ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การแยกโปรตีนจากผงมะขามโดยใช้โปรติเอส

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การแยกโปรตีนจากผงมะขามโดยใช้โปรติเอส
นักวิจัย : นิภาวดี แสงยนต์
คำค้น : TAMARIND KERNEL POWDER , TAMARIND SEED POLYSACHARIDE , PROTEIN , SEPARATION , PROTEASE , ETHANOL
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545001077
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาการแยกโปรตีนออกจากผงเนื้อในเมล็ดมะขามโดยใช้โปรติเอส (นิวเทรส)ร่วมกับเอทานอล แบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนแรกเป็นการศึกษาคุณสมบัติของผงเนื้อในเมล็ดมะขามและสภาวะที่เหมาะสมในการทำงานของเอนไซม์ ส่วนที่สองเป็นการเปรียบเทียบผลของการแยกโปรตีนโดยใช้เอนไซม์และไม่ใช้เอนไซม์ และหาสภาวะที่เหมาะสมในการแยกโปรตีนออกจากผงเนื้อในเมล็ดมะขามโดยใช้เอนไซม์ ส่วนที่สามเป็นการศึกษาการแยกโปรตีนออกจากผงเนื้อในเมล็ดมะขามโดยใช้เอนไซม์ร่วมกับเอทานอล โดยจากการศึกษาคุณสมบัติของผงเนื้อในเมล็ดมะขามพบว่า ประกอบด้วย โพลีแซคคาร์ไรด์ 68.06 เปอร์เซ็นต์ โปรตีน17.33 เปอร์เซ็นต์ ไขมัน 7.05 เปอร์เซ็นต์ และอื่น ๆ 7.56 เปอร์เซ็นต์ อนุภาคของผงเนื้อในเมล็ดมะขามจะประกอบด้วยส่วนที่มีขนาด 1 - 15 ไมโครเมตร 23.61 เปอร์เซ็นต์โดยปริมาตร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโปรตีน และไขมัน และส่วนที่เหลือมีขนาด 15 - 100 ไมโครเมตรซึ่งส่วนใหญ่เป็นโพลีแซคคาไรด์ ความหนืดของผงเนื้อในเมล็ดมะขามจะเพิ่มขึ้นเมื่อความเข้มข้น อุณหภูมิ และเวลาในการกวนเพิ่มขึ้น ส่วนความเร็วรอบที่ 200 400 และ 600 รอบต่อนาทีไม่มีผลต่อความหนืด นอกจากนี้ผงเนื้อในเมล็ดมะขามจะมีขนาดเล็กลงและมีการกระจายตัวดีขึ้นเมื่อพีเอชเพิ่มขึ้น จากการศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการทำงานของเอนไซม์ที่อุณหภูมิคงที่คือ 45 องศาเซลเซียสซึ่งเป็นอุณหภูมิในช่วงที่เอนไซม์ทำงานได้ดีและผงเนื้อในเมล็ดมะขามที่ความเข้มข้น 40 กรัมต่อลิตร ซึ่งมีความหนืดไม่เกิน50 เซ็นติพอยส์ พบว่าเอนไซม์ทำงานได้ดีที่พีเอช 8 และไม่สูญเสียกิจกรรมเมื่อกวนที่ความเร็วรอบ 200 400 และ 600 รอบต่อนาที แต่จะสูญเสียกิจกรรมทันทีในสารละลายเอทานอลโดยสูญเสียกิจกรรมมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์เมื่อเอทานอลมีความเข้มข้นตั้งแต่5 เปอร์เซ็นต์โดยปริมาตรขึ้นไป ในส่วนที่สองได้มีการศึกษาการแยกโปรตีนออกจากผงเนื้อในเมล็ดมะขามที่ 6.588 และ 10 ในภาวะที่ใช้และไม่ใช้เอนไซม์พบว่าในภาวะที่ใช้เอนไซม์ และสารแขวนลอยอยู่ที่พีเอช 8 จะให้ผลการแยกโปรตีนมากที่สุด มากกว่าไม่ใช้เอนไซม์อยู่ 6.37 เปอร์เซ็นต์และมากกว่าที่ไม่ปรับพีเอชอยู่ 15.89 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังพบว่าความเร็วรอบในการกวนที่ 600 รอบต่อนาทีเป็นเวลา 20 นาที ในภาวะที่ใช้เอนไซม์ ที่พีเอช 8ให้ค่าเปอร์เซ็นต์การแยกสูงสุดคือ 97.051 เปอร์เซ็นต์ (เทียบกับต้ม) หรือ100.369 เปอร์เซ็นต์ (เทียบกับไม่ต้ม) และจากการศึกษาปริมาณเอนไซม์ที่เหมาะสมคือใช้เอนไซม์เข้มข้น (43.4 unit/ml) 0.01 เปอร์เซ็นต์โดยปริมาตร ต่อผงเนื้อในเมล็ดมะขามเข้มข้น 40 กรัมต่อลิตร ในเวลา 20 นาที ส่วนที่สามเป็นการแยกโปรตีนจากผงเนื้อในเมล็ดมะขามโดยใช้เอนไซม์ร่วมกับเอทานอล ซึ่งทำการทดลองที่สภาวะที่เหมาะสมข้างต้น โดยเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของเอทานอลเป็น 1 3 และ 5 เปอร์เซ็นต์โดยปริมาตร พบว่ากรณีที่ไม่เติมเอทานอลจะสามารถแยกไขมันออกจากผงเนื้อในเมล็ดมะขามได้ 93.97 เปอร์เซ็นต์เหลืออยู่ในผลิตภัณฑ์เพียง0.42 - 0.48 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และการเพิ่มเอทานอลไม่ทำให้แยกไขมันออกจากผงเนื้อในเมล็ดมะขามได้มากขึ้น และยังมีผลทำให้เปอร์เซ็นต์การแยกโปรตีนออกจากผงเนื้อในเมล็ดมะขามลดลง นอกจากนี้ยังพบว่าการใช้เอนไซม์จะทำให้เปอร์เซ็นต์การสูญเสียโพลีแซคคาไรด์น้อยกว่างานวิจัยอื่น ๆ คืออยู่ในช่วง 40 - 60 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากอนุภาคโพลีแซคคาไรด์ส่วนมากมีขนาดเท่าเดิม

บรรณานุกรม :
นิภาวดี แสงยนต์ . (2545). การแยกโปรตีนจากผงมะขามโดยใช้โปรติเอส.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นิภาวดี แสงยนต์ . 2545. "การแยกโปรตีนจากผงมะขามโดยใช้โปรติเอส".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นิภาวดี แสงยนต์ . "การแยกโปรตีนจากผงมะขามโดยใช้โปรติเอส."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print.
นิภาวดี แสงยนต์ . การแยกโปรตีนจากผงมะขามโดยใช้โปรติเอส. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.