| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาการดำเนินการให้ความช่วยเหลือตั้งแต่ระยะแรกเริ่มแก่เด็กปฐมวัยที่มีพัฒนาการการพูดล่าช้า ในกรุงเทพมหานคร |
| นักวิจัย | : | ภารดี วงศ์บุญเกิด |
| คำค้น | : | YOUNG CHILDREN , EARLY INTERVENTION , SPEECH DELAYS |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545000564 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้คือ 1) เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาการดำเนินการให้ความช่วยเหลือตั้งแต่ระยะแรกเริ่มแก่เด็กปฐมวัยที่มีพัฒนาการการพูดล่าช้าในกรุงเทพมหานคร และ 2) เพื่อศึกษาการดำเนินการให้ความช่วยเหลือตั้งแต่ระยะแรกเริ่มแก่เด็กปฐมวัยที่มีพัฒนาการการพูดล่าช้าในโรงเรียนกรณีตัวอย่าง ตัวอย่างประชากรในการศึกษาสภาพและปัญหาได้แก่ ผู้บริหาร 21 คน ครูประจำชั้น 54 คน และผู้ปกครอง34 คน จากโรงเรียน 23 โรง และนักแก้ไขการพูด 22 คน และตัวอย่างประชากรในการศึกษากรณีตัวอย่างคือ ผู้บริหาร 2 คน ครูประจำชั้น 6 คน ผู้ปกครอง 10 คน และนักแก้ไขการพูด 1 คน จากโรงเรียน 2 โรง ผลการวิจัยมีดังนี้ 1. สภาพและปัญหา 1.1 โรงเรียนทุกโรงจัดการเรียนร่วมโดยใช้รูปแบบการจัดเรียนร่วมในชั้นเรียนปกติแบบเต็มเวลา มีโรงเรียนจำนวนน้อยที่มีครูการศึกษาพิเศษช่วยสนับสนุนและส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาและการพูด ทุกโรงไม่มีนักแก้ไขการพูด ครูส่วนใหญ่มีปัญหาขาดความรู้และทักษะในการส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาและการพูด แก้ปัญหา พฤติกรรม และปกครองชั้นเรียนแบบเรียนร่วม 1.2 เด็กที่มีพัฒนาการการพูดล่าช้ามักมีความบกพร่องด้านอื่นร่วมด้วย มักพูดเป็นคำๆ 2-3 คำ โดยมีความหมายในระดับประโยค และมีความบกพร่องทุกด้านทั้งในเรื่องความเข้าใจภาษาและการแสดงออกทางภาษา 1.3 โรงเรียนส่วนใหญ่ดำเนินการให้ความช่วยเหลือตั้งแต่ระยะแรกเริ่มทุกขั้นตอน แต่อย่างไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร เนื่องจากปัญหาครูไม่มีเวลาประกอบกับขาดความรู้และความชำนาญ ผู้ปกครองขาดความตระหนัก ความรู้และการให้ความร่วมมือและนักแก้ไขการพูดมีจำนวนจำกัด และมีค่าใช้จ่ายในการรับบริการสูง โรงเรียนส่วนใหญ่ไม่ได้จัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล และครูประจำชั้นต้องรับผิดชอบในการดำเนินการแต่เพียงผู้เดียว การส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาและการพูดได้จัดให้ในกลุ่มใหญ่ในชั้นเรียนโดยไม่ได้มีการฝึกให้แก่เด็กที่มีพัฒนาการพูดล่าช้าโดยเฉพาะ 2. โรงเรียนที่เป็นกรณีตัวอย่าง 2.1 โรงเรียนทั้งสองโรงมีปรัชญาและนโยบายเกี่ยวกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษชัดเจน แม้จะแตกต่างกัน นโยบายเหล่านี้ได้ถ่ายทอดเป็นการปฏิบัติโดยผู้บริหารซึ่งได้บริหารโรงเรียนด้วยปรัชญาและนโยบายดังกล่าวมากว่า 10 ปี ครูมีความชัดเจนในแนวทางการรับรู้และทำงานกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เช่นเดียวกับผู้ปกครองและบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง 2.2 โรงเรียนทั้งสองดำเนินการให้ความช่วยเหลือตั้งแต่ระยะแรกเริ่มสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษอย่างเป็นระบบและสอดคล้องกับปรัชญาและนโยบาย 2.3 โรงเรียนทั้งสองทุ่มเทความพยายามอย่างมากในการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองและชักนำให้ผู้ปกครองเข้าร่วมในกิจกรรมของโรงเรียนที่จัดให้แก่เด็กที่มีความต้องการทางการศึกษาพิเศษ ในทางกลับกันผู้ปกครองก็มีความตระหนักและให้ความร่วมมือในการทำงานร่วมกับโรงเรียนเพื่อพัฒนาเด็ก |
| บรรณานุกรม | : |
ภารดี วงศ์บุญเกิด . (2545). การศึกษาการดำเนินการให้ความช่วยเหลือตั้งแต่ระยะแรกเริ่มแก่เด็กปฐมวัยที่มีพัฒนาการการพูดล่าช้า ในกรุงเทพมหานคร.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ภารดี วงศ์บุญเกิด . 2545. "การศึกษาการดำเนินการให้ความช่วยเหลือตั้งแต่ระยะแรกเริ่มแก่เด็กปฐมวัยที่มีพัฒนาการการพูดล่าช้า ในกรุงเทพมหานคร".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ภารดี วงศ์บุญเกิด . "การศึกษาการดำเนินการให้ความช่วยเหลือตั้งแต่ระยะแรกเริ่มแก่เด็กปฐมวัยที่มีพัฒนาการการพูดล่าช้า ในกรุงเทพมหานคร."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. ภารดี วงศ์บุญเกิด . การศึกษาการดำเนินการให้ความช่วยเหลือตั้งแต่ระยะแรกเริ่มแก่เด็กปฐมวัยที่มีพัฒนาการการพูดล่าช้า ในกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
