| ชื่อเรื่อง | : | ผลของการเสริมผนังคลองรากฟันด้วยเรซินและการใช้เดือยชนิดต่างๆ ต่อความต้านการแตกในการบูรณะฟันที่ได้รับการรักษาคลองรากฟันและมีผนังคลองรากส่วนต้นบาง |
| นักวิจัย | : | ลัดดาวัลย์ สัมพันธ์ศิริกุล |
| คำค้น | : | RESIN-REINFORCEMENT , POST , FRACTURE RESISTANCE , ENDODONTICALLY TREATEDTEETH , FLARED ROOT CANAL |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545001320 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ในการบูรณะฟันที่ได้รับการรักษาคลองรากฟันแล้วแต่มีผนังคลองรากฟันส่วนต้นบางหรือผายออกจะพบปัญหาของการพยากรณ์ความสำเร็จภายหลังการบูรณะด้วยเดือยและครอบฟันเนื่องจากเนื้อฟันที่เหลือบางบริเวณคอฟันเป็นส่วนที่ได้รับแรงจากการบดเคี้ยวอาหารมากกว่าบริเวณอื่น และเป็นบริเวณที่อยู่ใกล้จุดหมุนทำให้เกิดการแตกได้ง่าย มีผู้วิจัยได้เสนอกรณีศึกษาวิธีการบูรณะด้วยวิธีที่แตกต่างกันโดยการเสริมผนังคลองรากฟัน แต่ยังไม่มีข้อมูลที่แสดงถึงผลการรักษาระยะยาว ดังนั้นการวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบและเปรียบเทียบแรงต้านการแตก รวมทั้งรูปแบบการแตกของฟันที่ได้รับการบูรณะด้วยวิธีต่างๆ กันจากปัจจัยการเสริมผนังคลองรากฟันและชนิดของเดือยที่ใช้ทางห้องปฏิบัติการโดยพิจารณาปัจจัยหลักได้แก่ การเสริมหรือไม่เสริมผนังคลองรากฟันด้วยคอมโพสิตเรซิน และชนิดของเดือยที่ใช้ (เดือยและแกนโลหะหล่อที่ทำจากโลหะไม่มีตระกูล เดือยสเตนเลสสตีล และเดือยเส้นใยคาร์บอนร่วมกับแกนคอมโพสิตเรซิน) เพื่อเป็นประโยชน์และเป็นแนวทางให้ทันตแพย์เลือกวิธีการบูรณะฟันประเภทนี้อย่างเหมาะสม ทำการศึกษาแรงต้านการแตกในการบูรณะด้วยเดือยและแกนในฟันซี่ตัดหน้ากลางบนที่มีผนังคลองรากฟันส่วนต้นบางด้วยวิธีแตกต่างกัน 4 วิธี เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมที่มีคลองรากฟันปกติและทำการบูรณะด้วยเดือยและแกนโลหะหล่อที่ทำจากโลหะไม่มีตระกูล(กลุ่มที่ 1)ซึ่งวิธีที่ใช้ได้แก่ บูรณะด้วยเดือยและแกนโลหะหล่อที่ทำจากโลหะไม่มีตระกูลโดยไม่เสริมผนังคลองรากฟัน(กลุ่มที่ 2) เสริมผนังคลองรากฟันด้วยคอมโพสิตเรซินแล้วจึงบูรณะด้วยเดือยและแกนโลหะหล่อที่ทำจากโลหะไม่มีตระกูล(กลุ่มที่ 3) เสริมผนังคลองรากฟันด้วยคอมโพสิตเรซินแล้วจึงบูรณะด้วยเดือยสเตนเลสสตีลร่วมกับแกนคอมโพลิตเรซิน(กลุ่มที่ 4)และเสริมผนังคลองรากฟันด้วยคอมโพสิตเรซินแล้วจึงบูรณะด้วยเดือยเส้นใยคาร์บอนร่วมกับแกนคอมโพสิตเรซิน(กลุ่มที่ 5) ผลของแรงต้านการแตกเมื่อกดลงบริเวณด้านลิ้นของส่วนแกนพบว่ากลุ่มที่ 1 มีค่า 1,126.9(+,ฑ)75.5 นิวตัน กลุ่มที่ 2 มีค่า 489.4(+,ฑ)48.7 นิวตันกลุ่มที่ 3 มีค่า 639.9(+,ฑ)48.3 นิวตัน กลุ่มที่ 4 มีค่า 301.1(+,ฑ)50.4 นิวตัน และกลุ่มที่ 5 มีค่า 299.5(+,ฑ)55.4 นิวตัน ทำการวิเคราะห์ทางสถิติด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และทำการเปรียบเทียบเชิงซ้อนแบบเซฟเฟที่ระดับความเชื่อมัน 0.01จากผลการวิเคราะห์พบว่าการเสริมผนังคลองรากฟันด้วยคอมโพสิตเรซินจะทำให้ค่าแรงต้านทานการแตกสูงกว่าการไม่เสริมอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้เกิดการแตกของรากฟันในระดับที่มีความลึกน้อยกว่าการไม่เสริม การบูรณะด้วยเดือยสำเร็จรูปชนิดเดือยสเตนเลสสตีลและเดือยเส้นใยคาร์บอนร่วมกับแกนคอมโพสิตเรซินมีค่าแรงต้านการแตกไม่แตกต่างกัน การบูรณะด้วยเดือยและแกนโลหะหล่อให้ค่าแรงต้านการแตกสูงกว่าการบูรณะด้วยเดือยสำเร็จรูปร่วมกับแกนคอมโพสิตเรซิน แต่การบูรณะด้วยเดือยและแกนโลหะหล่อจะเกิดการแตกที่รากฟันในขณะที่การบูรณะด้วยเดือยสำเร็จรูปร่วมกับแกนคอมโพสิตเรซินจะเกิดการแตกที่แกนฟันโดยรากฟันไม่แตกซึ่งมีโอกาสทำการบูรณะฟันซี่นั้นใหม่ได้ |
| บรรณานุกรม | : |
ลัดดาวัลย์ สัมพันธ์ศิริกุล . (2545). ผลของการเสริมผนังคลองรากฟันด้วยเรซินและการใช้เดือยชนิดต่างๆ ต่อความต้านการแตกในการบูรณะฟันที่ได้รับการรักษาคลองรากฟันและมีผนังคลองรากส่วนต้นบาง.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ลัดดาวัลย์ สัมพันธ์ศิริกุล . 2545. "ผลของการเสริมผนังคลองรากฟันด้วยเรซินและการใช้เดือยชนิดต่างๆ ต่อความต้านการแตกในการบูรณะฟันที่ได้รับการรักษาคลองรากฟันและมีผนังคลองรากส่วนต้นบาง".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ลัดดาวัลย์ สัมพันธ์ศิริกุล . "ผลของการเสริมผนังคลองรากฟันด้วยเรซินและการใช้เดือยชนิดต่างๆ ต่อความต้านการแตกในการบูรณะฟันที่ได้รับการรักษาคลองรากฟันและมีผนังคลองรากส่วนต้นบาง."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. ลัดดาวัลย์ สัมพันธ์ศิริกุล . ผลของการเสริมผนังคลองรากฟันด้วยเรซินและการใช้เดือยชนิดต่างๆ ต่อความต้านการแตกในการบูรณะฟันที่ได้รับการรักษาคลองรากฟันและมีผนังคลองรากส่วนต้นบาง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
