ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

คาลิกซ์[4]เอรีนที่มีเฟอโรซีนหรือนิกเกิลไดไธอาไดเอซา เป็นองค์ประกอบสำหรับเป็น ตัวตรวจวัดแอนไอออน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : คาลิกซ์[4]เอรีนที่มีเฟอโรซีนหรือนิกเกิลไดไธอาไดเอซา เป็นองค์ประกอบสำหรับเป็น ตัวตรวจวัดแอนไอออน
นักวิจัย : บุษยรัตน์ ธรรมพัฒนกิจ
คำค้น : DIAZA DIOXA DITHIA , FERROCENE AMIDE ANION RECEPTOR , SENSOR , ('1)H-NMRTITRATION , CYCLIC VOLTAMMETRY
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545000002
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ได้ทำการสังเคราะห์ลิแกนด์ ~b6~b ที่สามารถจับโลหะทรานสิชัน คือ25,27-~iN,N(+,ข)~i-bis(mercaptoethyl)-1,5-diazacyclooctaneethyl-~ip-tert~i-butylcalix[4]arene ซึ่งสามารถสังเคราะห์ได้ 2 วิธี วิธีแรกทำการสังเคราะห์โดยปฏิกิริยาระหว่าง dibromoethyl-calix[4]arene (~b2a~b) กับ Ni(bme-daco) โดยนิกเกิลทำหน้าที่เป็นโลหะเทมเพลตในอะซิโตไนไตรล์ซึ่งจะได้ผลิตภัณฑ์ของ Ni(bme-daco)calix[4]arene(~b4a.Br~b(,2))โดยในขั้นการสังเคราะห์สารประกอบ ~b2a~b จะได้สารประกอบที่ไม่ต้องการdimericcalix[4]arene (~b3~b) ในปริมาณมาก ส่วนวิธีที่ 2 สังเคราะห์โดยปฏิกิริยาระหว่าง dichloroethyl-calix[4]arene (~b2b~b) กับ Ni(bme-daco) ซึ่งใช้โซเดียมไอโอไดด์เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในอะซิโตไนไตรล์จะได้ผลิตภัณฑ์ของ Ni(bme-daco)calix[4]arene (~b4b.I~b(,2)) และ BisNi(bme-daco)calix[4]arene เป็นby-product จากนั้นเอานิกเกิลออกจากสาร ~b4~b โดยการรีฟรักซ์กับโปแตสเซียมไซยาไนด์ในอะซิโตไนไตรล์จะได้ลิแกนด์ ~b6~b ได้สังเคราะห์สารประกอบคาลิกซ์[4]เอรีนที่มีเอมีดเฟอโรซีนสำหรับจับแอนไอออนที่ตำแหน่ง upper rim และเอทธิลเอสเทอร์สำหรับจับแคทไอออนที่ตำแหน่ง lower rim ของ5,7-diamideferrocenyl-25,26,27,28-tetraalkylcalix[4]arene (~b5a, 5b~b และ~b5c~b) โดยการทำปฏิกิริยาระหว่าง tetraalkyldiaminocalix[4]arene (~b4a, 4b~bและ ~b4c~b) และ 1,1-Bis(chlorocabonyl)ferrocene การพิสูจน์โครงสร้างของสารที่สังเคราะห์ได้โดยวิธีเอ็นเอ็มอาร์สเปกโตรสโกปีพบว่าสารประกอบ ~b5a~b และ ~b5b~bมีคอนฟอร์เมชันที่อยู่ในสมดุลระหว่างโคนคอนฟอร์เมชันและพาเชียลโคนคอนฟอร์เมชันส่วนสารประกอบ ~b5c~b อยู่ในรูปโคนคอนฟอร์เมชันและผลทางเอกซเรย์พบว่า ~b5a~b จะอยู่ในรูปพาเชียลโคนคอนฟอร์เมชัน ส่วนสารประกอบ ~b5b~b จะอยู่ในรูปโคนคอนฟอร์เมชันนอกจากนี้ได้ทำการศึกษาความสามารถในการเกิดสารประกอบเชิงซ้อนกับแอนไอออนโดยวิธีโปรตอนเอ็นเอ็มอาร์ไตเตรชัน วิธีไซคลิกโวลแทรมเมทรี และวิธีสแควร์เวฟโวลแทรมเมทรีในอะซิโตไนไตรล์พบว่าลิแกนด์ ~b5a, 5b~b และ ~b5c~b ชอบที่จะจับกับคาร์บอกซิเลตแอนไอออนมากกว่า H(,2)PO(,4)('-) และ Cl('-) และยังพบว่าความสามารถของลิแกนด์ในการจับกับแอนไอออนเป็นไปตามลำดับคือ ~b5c~b > ~b5a~b > ~b5b~b นอกจากนี้พบว่าเอทธิลเอสเทอร์ที่ตำแหน่ง lower rim ของลิแกนด์ ~b5c~b สามารถจับกับโซเดียม โพแทสเซียมรูบีเดียม และซีเซียมไอออน โดยศึกษาจากเทคนิคอิเลคโตรสเปรย์ไอออไนเซชันแมสสเปกโตรเมทรี

บรรณานุกรม :
บุษยรัตน์ ธรรมพัฒนกิจ . (2545). คาลิกซ์[4]เอรีนที่มีเฟอโรซีนหรือนิกเกิลไดไธอาไดเอซา เป็นองค์ประกอบสำหรับเป็น ตัวตรวจวัดแอนไอออน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
บุษยรัตน์ ธรรมพัฒนกิจ . 2545. "คาลิกซ์[4]เอรีนที่มีเฟอโรซีนหรือนิกเกิลไดไธอาไดเอซา เป็นองค์ประกอบสำหรับเป็น ตัวตรวจวัดแอนไอออน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
บุษยรัตน์ ธรรมพัฒนกิจ . "คาลิกซ์[4]เอรีนที่มีเฟอโรซีนหรือนิกเกิลไดไธอาไดเอซา เป็นองค์ประกอบสำหรับเป็น ตัวตรวจวัดแอนไอออน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print.
บุษยรัตน์ ธรรมพัฒนกิจ . คาลิกซ์[4]เอรีนที่มีเฟอโรซีนหรือนิกเกิลไดไธอาไดเอซา เป็นองค์ประกอบสำหรับเป็น ตัวตรวจวัดแอนไอออน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.