ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้ยาต้านจุลชีพในผู้ป่วยโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลที่โรงพยาบาลราชบุรี

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้ยาต้านจุลชีพในผู้ป่วยโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลที่โรงพยาบาลราชบุรี
นักวิจัย : วันดี ขำยัง
คำค้น : ANTIMICROBIAL , NOSOCOMIAL INFECTION , CULTURE AND SUSCEPTIBILITY , DRUGTHERAPY PROBLEMS
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545001275
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยนี้เป็นการศึกษาเชิงพรรณา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาข้อมูลการใช้ยาต้านจุลชีพ ชนิดและความไวของเชื้อ และปัญหาจากการรักษาด้วยยาต้านจุลชีพในผู้ป่วยโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลที่โรงพยาบาลราชบุรี ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 31 ธันวาคมพ.ศ.2545 ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล 207 ราย เป็นเพศชายร้อยละ 58.5 เพศหญิงร้อยละ 41.5 อายุเฉลี่ย 53.5(+,ฑ)20.2 ปี ผู้ป่วยเป็นโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลทั้งหมด 305 ครั้ง และมีการส่งเพาะเชื้อ 281 ครั้ง (ร้อยละ 92.1) เชื้อที่พบสูงสุด 5 อันดับแรกได้แก่ ~iP.aeruginosa~i (ร้อยละ 18.1) ~iA.baumannii~i (ร้อยละ13.6) ~iE.coli~i (ร้อยละ 10.8) ~iK.pneumoniae~i (ร้อยละ 7.5) และ ~iE.cloacae~i(ร้อยละ 6.8) เชื้อแต่ละชนิดมีความไวต่อยาต้านจุลชีพ 3 อันดับแรก ดังนี้ (1) ~iP.aeruginosa~i มีความไวต่ออะมิกาซิน เนทิลไมซิน และเจนตาไมซิน ร้อยละ 93.0,87.1 และ 78.6 ตามลำดับ (2) ~iA.baumannii~i มีความไวต่อเซโฟเพอราโซน/ซัลแบคแทมแอมพิซิลลิน/ซัลแบคแทม และอิมิพีเนม ร้อยละ 72.7, 72.3 และ 61.8 ตามลำดับ (3)~iE.coli~i มีความไวต่ออิมิพีเนม อะมิกาซิน และเซโฟซิติน ร้อยละ 100.0, 97.6 และ 78.0ตามลำดับ (4) ~iK.pneumoniae~i มีความไวต่ออิมิพีเนม อะมิกาซิน และนอร์ฟลอกซาซินร้อยละ 92.9, 78.6 และ 75.0 ตามลำดับ และ (5) ~iE.cloacae~i มีความไวต่ออิมิพีเนมอะมิกาซิน และโคไตรม็อกซาโซล ร้อยละ 92.3, 84.6 และ 76.9 ตามลำดับ การรักษาแบบคาดการณ์สำหรับโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลที่เกิดขึ้นเกือบทุกตำแหน่งของร่างกายเป็นการใช้ยาต้านจุลชีพชนิดเดียว (ตั้งแต่ร้อยละ 54.5 ขึ้นไป) มากกว่าการใช้ยาต้านจุลชีพ 2 ชนิดขึ้นไปร่วมกัน ยกเว้น การติดเชื้อที่ตำแหน่งผ่าตัด (ร้อยละ 37.3) ยาต้านจุลชีพที่ใช้มากที่สุดในการรักษาแบบคาดการณ์ตามตำแหน่งร่างกายที่ติดเชื้อมีดังนี้ (1) ระบบทางเดินหายใจส่วนล่างใช้ยากลุ่มเซฟาโลสปอรินรุ่นที่สามชนิดเดียว ร้อยละ 38.6 (2) ที่ตำแหน่งผ่าตัดใช้ยากลุ่มเพนนิซิลลินที่ทนต่อเพนนิซิลลินเนสชนิดเดียว ร้อยละ 15.7 (3) ปอดบวมใช้ยากลุ่มเซฟาโลสปอรินรุ่นที่สามหรือสี่ชนิดเดียว ร้อยละ 45.8 (4) ระบบทางเดินปัสสาวะใช้ยากลุ่มฟลูออโรควิโนโลนชนิดเดียว ร้อยละ 47.3 และ (5) ที่ผิวหนังและเนื้อเยื่ออ่อนใช้ยากลุ่มเพนนิซิลลินที่ทนต่อเพนนิซิลลินเนสชนิดเดียว ร้อยละ 34.7 การรักษาแบบคาดการณ์ที่ให้ตรงกับผลการเพาะเชื้อและทดสอบความไวของเชื้อต่อยามากที่สุดได้แก่ การรักษาแบบคาดการณ์ในผู้ป่วยติดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะอย่างเดียว ผู้ป่วยติดเชื้อที่ตำแหน่งผ่าตัดตำแหน่งเดียว และผู้ป่วยที่เกิดปอดบวมอย่างเดียว (ร้อยละ 38.7, 27.1 และ 21.7ตามลำดับ) พบปัญหาจากการรักษาด้วยยาต้านจุลชีพทั้งหมด 163 ครั้ง ในผู้ป่วย 106 รายส่วนใหญ่มีสาเหตุจากการเกิดอันตรกิริยาของยาต้านจุลชีพกับยาอื่นที่ผู้ป่วยได้รับร่วมด้วย อย่างไรก็ตามไม่ได้ติดตามว่ามีผลต่อการรักษาหรือไม่

บรรณานุกรม :
วันดี ขำยัง . (2545). การใช้ยาต้านจุลชีพในผู้ป่วยโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลที่โรงพยาบาลราชบุรี.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วันดี ขำยัง . 2545. "การใช้ยาต้านจุลชีพในผู้ป่วยโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลที่โรงพยาบาลราชบุรี".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วันดี ขำยัง . "การใช้ยาต้านจุลชีพในผู้ป่วยโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลที่โรงพยาบาลราชบุรี."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print.
วันดี ขำยัง . การใช้ยาต้านจุลชีพในผู้ป่วยโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลที่โรงพยาบาลราชบุรี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.