| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาเกี่ยวกับโปรแกรมสุขศึกษาในการเพิ่มความรู้เรื่องโรคกระดูกพรุนด้วยการวิจัยแบบสุ่มโดยใช้กลุ่มควบคุม |
| นักวิจัย | : | ประยุกต์ พัววิไล |
| คำค้น | : | HEALTH EDUCATION PROGRAM , KNOWLEDGE , OSTEOPOROSIS , RANDOMIZED CONTROLLEDTRIAL |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545000454 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ~bวัตถุประสงค์~b : เพื่อเปรียบเทียบโปรแกรมสุขศึกษา 2 วิธี ในการเพิ่มความรู้เรื่องโรคกระดูกพรุนและวิธีป้องกันโรคให้ผู้ป่วยนรีเวชอายุ 40-50 ปี ที่ห้องตรวจของโรงพยาบาลเลิดสิน โดยโปรแกรมแรกประกอบด้วยการบรรยายและการศึกษาด้วยตนเองจากหนังสือคู่มือพร้อมแผ่นพับ ส่วนโปรแกรมที่ 2 ประกอบด้วยการศึกษาด้วยตนเองจากหนังสือคู่มือพร้อมแผ่นพับเท่านั้น ~bรูปแบบการวิจัย~b : การวิจัยเชิงทดลอง แบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม ~bสถานที่ทำวิจัย~b : โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ~bระเบียบวิธีวิจัย~b : ผู้ป่วยนรีเวช วัยก่อนหมดประจำเดือน อายุระหว่าง40-50 ปี ที่ห้องตรวจนรีเวช ผู้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก ได้รับเลือกแบบเป็นระบบจำนวน38 ราย โดยใช้ขั้นตอนการสุ่มแบบบล๊อก แบ่งผู้ป่วยออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ได้รับฟังการบรรยาย และได้หนังสือคู่มือพร้อมแผ่นพับ เกี่ยวกับโรคกระดูกพรุนและวิธีการป้องกันโรคไปศึกษาด้วยตนเอง เป็นเวลา 7 วัน (โปรแกรมที่ I) ส่วนกลุ่มที่ 2 ได้รับแต่หนังสือคู่มือพร้อมแผ่นพับ เกี่ยวกับโรคกระดูกพรุนและวิธีการป้องกันโรคไปศึกษาด้วยตนเองเป็นเวลา 7 วันเท่านั้น (โปรแกรมที่ II) ทั้ง 2 กลุ่มได้รับการประเมินความรู้โดยใช้แบบทดสอบก่อนและหลังการศึกษา ~bผลการศึกษา~b : ลักษณะพื้นฐานของผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่ม ไม่แตกต่างกันทั้งในด้านอายุ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ โรคประจำตัว ประวัติสุขภาพอายุที่เริ่มมีประจำเดือน จำนวนวันของประจำเดือน จำนวนครั้งของการตั้งครรภ์ และจำนวนครั้งของการคลอดบุตรครบกำหนด ค่าเฉลี่ยของผลรวมคะแนนจากแบบทดสอบก่อนการศึกษา จากทั้ง 2 กลุ่ม ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (p=0.942, 95% CI=-2.801, 3.011) แต่ค่าเฉลี่ยของผลรวมคะแนนจากแบบทดสอบหลังการศึกษา จากทั้งสองกลุ่มแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001,95% CI=4.682, 12,791) และกลุ่มที่ 1 มีคะแนนสูงกว่ากลุ่มที่ 2 เมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของผลรวมคะแนนก่อนศึกษากับหลังการศึกษาพบว่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทั้ง 2 กลุ่ม (p<0.001, 95% CI=-16.056, -12.049 และ p<0.001, 95%CI=6.730,-4.112) หมายความว่าทั้ง 2 โปรแกรมสามารถสร้างความรู้เพิ่มขึ้นให้แก่ผู้ป่วยทั้ง2 กลุ่ม โดยโปรแกรมที่ 1 สร้างความรู้เพิ่มขึ้นได้สูงกว่าโปรแกรมที่ 2 เมื่อเปรียบเทียบสัมฤทธิ์ผลของทั้ง 2 โปรแกรม พบว่าโปรแกรมที่ 1 สามารถเพิ่มความรู้ให้ผู้ป่วยจนถึงระดับปานกลางและสูงได้ถึง 78.95% ของผู้ป่วย ในขณะที่โปรแกรมที่ 2 เพิ่มความรู้ให้ผู้ป่วยจนถึงระดับปานกลางและสูงได้เพียง 36.84% เท่านั้นโปรแกรมที่ 1 แตกต่างจากโปรแกรมที่ 2 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (~bZ~b = 3, p<0.05) ~bสรุป~b : โปรแกรมสุขศึกษาทั้ง 2 โปรแกรม สามารถเพิ่มความรู้เรื่องโรคกระดูกพรุนและวิธีป้องกันโรคให้ผู้ป่วยได้โดยโปรแกรมสุขศึกษาแบบที่ 1 สามารถเพิ่มความรู้ได้ดีกว่าโปรแกรมที่ 2 และยังสามารถเพิ่มความรู้ในระดับปานกลางและสูงให้ผู้ป่วยได้ถึง 78.95% ของผู้ป่วยกลุ่มนี้ทั้งหมด |
| บรรณานุกรม | : |
ประยุกต์ พัววิไล . (2545). การศึกษาเกี่ยวกับโปรแกรมสุขศึกษาในการเพิ่มความรู้เรื่องโรคกระดูกพรุนด้วยการวิจัยแบบสุ่มโดยใช้กลุ่มควบคุม.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ประยุกต์ พัววิไล . 2545. "การศึกษาเกี่ยวกับโปรแกรมสุขศึกษาในการเพิ่มความรู้เรื่องโรคกระดูกพรุนด้วยการวิจัยแบบสุ่มโดยใช้กลุ่มควบคุม".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ประยุกต์ พัววิไล . "การศึกษาเกี่ยวกับโปรแกรมสุขศึกษาในการเพิ่มความรู้เรื่องโรคกระดูกพรุนด้วยการวิจัยแบบสุ่มโดยใช้กลุ่มควบคุม."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. ประยุกต์ พัววิไล . การศึกษาเกี่ยวกับโปรแกรมสุขศึกษาในการเพิ่มความรู้เรื่องโรคกระดูกพรุนด้วยการวิจัยแบบสุ่มโดยใช้กลุ่มควบคุม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
