| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาเปรียบเทียบระดับยาในพลาสมาของยาเมธิมาโซลในรูปแบบของการกินและการสวนเก็บทางทวาร |
| นักวิจัย | : | อุษณีย์ ริงคะนานนท์ |
| คำค้น | : | METHIMAZOLE , ORAL , RECTAL , ABSORPTION |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082543001066 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ภาวะธัยรอยด์เป็นพิษที่เกิดจากต่อมธัยรอยด์สร้างฮอร์โมนเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ (Hyperthyroidism) เป็นภาวะที่พบได้บ่อย การรักษาทำได้3 วิธีคือ การกินยาต้านธัยรอยด์กลุ่มไธโอนาไมด์ ได้แก่ propylthiouracil(PTU) และ methimazole (MMI), การผ่าตัดต่อมธัยรอยด์, การกินน้ำแร่รังสีไอโอดีน (radioactive iodine) โดยการรักษามักใช้ยาต้านธัยรอยด์เป็นส่วนใหญ่ และใช้เป็นการรักษาหลักโดยเฉพาะ ในกรณีที่เป็นภาวะธัยรอยด์เป็นพิษแบบรุนแรง คือ thyroid storm เนื่องจากเป็นวิธีที่สามารถควบคุมอาการ ได้รวดเร็วเหมาะสมกว่าวิธีอื่น ๆ ปัจจุบันยาต้านธัยรอยด์มีแต่ในรูปแบบของยาเม็ดเท่านั้น แต่ถ้าผู้ป่วยพวกนี้ไม่สามารถรับการบริหารยาทางปากหรือทางสายยางจมูกเป็นระยะนาน ๆ เนื่องจากอยู่ในภาวะหลังผ่าตัด, มีระดับความรู้สึกตัวต่ำ หรือช่วงที่มี thyroid storm ในการรักษาจึงต้องดัดแปลงการบริหารยาต้านธัยรอยด์ที่มีอยู่มาให้ในรูปแบบของการสวนเก็บทางทวารซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานว่าได้ผลในการรักษาผู้ป่วยหลายรายในรายงานของต่างประเทศ การวิจัยในครั้งนี้เป็นการศึกษาเปรียบเทียบหาระดับยา methimazoleในพลาสมาโดยทำการให้ยา methimazole ด้วยการสวนเก็บทางทวารและการกินในขนาด 30 มิลลิกรัมหลังจากที่งดอาหารและน้ำก่อนรับยา เว้นห่างในการให้ยาในแต่ละวิธีนาน 2 สัปดาห์ เจาะเลือดที่เวลาต่าง ๆ คือ 0, 30, 60, 90,120, 180, 240, 300 และ 360 นาที นำไปวิเคราะห์หาปริมาณยาในพลาสมาด้วยวิธี HPLC ผู้เข้าร่วมการศึกษานี้เป็นอาสาสมัครหญิง 6 คน ชาย 1 คนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงจากการซักประวัติ, ตรวจร่างกาย และการตรวจทางห้องปฏิบัติการ มีการทำงานของต่อมธัยรอยด์เป็นปกติอาสาสมัครทุกคนได้รับการบริหารยา ครบทั้ง 2 รูปแบบ และไม่มีการไหลย้อนออกของยา ผลการศึกษาพบว่า ระดับปริมาณยา methimazole ในพลาสมาที่ได้จากการบริหารยาทั้ง2 รูปแบบไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p > 0.05)ค่าความแปรปรวนของการดูดซึมยา methimazole ระหว่างการให้ยาทางปากและการสวนเก็บทางทวารมีความแตกต่างอยู่ในช่วงสูงสุดเท่ากับ 3.432 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร (พิสัย 0.0008 - 3.432) ดังนั้น เมื่อผู้ป่วยมีภาวะธัยรอยด์เป็นพิษ หรือ thyroid stormแล้วไม่สามารถรับการบริหารยาทางปาก ซึ่งเป็นรูปแบบปกติได้ การให้การรักษาด้วย methimazole ด้วยการสวนเก็บทางทวารจึงเป็นทางเลือกอีกวิธีหนึ่งที่สามารถให้ผลดีในการรักษากับผู้ป่วยที่อยู่ในสภาวะพิเศษนี้ และสามารถให้ยาในขนาดที่เท่ากับการบริหารยาทางปาก โดยพิจารณาจากระดับยา methimazole ในพลาสมา เมื่อเปรียบเทียบการให้ยาในทั้ง 2รูปแบบแก่อาสาสมัครที่มีสุขภาพปกติแข็งแรง |
| บรรณานุกรม | : |
อุษณีย์ ริงคะนานนท์ . (2543). การศึกษาเปรียบเทียบระดับยาในพลาสมาของยาเมธิมาโซลในรูปแบบของการกินและการสวนเก็บทางทวาร.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อุษณีย์ ริงคะนานนท์ . 2543. "การศึกษาเปรียบเทียบระดับยาในพลาสมาของยาเมธิมาโซลในรูปแบบของการกินและการสวนเก็บทางทวาร".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อุษณีย์ ริงคะนานนท์ . "การศึกษาเปรียบเทียบระดับยาในพลาสมาของยาเมธิมาโซลในรูปแบบของการกินและการสวนเก็บทางทวาร."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print. อุษณีย์ ริงคะนานนท์ . การศึกษาเปรียบเทียบระดับยาในพลาสมาของยาเมธิมาโซลในรูปแบบของการกินและการสวนเก็บทางทวาร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.
|
