| ชื่อเรื่อง | : | ความสัมพันธ์ระหว่าง ยีน ~iHLA-E~i กับความเสี่ยงทางพันธุกรรม ของการเกิดโรคมะเร็งโพรงหลังจมูก |
| นักวิจัย | : | อิงอร กิมกง |
| คำค้น | : | NASOPHARYNGEAL CARCINOMA , HLA-E , SNP , PCR-SSOP , HAPLOTYPE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545000220 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | มะเร็งโพรงหลังจมูกเป็นมะเร็งที่มีลักษณะการเกิดโรคที่จำเพาะในบางภูมิภาคพบได้น้อยในประเทศทางตะวันตก แต่มีอุบัติการณ์สูงในประเทศจีนตอนใต้ และในประเทศแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้งประเทศไทย ปัจจัยที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งโพรงหลังจมูกคือ ปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อม และปัจจัยทางด้านพันธุกรรม คนจีนที่อพยพย้ายถิ่นฐานไปยังประเทศต่าง ๆ พบว่ามีอุบัติการณ์ของโรคนี้สูงกว่าชนพื้นเมืองในประเทศนั้น ๆ บ่งชี้ว่าปัจจัยทางด้านพันธุกรรมของตัวมนุษย์เองมีส่วนสำคัญในการเกิดโรคมะเร็งโพรงหลังจมูก การศึกษาก่อนหน้านี้รายงานความสัมพันธ์ระหว่างมะเร็งโพรงหลังจมูกกับ Human leukocyte antigen (HLA) เช่น HLA-A2 และ HLA-B46 ซึ่งทำหน้าที่นำเสนอแอนติเจนให้แก่ T lymphocyte ซึ่งมีความสำคัญต่อการติดเชื้อไวรัส อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ยังไม่มีหลักฐานที่สามารถอธิบายความสัมพันธ์นี้ได้อย่างชัดเจน การศึกษาต่อมาช่วยสนับสนุนว่ายีนที่กำหนดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งโพรงหลังจมูกไม่ใช่ยีน HLA-A และ HLA-B แต่น่าจะเป็นยีนอื่นที่อยู่ภายในบริเวณ HLA regionซึ่งอยู่ใกล้กับ D6S1624 microsatellite locus งานวิจัยนี้จึงสนใจศึกษายีน HLA-Eที่อยู่ใกล้กับ D6S1624 microsatellite locus และมีความสำคัญต่อหน้าที่ในการฆ่าของ NK cell และ CTL งานวิจัยนี้ทำการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างยีน HLA-E กับการเกิดโรคมะเร็งโพรงหลังจมูก โดยการวิเคราะห์ SNP ของยีน HLA-E ในผู้ป่วยโรคมะเร็งโพรงหลังจมูกเปรียบเทียบกับคนปกติในกลุ่มที่มีเชื้อสายเดียวกัน ซึ่งประกอบด้วย คนไทยคนจีน และคนไทย-จีน โดยใช้วิธี PCR-SSOP หารูปแบบของ SNP 7 ตำแหน่ง ในผู้ป่วย174 คน และในคนปกติ 200 คน ผลการศึกษาพบว่ามี 2 ตำแหน่ง คือ codon 77 และ 107ที่มีความแตกต่างในลำดับเบส ซึ่ง SNP ที่ codon 77 เป็นตำแหน่งที่ไม่เปลี่ยนกรดอะมิโน ในขณะที่ codon 107 มีการเปลี่ยนกรดอะมิโน จาก arginine เป็น glycineสำหรับการวิเคราะห์ SNP ที่ codon 107 พบว่า มีความสัมพันธ์กันระหว่าง HLA-E107Gallele กับกลุ่มผู้ป่วยโรคมะเร็งโพรงหลังจมูกที่มีเชื้อสายไทย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(OR (95% CI)=1.78(1.16-2.74), ~ip~i=0.006) ส่วนผลของ HLA-E107G allele จะมีลักษณะคล้ายการถ่ายทอดแบบยีนด้อย ซึ่งก็คือ ต้องการ 2 alleles ในการเพิ่มความเสี่ยงซึ่งได้ค่าปัจจัยเสี่ยง คือ OR (95% CI)=2.11(1.15-3.88) และ ~ip~i=0.009 นอกจากนี้การวิเคราะห์ haplotype ของ SNPs ทั้งสองตำแหน่งได้ยืนยันบทบาทของ HLA-E107Gในการเกิดโรคมะเร็งโพรงหลังจมูก ผลสรุปคือ HLA-E107G allele อาจจะมีความสำคัญในการเกิดโรคมะเร็งโพรงหลังจมูกในคนไทย ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับการยับยั้งหน้าที่ของ NK cellหรือ CTL ที่จำเพาะต่อเซลล์มะเร็งที่ติดเชื้อ EBV |
| บรรณานุกรม | : |
อิงอร กิมกง . (2545). ความสัมพันธ์ระหว่าง ยีน ~iHLA-E~i กับความเสี่ยงทางพันธุกรรม ของการเกิดโรคมะเร็งโพรงหลังจมูก.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อิงอร กิมกง . 2545. "ความสัมพันธ์ระหว่าง ยีน ~iHLA-E~i กับความเสี่ยงทางพันธุกรรม ของการเกิดโรคมะเร็งโพรงหลังจมูก".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อิงอร กิมกง . "ความสัมพันธ์ระหว่าง ยีน ~iHLA-E~i กับความเสี่ยงทางพันธุกรรม ของการเกิดโรคมะเร็งโพรงหลังจมูก."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. อิงอร กิมกง . ความสัมพันธ์ระหว่าง ยีน ~iHLA-E~i กับความเสี่ยงทางพันธุกรรม ของการเกิดโรคมะเร็งโพรงหลังจมูก. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
