| ชื่อเรื่อง | : | การอภิวิเคราะห์และการสังเคราะห์ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ในระหว่างปี พ.ศ. 2515-2530 : รายงานผลการวิจัย |
| นักวิจัย | : | สุพัฒน์ สุกมลสันต์ |
| คำค้น | : | ภาษาอังกฤษ--การศึกษาและการสอน--วิจัย |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สถาบันภาษา |
| ปีพิมพ์ | : | 2535 |
| อ้างอิง | : | 9745818828 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/783 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อค้นหาข้อสรุปต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเรียนการสอนภาษาอังกฤษจากงานวิจัยต่าง ๆ ในระยะ 16 ปีที่แล้วมา และเพื่อศึกษาสภาพทั่วไปของงานวิจัยดังกล่าวว่าเป็นอย่างไร โดยวิธีอภิวิเคราะห์และการสังเคราะห์ผลการวิจัย การศึกษาครั้งนี้ใช้ตัวอย่างงานวิจัย 335 เรื่องจากประชากรเชิงนิยาม 425 เรื่อง ที่เกี่ยวกับกระบวนการเรียนการสอนภาษาอังกฤษของนิสิตปริญญาโทและของอาจารย์สถาบันภาษา ซึ่งทำแล้ว เสร็จในระหว่างปี พ.ศ. 2515-2530 สถิติที่ใช้ได้แก่ t-test, F-test, z-test, X[square]-test และสถิติเชิงบรรยายต่าง ๆ ผลการวิจัยที่สำคัญ คือ 1. เมื่อวัดด้วยแบบทดสอบการฟังโดยตรง นักเรียนในระดับชั้น ม.6 ในกทม. มีศักย์ภาพทางการสื่อสารด้านการฟังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ การทดสอบการฟังด้วยแบบวัดโดยตรงและโดยทางอ้อมใช้แทนกันไม่ได้ 2. นักเรียนในระดับชั้น ม.5 ทุกสานวิชา มีความสามารถทางโครงสร้างทางภาษาในระดับต่ำ ความสามารถนี้มีความสัมพันธ์กับความสามารถด้านการอ่านและเขียนในระดับปานกลาง 3. นักเรียนระดับชั้น ม. 6 สายอาชีพ มีความสามารถทั่วไปทางภาษาด้านการอ่าน ฟัง พูด และเขียนค่อนข้างต่ำมาก และความสามารถเหล่านี้มีความสัมพันธ์กันในระดับปานกลาง 4. บทเรียนโปรแกรมมีประโยชน์ต่อการเรียนการสอนโครงสร้างทางภาษามากเพราะทำให้ผู้เรียนมีสัมฤทธิผลเพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญทุกคน 5. ผลการทดสอบการฟังด้วยแบบทดสอบโคลซและแบบทดสอบแบบเลือกตอบสัมพันธ์กันค่อนข้างสูง แต่ผลการทดสอบการอ่าน โครงสร้างภาษา การเขียน และคำศัพท์ ด้วยแบบทดสอบทั้ง 2 ชนิดสัมพันธ์กันในระดับปานกลาง 6. ความถนัดทางภาษา เจตคติและความสนใจมีความสัมพันธ์กับสัมฤทธิผลในการเรียนภาษาอังกฤษค่อนข้างต่ำ แต่แรงจูงใจมีความสัมพันธ์กับสัมฤทธิผลการเรียนในระดับปานกลาง 7. งานวิจัยโดยมากเกี่ยวกับตัวอย่างในระดับมัธยมศึกษามากที่สุด เกี่ยวข้องกับการอ่านมากที่สุด เป็นงานวิจัยเชิงสำรวจมากที่สุด และวิจัยเกี่ยวกับผู้เรียนมากที่สุด 8. งานวิจัยจำนวนมากมีความหลากหลายในด้านเนื้อหาสาระ ทำให้งานวิจัยในแต่ละเรื่องมีจำนวนน้อยเกินกว่าที่จะทำการอภิวิเคราะห์หรือการสังเคราะห์ผลการวิจัยให้ผลเป็นที่น่าเชื่อถือได้ จึงต้องอาศัยการบรรยายสรุปผลการวิจัยแทน |
| บรรณานุกรม | : |
สุพัฒน์ สุกมลสันต์ . (2535). การอภิวิเคราะห์และการสังเคราะห์ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ในระหว่างปี พ.ศ. 2515-2530 : รายงานผลการวิจัย.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สุพัฒน์ สุกมลสันต์ . 2535. "การอภิวิเคราะห์และการสังเคราะห์ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ในระหว่างปี พ.ศ. 2515-2530 : รายงานผลการวิจัย".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สุพัฒน์ สุกมลสันต์ . "การอภิวิเคราะห์และการสังเคราะห์ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ในระหว่างปี พ.ศ. 2515-2530 : รายงานผลการวิจัย."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2535. Print. สุพัฒน์ สุกมลสันต์ . การอภิวิเคราะห์และการสังเคราะห์ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ในระหว่างปี พ.ศ. 2515-2530 : รายงานผลการวิจัย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2535.
|
