ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

บทบาทการศึกษาในการสืบทอดและพัฒนาทางวัฒนธรรม: กรณีศึกษาวัฒนธรรมชาวสวนฝั่งธนบุรี

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : บทบาทการศึกษาในการสืบทอดและพัฒนาทางวัฒนธรรม: กรณีศึกษาวัฒนธรรมชาวสวนฝั่งธนบุรี
นักวิจัย : พรทิพย์ อันทิวโรทัย
คำค้น : ROLES OF EDUCATION , CULTURAL TRANSMISSION , THON BURI , ORCHARDISTS'CULTURE
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545000588
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวัฒนธรรมชาวสวนฝั่งธนบุรีตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อวิเคราะห์การสืบทอดวัฒนธรรมชาวสวนในรูปแบบการศึกษาตามอัธยาศัย การศึกษาในระบบ และการศึกษานอกระบบ และเพื่อนำเสนอบทบาทการศึกษาในการพัฒนาทางวัฒนธรรมของชุมชนชาวสวนฝั่งธนบุรี พื้นที่ศึกษาคือ แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชันและแขวงบางมด เขตจอมทอง วิธีดำเนินการวิจัยมี 4 ขั้นตอน คือ 1) ศึกษาเอกสาร2) ศึกษาประวัติศาสตร์บอกเล่า 3) ศึกษาภาคสนาม โดยการสังเกต สัมภาษณ์เจาะลึกสัมภาษณ์กลุ่ม และสนทนากลุ่ม และ 4) นำเสนอผลการวิเคราะห์ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาตรวจสอบ ผลการวิจัย พบว่า วัฒนธรรมชาวสวนฝั่งธนบุรีเป็นมรดกของสังคมไทยสืบมาหลายชั่วอายุคน ชาวสวนมีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย ยึดถือแบบแผนประพฤติ มีระบบเครือญาติที่แน่นแฟ้น เอื้อเฟื้ออาทรต่อกัน เลื่อมใสในพุทธศาสนา รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีในรอบปี สั่งสมภูมิปัญญาสืบทอดกันมา การทำสวนมีลักษณะเฉพาะคือยกร่อง และทำสวนผสมมีทั้งสวนไม้ผล สวนผัก และสวนไม้ดอกไม้ประดับ สวนฝั่งธนบุรีมีความหลากหลายทางชีวภาพเป็นถิ่นกำเนิดพันธุ์ไม้ผลชั้นดี วิถีชีวิตของชาวสวนได้รับผลกระทบมากจากปัญหาน้ำท่วมน้ำเค็ม น้ำเสีย และปัญหาการขยายตัวเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยมิได้คำนึงถึงมิติด้านสังคมและวัฒนธรรม พื้นที่สวนลดลงทุกที ชุมชนชาวสวนที่เคยพึ่งตนเองได้กลับอ่อนแอลงมีการละทิ้งถิ่นไปทำสวนในจังหวัดต่าง ๆ โดยใช้ภูมิปัญญาเดิม ช่วงนี้จึงเป็นรอยต่อที่สำคัญในการสืบทอดและพัฒนาทางวัฒนธรรม เพื่อพลิกฟื้นชุมชนให้ดำรงอยู่ได้ต่อไป ในการสืบทอดวัฒนธรรม พบว่าการศึกษาตามอัธยาศัยมีบทบาทสำคัญที่สุด เป็นกระบวนการขัดเกลาทางสังคมที่เกิดขึ้นภายในชุมชนชาวสวนสืบต่อกันมา แต่ปัจจุบันบทบาทนี้ลดน้อยลงมากจนกระทั่งขาดผู้สืบทอด ชาวสวนซึ่งมีอายุ 45 ปีขึ้นไปอาจจะเป็นรุ่นสุดท้ายที่ยึดอาชีพนี้ การจัดการศึกษานอกระบบมีหลักสูตรที่เอื้อต่อการสืบทอด แต่การนำหลักสูตรไปใช้ยังไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตชาวสวน บางหน่วยงานของรัฐใช้แนวคิดใหม่ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับชาวสวนโดยอาศัยกระบวนการกลุ่ม ส่วนการศึกษาในระบบนี้ตั้งแต่อดีตเอื้อต่อการสืบทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตร แต่ผู้สืบทอดอาชีพนี้มีน้อยลงและในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตชาวสวนเท่าที่ควร แต่มีแนวโน้มที่ดีที่จะเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตชาวสวนมากยิ่งขึ้นในการสร้างหลักสูตรสถานศึกษาปี 2546 ในการพัฒนาทางวัฒนธรรมเพื่อให้ชุมชนชาวสวนดำรงอยู่ได้ ทุกฝ่ายจำเป็นต้องร่วมมือกันจัดการศึกษาคือ 1) กลุ่มชาวสวน สร้างบันทึกชาวสวนและจัดกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของตน 2) กลุ่มโรงเรียนสร้างหลักสูตรสถานศึกษาและจัดกระบวนการเรียนรู้และพัฒนานักเรียน 3) เครือข่ายการเรียนรู้ เชื่อมประสานกลุ่มทั้งสองในการแสวงหาความรู้และรังสรรค์ความรู้ใหม่ และชุมชนชาวสวนควรจัดตั้ง "ศูนย์วัฒนธรรมชาวสวนฝั่งธนบุรี" ขึ้น เพื่อเป็นแม่ข่ายประสานงาน เป็นแหล่งรวมวิทยาการ และเผยแพร่ความรู้อย่างต่อเนื่อง

บรรณานุกรม :
พรทิพย์ อันทิวโรทัย . (2545). บทบาทการศึกษาในการสืบทอดและพัฒนาทางวัฒนธรรม: กรณีศึกษาวัฒนธรรมชาวสวนฝั่งธนบุรี.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พรทิพย์ อันทิวโรทัย . 2545. "บทบาทการศึกษาในการสืบทอดและพัฒนาทางวัฒนธรรม: กรณีศึกษาวัฒนธรรมชาวสวนฝั่งธนบุรี".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พรทิพย์ อันทิวโรทัย . "บทบาทการศึกษาในการสืบทอดและพัฒนาทางวัฒนธรรม: กรณีศึกษาวัฒนธรรมชาวสวนฝั่งธนบุรี."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print.
พรทิพย์ อันทิวโรทัย . บทบาทการศึกษาในการสืบทอดและพัฒนาทางวัฒนธรรม: กรณีศึกษาวัฒนธรรมชาวสวนฝั่งธนบุรี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.