| ชื่อเรื่อง | : | การกระจายและความหลากหลายของแอคติโนฟาจในดินที่มีสเตรปโตมัยซิทิส |
| นักวิจัย | : | อรอนงค์ พริ้งศุลกะ |
| คำค้น | : | ACTINOPHAGES , STREPTOMYCETES , SOIL , DISTRIBUTION , DIVERSITY |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545000046 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ได้ทำการศึกษาการกระจายและความหลากหลายของแอคติโนฟาจจากแหล่งดินกระจายตามภาคต่างๆ ของประเทศ โดยเริ่มจากการแยกสเตรปโตมัยซิทิสซึ่งเป็นโฮสท์(ตัวให้อาศัย) จากนั้นทำการแยกฟาจโดยวิธีส่งเสริมการเจริญและใช้สเตรปโตมัยซิทิสจากดินแหล่งเดียวกันเป็นโฮสท์ พบว่าสามารถแยกฟาจได้ทั้งหมด 24 ชนิด และได้ศึกษาการสร้างสารปฏิชีวนะของโฮสท์ นำฟาจที่ได้มาทำให้บริสุทธิ์บางส่วนด้วยวิธีการแยกพล๊าคเดี่ยวแยกความแตกต่างของฟาจโดยดูจากรูปร่างลักษณะของพล๊าคที่เกิดกับโฮสท์และรูปร่างลักษณะของฟาจภายใต้กล้องจุลทรรศน์อิเลคตรอนแบบส่องผ่าน พบว่าฟาจที่ได้มีขนาดและรูปร่างแตกต่างกัน แต่มีลักษณะที่คล้ายกันคือมีส่วนหัวเป็นหกเหลี่ยม ส่วนหางยาวไม่สามารถหดได้ด้วยลักษณะดังกล่าวจึงจัดฟาจเหล่านี้อยู่ในกลุ่มบี ตามการจัดจำแนกตามลักษณะรูปร่างของ Bradley และเป็นชนิด B1 ใน Family Siphoviridae ตามการจัดจำแนกของ Ackermannand Eisenstark's taxonomy จากการศึกษาโฮสท์เรนจ์หรือความสามารถในการติดเชื้อในสเตรปโตมัยซิทิสสายพันธุ์ต่าง ๆ ทั้งหมด 164 สายพันธุ์ พบว่า ฟาจทั้งหมดให้รูปแบบโฮสท์เรนจ์แคบ-กว้างต่างกัน โดยฟาจ Roi-1 และ Yok-15 ให้โฮสท์เรนจ์กว้างที่สุด จากนั้นนำฟาจจำนวน 9 ชนิด ได้แก่ Roi-1, Ray-7, Surat-11, Yok-15, Sin-27, Nsaw-28,Lam-29, Nsaw-30 และ Ac-7 ที่มีโฮสท์เรนจ์กว้างมาศึกษาขั้นต่อไป จากการทดลอง one stepgrowth พบว่าให้รูปแบบแตกต่างกัน จากผลของพีเอชต่อการเพิ่มจำนวนของฟาจพบว่า ฟาจส่วนใหญ่สามารถเพิ่มจำนวนได้มากที่พีเอชเป็นกลางยกเว้นฟาจ Yok-15 ที่เพิ่มจำนวนได้ดีที่พีเอชเป็นด่าง ผลของแคทไอออนทั้ง 2 ชนิด ได้แก่แคลเซียมและแมกนีเซียม พบว่าฟาจบางชนิดไม่ต้องการ ส่วนชนิดที่ต้องการแคทไอออนทั้งสองก็ต้องการในปริมาณต่ำ ยกเว้นฟาจ 4 ชนิดคือYok-15, Sin-27, Nsaw-28 และ Nsaw-30 ที่ต้องการแคลเซียมที่ความเข้มข้นสูง ผลของการยับยั้งฤทธิ์ของแอนติบอดีที่ได้จากฟาจ Roi-1 ต่อฟาจชนิดที่ทำการทดสอบ พบว่าให้ผลการยับยั้งต่อฟาจ 2 ชนิด คือ Nsaw-30, Sin-27 ได้ดีที่สุด ส่วนการศึกษาโปรตีนของฟาจโดยวิธี SDS-PAGE พบว่าฟาจที่ใช้มีขนาดและความเข้มของแถบโปรตีนต่างกัน การศึกษาจิโนมของฟาจโดยการตัดดีเอ็นเอด้วยเอนไซม์ตัดจำเพาะหลายๆ ชนิด พบว่าดีเอ็นเอของฟาจหลังจากตัดด้วยเอนไซม์ให้รูปแบบของแถบและน้ำหนักโมเลกุลต่างกัน นอกจากนี้เมื่อศึกษาความคล้ายคลึงกันของดีเอ็นเอของฟาจ โดยวิธี plaque hybridization พบว่าเมื่อใช้ดีเอ็นเอของฟาจ Surat-11, Ray-7, Yok-15 และ Roi-1 เป็นตัวติดตาม (probe) พบความคล้ายคลึงกัน(homology) ของดีเอ็นเอของฟาจเป็นจำนวน 5, 4, 4 และ 0 ชนิด ตามลำดับ อนึ่งจากการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างฟาจ Yok-15 (ซึ่งให้ผลของการติดเชื้อในสเตรปโตมัยซิทิสสายพันธุ์อ้างอิงได้มากที่สุดคือ 39 สายพันธุ์ จาก 46 สายพันธ์)กับโฮสท์ 4 สายพันธุ์คือ ~iStreptomyces~i sp. 15, ~iS. coelicolor, S. griseus~iและ ~iS. viridochromogenes~i ในดินไทย 2 ชนิดและดินญี่ปุ่น 1 ชนิด เมื่อบ่มฟาจและ Streptomyces sp. 15 ในดินไทยทั้ง 2 ชนิด พบว่าฟาจสามารถเพิ่มจำนวนได้จนถึงปริมาณสูงสุด หลังจากนั้นปริมาณลดลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามเมื่อนำฟาจ Yok-15มาบ่มในดินไทยกับโฮสท์อื่นอีก 3 สายพันธุ์ พบว่าไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้ อีกทั้งไม่มีการเพิ่มจำนวนเลยในโฮสท์ทั้ง 4 สายพันธุ์เมื่อบ่มในดินญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังพบว่าเมื่อบ่มฟาจ Yok-15 กับสเตรปโตมัยซิสทั้ง 4 สายพันธุ์ ปริมาณฟาจที่ได้มีจำนวนน้อยกว่าปริมาณของฟาจอิสระ (ที่ไม่ได้บ่มกับโฮสท์) ในดินทั้ง 3 ชนิด จากผลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าภาวะของดินและโฮสท์ที่ใช้มีผลต่อการรอดชีวิตและการเพิ่มจำนวนของฟาจในดิน ในทางกลับกันภาวะของดินมีผลต่อการการรอดชีวิตของสเตรปโตมัยซิทิสมากกว่าการติดเชื้อด้วยฟาจ เมื่อทำการจัดจำแนกสปีชีส์ของ ~iStreptomyces~i sp. 15 โดยใช้ส่วนของลำดับเบสที่ประมวลรหัสของ 16S rDNA พบว่ามีความคล้ายคลึงกับ ~iStreptomyces~i sp. NRRL5183แต่เนื่องจากไม่มีรายงานถึงเชื้อนี้โดยละเอียด จึงได้นำ ~iStreptomyces~i sp. 15เข้าไปจดทะเบียนใน Genbank เป็นเชื้อใหม่ (หมายเลข AY128706) สำหรับฟาจ Yok-15พบว่าไม่มีความเสถียรต่อคลอโรฟอร์ม มีความเสถียรที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส ที่พีเอช 9เป็นเวลา 5 ชั่วโมง และลดปริมาณอย่างรวดเร็วในที่มีโซเดียมไพโรฟอสเฟต และ EDTA นอกจากนี้ฟาจสามารถเพิ่มจำนวนได้ในโฮสท์ที่เลี้ยงในอาหารเหลว โดยพบว่าฟาจสามารถรอดชีวิตในโฮสท์ที่เลี้ยงในอาหารเหลวที่พีเอช 5 และเพิ่มจำนวนได้ดีที่สุดที่พีเอช 9 ความเร็วรอบของเครื่องเหวี่ยง 200 รอบต่อนาที ปริมาณของโฮสท์และฟาจที่เหมาะสมคือ 1.41 x 10('8)cfu/ml และ 10('6) pfu/ml ตามลำดับ |
| บรรณานุกรม | : |
อรอนงค์ พริ้งศุลกะ . (2545). การกระจายและความหลากหลายของแอคติโนฟาจในดินที่มีสเตรปโตมัยซิทิส.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรอนงค์ พริ้งศุลกะ . 2545. "การกระจายและความหลากหลายของแอคติโนฟาจในดินที่มีสเตรปโตมัยซิทิส".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรอนงค์ พริ้งศุลกะ . "การกระจายและความหลากหลายของแอคติโนฟาจในดินที่มีสเตรปโตมัยซิทิส."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. อรอนงค์ พริ้งศุลกะ . การกระจายและความหลากหลายของแอคติโนฟาจในดินที่มีสเตรปโตมัยซิทิส. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
