารณะฝ่ายหนึ่งกับสิทธิเสรีภาพที่ปัจเจกชนได้รับความคุ้มครองอีกฝ่ายหนึ่ง |
| บรรณานุกรม | : |
พันวิชณ์ โรจนตันติ . (2545). การประสานประโยชน์สาธารณะกับสิทธิเสรีภาพของปัจเจกชนในการตรากฎหมาย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พันวิชณ์ โรจนตันติ . 2545. "การประสานประโยชน์สาธารณะกับสิทธิเสรีภาพของปัจเจกชนในการตรากฎหมาย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พันวิชณ์ โรจนตันติ . "การประสานประโยชน์สาธารณะกับสิทธิเสรีภาพของปัจเจกชนในการตรากฎหมาย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. พันวิชณ์ โรจนตันติ . การประสานประโยชน์สาธารณะกับสิทธิเสรีภาพของปัจเจกชนในการตรากฎหมาย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
