| ชื่อเรื่อง | : | ผลของการใช้วิธีการริธึมในบทเรียนสื่อประสมและการเปิดรับการเรียนรู้ต่อผลสัมฤทธิของการออกเสียงภาษาอังกฤษของนิสิตระดับบัณฑิตศึกษาไทยและจีนที่มีรูปแบบการเรียนรู้ต่างกัน |
| นักวิจัย | : | จุฬาภรณ์ กองแก้ว |
| คำค้น | : | MULTIMEDIA , LEARNING EXPOSURE , PRONUNCIATION , LEARNING STYLES |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545000686 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการออกเสียงคำในภาษาอังกฤษที่ได้รับจากบทเรียนสื่อประสมที่ใช้วิธีการริธึมที่ต่างกัน2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการออกเสียงคำในภาษาอังกฤษที่ได้รับจากบทเรียนสื่อประสมที่ใช้วิธีการริธึมต่างกันและได้รับการเปิดรับการเรียนรู้โดยมีกลุ่มที่ได้รับกิจกรรมการฝึกและกลุ่มที่ไม่ได้รับกิจกรรมการฝึก 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการออกเสียงคำในภาษาอังกฤษที่ได้รับจากบทเรียนสื่อประสมโดยที่ผู้เรียนมีรูปแบบการเรียนรู้ต่างกัน 4) เพื่อศึกษาว่าปัจจัยต่าง ๆ ที่ศึกษาในการวิจัยครั้งนี้มีความสัมพันธ์กัน และ 5) มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการออกเสียงคำในภาษาอังกฤษหรือไม่ กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้คือ นิสิตและนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ระดับปริญญาบัณฑิตชาวไทย จำนวน 59 คน และชาวจีน จำนวน 38 คนตัวแปรอิสระที่ศึกษาคือ บทเรียนสื่อประสมที่ใช้วิธีการสอนที่ออกแบบต่างกัน การเปิดรับการเรียนรู้ และรูปแบบการเรียนรู้ที่ต่างกัน บทเรียนสื่อประสมใช้วิธีการสอน2 แบบ คือ ball และ color bar queuing การเปิดรับการเรียนรู้ถูกศึกษาในรูปแบบการจัดกิจกรรมการฝึกในห้องเรียนและรูปแบบการเรียนรู้แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ visual,audio และ kinesthetic ซึ่งรูปแบบการเรียนรู้นี้ได้รับการออกแบบโดย Ried แบบแผนการวิจัย คือ การวิจัยเชิงทดลอง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ t-test การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวและการวิเคราะห์ความแปรปรวนหลายทาง ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลสัมฤทธิ์ของทั้งนิสิตไทยและนักศึกษาจีนที่ได้รับจากการเรียนรู้บทเรียนสื่อประสมที่ใช้วิธีการริธึมที่ต่างกัน ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 2) ผลสัมฤทธิ์ระหว่างนิสิตไทยและนักศึกษาจีนที่ได้รับจากการเรียนบทเรียนสื่อประสมที่ใช้วิธีการริธึมต่างกันไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 3) ส่วนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนิสิตไทยและนักศึกษาจีน 4) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างนิสิตไทยและนักศึกษาจีนที่ได้รับกิจกรรมการฝึกและไม่ได้รับกิจกรรมการฝึกไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญแต่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนิสิตไทยและนักศึกษาจีนที่มีรูปแบบการเรียนรู้ที่ต่างกันมีความต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 โดยนิสิตและนักศึกษาที่มีรูปแบบการเรียนรู้แบบ visual มีผลสัมฤทธิ์สูงสุด และเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนิสิตไทยและนักศึกษาจีน 5) โดยปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างนิสิตไทยและนักศึกษาจีนไม่มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 |
| บรรณานุกรม | : |
จุฬาภรณ์ กองแก้ว . (2545). ผลของการใช้วิธีการริธึมในบทเรียนสื่อประสมและการเปิดรับการเรียนรู้ต่อผลสัมฤทธิของการออกเสียงภาษาอังกฤษของนิสิตระดับบัณฑิตศึกษาไทยและจีนที่มีรูปแบบการเรียนรู้ต่างกัน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จุฬาภรณ์ กองแก้ว . 2545. "ผลของการใช้วิธีการริธึมในบทเรียนสื่อประสมและการเปิดรับการเรียนรู้ต่อผลสัมฤทธิของการออกเสียงภาษาอังกฤษของนิสิตระดับบัณฑิตศึกษาไทยและจีนที่มีรูปแบบการเรียนรู้ต่างกัน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จุฬาภรณ์ กองแก้ว . "ผลของการใช้วิธีการริธึมในบทเรียนสื่อประสมและการเปิดรับการเรียนรู้ต่อผลสัมฤทธิของการออกเสียงภาษาอังกฤษของนิสิตระดับบัณฑิตศึกษาไทยและจีนที่มีรูปแบบการเรียนรู้ต่างกัน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. จุฬาภรณ์ กองแก้ว . ผลของการใช้วิธีการริธึมในบทเรียนสื่อประสมและการเปิดรับการเรียนรู้ต่อผลสัมฤทธิของการออกเสียงภาษาอังกฤษของนิสิตระดับบัณฑิตศึกษาไทยและจีนที่มีรูปแบบการเรียนรู้ต่างกัน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
