| ชื่อเรื่อง | : | แนวโน้มและปัจจัยของการซื้อและควบรวมกิจการของธุรกิจในประเทศไทย |
| นักวิจัย | : | ทรงวุฒิ วรรณบวร |
| คำค้น | : | TREND AND FACTORS , MERGERS , ACQUISITIONS , BUSINESS |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545000920 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การประกอบธุรกิจในปัจจุบันมีการแข่งขันที่รุนแรงและคู่แข่งได้พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องเพื่อแข่งขันในโลกธุรกิจ การเกิดขึ้นของการหดตัวทางเศรษฐกิจทั่วโลกและการเข้ามาของข้อตกลงการค้าเสรีทำให้การดำเนินธุรกิจในปัจจุบันไม่อาจหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ คณะผู้บริหารจึงจำเป็นต้องนำองค์กรของตนไปสู่ทิศทางที่อยู่รอดได้ด้วยการปรับเปลี่ยนองค์กรและนำกลยุทธ์ที่เหมาะสมมาใช้ การซื้อและควบรวมกิจการเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่น่าสนใจและเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในยุโรปและสหรัฐอเมริกาในปัจจุบันนี้ ถึงแม้ว่าปัจจุบันนี้ในประเทศไทยการซื้อและควบรวมกิจการยังไม่เป็นที่นิยมแพร่หลายนักแต่จะเห็นได้ว่าการซื้อและควบรวมกิจการก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในการตัดสินใจเพื่อความอยู่รอดและได้มาซึ่งความได้เปรียบของธุรกิจในประเทศไทย ในเบื้องต้นของวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ ได้ทำการศึกษาถึงทฤษฎีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อและควบรวมกิจการอีกทั้งได้นำกรณีศึกษาของการควบรวมกิจการของสองบริษัทในประเทศอินเดีย (Tata Oil Mills Company และ Hindustan Lever Limited)มาแสดงให้เห็นถึงขั้นตอนต่าง ๆ ในการควบรวมกิจการรวมถึงแรงจูงใจในการควบรวมกิจการแล้วจึงทำการศึกษาการซื้อและควบรวมกิจการจากกรณีศึกษาต่าง ๆ 671 กรณีที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 ถึงไตรมาสแรกของปี พ.ศ.2545 จากนั้นจึงได้ทำการศึกษาปัจจัยอื่น ๆที่มีผลต่อการซื้อและควบรวมกิจการของธุรกิจในประเทศไทย เริ่มต้นด้วยการศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ที่ใช้ในการตัดสินใจประกอบธุรกิจในประเทศไทย จากนั้นจึงศึกษากฎหมายที่เกี่ยวกับการซื้อและการควบรวมกิจการทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ต่อมาจึงศึกษาดัชนีหลักบ่งชี้เศรษฐกิจของประเทศไทย หลังจากนั้นจึงศึกษาความสามารถในการทำกำไรจากผลประกอบการย้อนหลัง 5 ปีของบริษัทที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทยและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จากการวิเคราะห์เหตุผลที่ก่อให้เกิดการซื้อและควบรวมกิจการจากกรณีศึกษาพบว่ามาจากความต้องการทำให้องค์กรเติบโตและได้มาซึ่งผลประโยชน์จากความสอดคล้องตามลำดับเมื่อพิจารณาเหตุผลเหล่านี้อย่างละเอียดจะพบว่า "ความสอดคล้องทางการปฏิบัติการ"และ "การขยายธุรกิจ" เป็นปัจจัยภายในที่สำคัญ สำหรับปัจจัยภายนอกการศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจในประเทศไทยพบว่าประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่น่าสนใจจะลงทุนเนื่องจากมีผลประโยชน์ที่เอื้อต่อนักลงทุน ในส่วนของปัจจัยด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อและควบรวมกิจการพบว่ามีการลดข้อจำกัดลงในหลายเรื่องและเอื้อต่อนักลงทุนจากต่างชาติ ดังนั้นจึงเป็นการจูงใจให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในธุรกิจในประเทศไทยเพิ่มขึ้น การศึกษาปัจจัยทางเศรษฐกิจของประเทศไทยพบว่าบรรยากาศในการลงทุนค่อนข้างดี สำหรับความสามารถในการทำกำไรของบริษัทที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทยและอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดีแต่ก็มีบางกลุ่มธุรกิจที่อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ค่อยดีนัก การซื้อและควบรวมกิจการในประเทศไทยในอนาคตมีแนวโน้มที่จะเพิ่มจำนวนขึ้นเนื่องมาจากมีหลาย ๆ ปัจจัยสนับสนุนและธุรกิจที่เกี่ยวกับการผลิตในประเทศไทยจำเป็นต้องปรับตัวและนำกลยุทธ์ใหม่ ๆ เช่น "การรวมเข้าด้วยกันในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์"เพื่อการอยู่รอดของธุรกิจ |
| บรรณานุกรม | : |
ทรงวุฒิ วรรณบวร . (2545). แนวโน้มและปัจจัยของการซื้อและควบรวมกิจการของธุรกิจในประเทศไทย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ทรงวุฒิ วรรณบวร . 2545. "แนวโน้มและปัจจัยของการซื้อและควบรวมกิจการของธุรกิจในประเทศไทย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ทรงวุฒิ วรรณบวร . "แนวโน้มและปัจจัยของการซื้อและควบรวมกิจการของธุรกิจในประเทศไทย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. ทรงวุฒิ วรรณบวร . แนวโน้มและปัจจัยของการซื้อและควบรวมกิจการของธุรกิจในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
