| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการเกิดโรคไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบในผู้ชาย |
| นักวิจัย | : | อนันต์ มโนมัยพิบูลย์ |
| คำค้น | : | RISK FACTORS , INGUINAL HERNIA , MALE , CASE-CONTROL STUDY |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545000447 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ~bวัตถุประสงค์~b: เพื่อหาความสัมพันธ์ และขนาดของความสัมพันธ์ ของปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ต่อการเกิดโรคไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบในผู้ชาย ~bรูปแบบการทดลอง~b: การวิจัยแบบสังเกตุเชิงวิเคราะห์ชนิด case-control ~bสถานที่ทำการวิจัย~b: วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาลโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และโรงพยาบาลพระปิ่นเกล้า ซึ่งเป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ ~bวิธีการศึกษา~b: ได้ทำการสัมภาษณ์และตรวจร่างกายผู้ป่วยชายที่อายุมากกว่า 15 ปีจำนวน 219 คน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นผู้ป่วยโรคไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบที่มีอาการของโรคมาไม่เกิน 12 เดือน และเข้ารับการผ่าตัดรักษาเป็นผู้ป่วยในจำนวน 73 คน ส่วนกลุ่มที่สองเป็นกลุ่มควบคุม ได้แก่ผู้ป่วยในของโรงพยาบาลนั้นๆ ที่ได้รับการซักประวัติพร้อมทั้งการตรวจร่างกายโดยศัลยแพทย์ทั่วไปแล้วว่าไม่มีอาการ และอาการแสดงของโรคไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบ อีกทั้งไม่เคยมีประวัติการผ่าตัดรักษาโรคดังกล่าวมาก่อน โดยที่กลุ่มควบคุมมีอายุแตกต่างจากกลุ่มแรกอยู่ในช่วงระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี และโรคสำคัญที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลไม่ใช่โรคระบบทางเดินปัสสาวะ โรคลำไส้ใหญ่ทวารหนัก โรคปอด และโรคหัวใจ ผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มจะได้รับการสัมภาษณ์เกี่ยวกับประวัติส่วนตัว ประวัติการยกของหนัก การสูบบุหรี่ อาการของโรคทางเดินปัสสาวะส่วนล่างอุดตัน โรคท้องผูก อาการไอเรื้อรังประวัติการผ่าตัดบริเวณช่องท้องส่วนล่าง และได้รับการชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง พร้อมทั้งตรวจดูบริเวณหน้าท้องในกรณีที่เคยได้รับการผ่าตัดบริเวณหน้าท้องส่วนล่างมาก่อน ~bผลการศึกษา~b: ผู้ชายที่มีประวัติยกสิ่งของที่มีน้ำหนักมากมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบที่ไม่แตกต่างจากผู้ที่ไม่มีประวัติการยกสิ่งของที่มีน้ำหนักมาก ทั้งในแง่ของขนาดน้ำหนักของสิ่งของ และระยะเวลาที่ยกสิ่งของที่มีน้ำหนักมากโดยมีค่าความเสี่ยงเท่ากับ 1.13 เท่า (95% CI เท่ากับ 0.58-2.22) สำหรับปัจจัยอื่นๆได้แก่การสูบบุหรี่ ภาวะที่ทำให้มีแรงดันในช่องท้องเพิ่มสูงขึ้น ประวัติการผ่าตัดไส้ติ่งผ่านทางผนังหน้าท้องส่วนล่างด้านขวา และภาวะน้ำหนักที่มากกว่าปกติไม่ได้ทำให้มีโอกาสเสี่ยงมากขึ้น หรือน้อยลงกว่าผู้ที่ไม่มีปัจจัยดังกล่าวเช่นกัน โดยมีค่าความเสี่ยงในผู้ที่มีปัจจัยดังกล่าวเท่ากับ 1.03 (95% CI เท่ากับ 0.55-1.9) 1.05 (95% CI เท่ากับ0.59-1.9) 1.29 (95% CI เท่ากับ 0.44-1.32) และ 0.66 (95% CI เท่ากับ 0.33-1.32)ตามลำดับ ~bสรุป~b: นอกจากอายุและเพศชายที่ทราบกันดีว่ามีความสัมพันธ์กับโรคไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบในผู้ชายแล้ว ยังมีรายงานจำนวนมากที่กล่าวอ้างว่าประวัติการยกสิ่งของที่มีน้ำหนักมาก รวมไปถึงการสูบบุหรี่ ภาวะที่ทำให้มีแรงดันในช่องท้องเพิ่มสูงขึ้น ได้แก่การอุดตันของทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง อาการท้องผูก อาการไอเรื้อรัง และประวัติการผ่าตัดไส้ติ่งผ่านทางผนังหน้าท้องส่วนล่างด้านขวา ล้วนแต่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบในผู้ชาย แต่จากผลการศึกษานี้พบว่าไม่มีหลักฐานที่มากเพียงพอที่จะสรุปได้ว่าปัจจัยต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการโรคไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบในผู้ชาย |
| บรรณานุกรม | : |
อนันต์ มโนมัยพิบูลย์ . (2545). การศึกษาปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการเกิดโรคไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบในผู้ชาย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อนันต์ มโนมัยพิบูลย์ . 2545. "การศึกษาปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการเกิดโรคไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบในผู้ชาย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อนันต์ มโนมัยพิบูลย์ . "การศึกษาปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการเกิดโรคไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบในผู้ชาย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. อนันต์ มโนมัยพิบูลย์ . การศึกษาปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการเกิดโรคไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบในผู้ชาย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
