ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเสริมสร้างความเป็นองค์กรเรียนรู้แบบปรับตัวในบริษัทย่อยของบริษัทยาข้ามชาติในประเทศไทย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเสริมสร้างความเป็นองค์กรเรียนรู้แบบปรับตัวในบริษัทย่อยของบริษัทยาข้ามชาติในประเทศไทย
นักวิจัย : ประเสริฐ ศิริเสรีวรรณ
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082543001160
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ความเป็นองค์กรเรียนรู้ได้รับความสนใจในฐานะเป็นเครื่องมือทางการบริหารและเทคโนโลยีสารสนเทศก็เป็นเครื่องมือที่เริ่มเป็นที่นิยมนำมาช่วยสำหรับการบริหารในธุรกิจระหว่างประเทศ การวิจัยนี้ได้ประยุกต์ทฤษฎีความเป็นองค์การเรียนรู้ (organizationallearning theory) และทฤษฎีเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วย หาความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการสร้างความเป็นองค์กรเรียนรู้(process) เทคโนโลยีสารสนเทศ และความสา มารถเป็นองค์กรเรียนรู้(capabilities) งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ และกระบวนการสร้างความเป็นองค์กรเรียนรู้(process) ที่มีต่อความสามารถเป็นองค์กรเรียนรู้ (capabilities)ในบริษัทย่อยของบริษัทยาข้ามชาติในประเทศไทย การวิจัยครั้งนี้เลือกศึกษาเทคโนโลยีสารสนเทศที่เสริมสร้างองค์กรเรียนรู้ในอุตสาหกรรมยา ซึ่งจัดเป็น อุตสาหกรรมที่ใช้ความรู้เป็นหลักใหญ่ในการดำเนินธุรกิจ และจำกัดบริบทของการศึกษาในเรื่องการถ่ายทอ ดเทคโนโลยีการตลาด จากสำนักงานใหญ่ในต่างประเทศมายังบริษัทย่อยในประเทศไทย การเก็บข้อมูลในการวิจัยนี้เป็นการประยุกต์แนวคิดไตรประสม (triangulation concept) ซึ่งใช้วิธีการประสมวิธีเก็บข้อมูลสองวิธี จากสองกลุ่มข้อมูลในองค์กรเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อเสริมความตรง (valid) กัน วิธีเก็บข้อมูลวิธีแรกคือการวิจัยกึ่งทดลอง(quasi-experimentation) ทำในกลุ่มทดลองที่เป็นผู้จัดการระดับกลางและได้รับสิ่งกระทำ (treatment) ที่เกี่ยวกับ อุปกรณ์สารสนเทศที่เสริมสร้างความเป็นองค์กรเรียนรู้ (organizational learning tools)(ซึ่งในการทดลองนี้ใช้อุปกรณ์แบบผ่านเครือข่ายอินเตอร์เนท) โดยทำการทดลองเป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ วิธีเก็บข้อมูลวิธีที่สองคือการวิจัยเชิงสำรวจ(Survey) กระทำหลังจากวิธีแรกเสร็จสิ้นแล้ว โดยทำในกลุ่มผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเดียวกัน อัตราการตอบรับจากทั้งสองวิธีคือ 82-87% โดยมีบริษัทที่ปฏิเสธการดำเนินการวิจัยต่อเนื่อง จำนวน 21 บริษัท การวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย การวิเคราะห์องค์ประกอบ การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบพหุ และการวิเคราะห์ค่าโนนิคอล ผลของการวิจัยนี้สนับสนุนสมมติฐานที่ว่า เทคโนโลยีสารสนเทศมีผลกระทบทางบวก ต่อ ความสาม ารถการเป็นองค์กรเรียนรู้ และสนับสนุนสมมติฐานบางส่วนที่ว่า กระบวนการสร้างความเป็นองค์กรเรียนรู้มีผลกระทบทางบวกต่อความสามารถการเป็นองค์กรเรียนรู้เช่นกัน ผลของการวิจัยนี้ ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีสารสนเทศ และความเป็นองค์กรเรียนรู้ในองค์ประกอบต่าง ๆและยังช่วยให้บริษัทไทย และบริษัทข้ามชาติทั้งหลายนำควา มรู้นี้ไปเสริมสร้างความเป็นองค์กรเรียนรู้ของตน

บรรณานุกรม :
ประเสริฐ ศิริเสรีวรรณ . (2543). การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเสริมสร้างความเป็นองค์กรเรียนรู้แบบปรับตัวในบริษัทย่อยของบริษัทยาข้ามชาติในประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ประเสริฐ ศิริเสรีวรรณ . 2543. "การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเสริมสร้างความเป็นองค์กรเรียนรู้แบบปรับตัวในบริษัทย่อยของบริษัทยาข้ามชาติในประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ประเสริฐ ศิริเสรีวรรณ . "การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเสริมสร้างความเป็นองค์กรเรียนรู้แบบปรับตัวในบริษัทย่อยของบริษัทยาข้ามชาติในประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
ประเสริฐ ศิริเสรีวรรณ . การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเสริมสร้างความเป็นองค์กรเรียนรู้แบบปรับตัวในบริษัทย่อยของบริษัทยาข้ามชาติในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.