| ชื่อเรื่อง | : | พฤติกรรมการดูแลตนเองด้านสุขภาพจิต และปัญหาการปรับตัวของนิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 1ถึง 3 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| นักวิจัย | : | ปราณี ธนกำธร |
| คำค้น | : | PSYCHOLOGICAL SELF CARE , ADJUSTMENT PROBLEMS , MEDICAL STUDENTS |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545000425 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับและปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองด้านสุขภาพจิตและปัญหาการปรับตัว กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือนิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 1 ถึง 3 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในภาคการศึกษาปลาย ปีการศึกษา 2544 ทุกคน จำนวนทั้งสิ้น 514 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลคือแบบวัดพฤติกรรมการดูแลตนเองด้านสุขภาพจิต และแบบสอบถามเกี่ยวกับการปรับตัวสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน Pearson Productof Moment Coefficient, Unpair t-test, One-way ANOVA และ multi linear regression ผลการศึกษาพบว่า นิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 1 ถึง 3 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในภาคการศึกษาปลาย ปีการศึกษา 2544 มีค่าเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลตนเองด้านสุขภาพจิตโดยรวมและโดยแยกแต่ละด้านแล้วอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลตนเองด้านการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลตนเองด้านการปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนาน้อยที่สุด ปัจจัยมีผลต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองด้านสุขภาพจิต มี 4 ตัวแปรคือ (1) การจบจากโรงเรียนเอกเพศ มีผลต่อการลดพฤติกรรมการดูแลตนเองด้านการติดต่อสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ด้านการดูแลตนเองโดยทั่วไปและการดูแลตนเองโดยรวม(2) การเรียนในชั้นปีที่สูงขึ้นมีผลต่อการเพิ่มพฤติกรรมการดูแลตนเองโดยทั่วไปแต่ลดพฤติกรรมการดูแลตนเองด้านการพัฒนาการรู้จักตนเอง (3) การมีรายได้ส่วนตัวมากมีผลต่อการเพิ่มพฤติกรรมการดูแลตนเองด้านการเผชิญปัญหาและด้านการพัฒนาและดำรงระบบสนับสนุนทางสังคม (4) เพศหญิงมีผลต่อการเพิ่มพฤติกรรมการดูแลตนเองด้านการบริหารเวลาที่มีประสิทธิภาพ และด้านการปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนา สำหรับปัญหาการปรับตัวพบว่ากลุ่มตัวอย่าง มีค่าเฉลี่ยปัญหาการปรับตัวด้านการเรียนด้านหลักสูตรและการสอน ด้านอารมณ์อยู่ในระดับปานกลาง และมีค่าเฉลี่ยปัญหาการปรับตัวด้านสังคม ด้านสุขภาพและด้านการเงินและที่อยู่อาศัยอยู่ในระดับน้อย ปัจจัยมีผลต่อปัญหาการปรับตัว มี 5 ตัวแปรคือ (1) การเรียนในชั้นปีที่สูงขึ้นมีผลต่อการลดปัญหาการปรับตัวด้านการเรียน ด้านหลักสูตรและการสอน ด้านอารมณ์และการปรับตัวโดยรวม(2) เพศหญิงมีผลต่อการลดปัญหาการปรับตัวด้านหลักสูตรและการสอน ด้านสังคม และด้านการเงินและที่อยู่อาศัย (3) การมีรายได้ส่วนตัวมากมีผลต่อการลดปัญหาการปรับตัวด้านอารมณ์และสังคม (4) การเข้ามาเรียนในคณะแพทยศาสตร์โดยไม่ได้สอบผ่านทบวงมีผลต่อการลดปัญหาการปรับตัวด้านอารมณ์ (5) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีมีผลต่อการลดปัญหาการปรับตัวด้านหลักสูตรและการสอน เมื่อนำพฤติกรรมการดูแลตนเองด้านสุขภาพจิตมาหาความสัมพันธ์กับปัญหาการปรับตัวพบว่ามีความสัมพันธ์กันในทางลบ |
| บรรณานุกรม | : |
ปราณี ธนกำธร . (2545). พฤติกรรมการดูแลตนเองด้านสุขภาพจิต และปัญหาการปรับตัวของนิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 1ถึง 3 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปราณี ธนกำธร . 2545. "พฤติกรรมการดูแลตนเองด้านสุขภาพจิต และปัญหาการปรับตัวของนิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 1ถึง 3 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปราณี ธนกำธร . "พฤติกรรมการดูแลตนเองด้านสุขภาพจิต และปัญหาการปรับตัวของนิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 1ถึง 3 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. ปราณี ธนกำธร . พฤติกรรมการดูแลตนเองด้านสุขภาพจิต และปัญหาการปรับตัวของนิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 1ถึง 3 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
