ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การปรับปรุงกระบวนการวัดปริมาณน้ำมันของเรือขนส่งน้ำมัน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การปรับปรุงกระบวนการวัดปริมาณน้ำมันของเรือขนส่งน้ำมัน
นักวิจัย : เริญ ทิฎฐิวิสุทธิ์
คำค้น : QUANTITY MEASUREMENT , OIL TANKER
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082543001306
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงกระบวนการวัดปริมาณน้ำมันของเรือขนส่งน้ำมันโดยศึกษาวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้ปริมาณน้ำมันที่วัดได้ในแต่ละจุดมีความแตกต่างกัน และทำการปรับปรุงกระบวนการนั้นเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานของ ASTM API และ IP เนื่องจากเนื้อน้ำมันจะมีการหดตัวและขยายตัวตามอุณหภูมิ ดังนั้นจึงต้องมีการคำนวณเพื่อปรับปริมาณน้ำมันที่วัดได้ในเบื้องต้นให้เป็นปริมาณน้ำมันที่อุณหภูมิมาตรฐาน 60 และ 86 องศาฟาเรนต์ไฮท์ โดยใช้ค่าแฟคเตอร์ของอุณหภูมิและค่าความถ่วงจำเพาะของเนื้อ น้ำมันในการคำนวณทั้งนี้จำเป็นต้องมีการเปรียบเทียบปริมาณน้ำมันที่คำนวณได้ในแต่ละจุดคือปริมาณน้ำมันจากมิเตอร์ เรือต้นทาง เรือปลายทางและถังปลายทางเพื่อควบคุมการขนส่งให้เป็นไปตามสัญญาซื้อขาย ในการศึกษาได้ใข้เรือตัวอย่างจำนวน 4 ลำ รับน้ำมันจากโรงกลั่นตัวอย่าง 2 โรงกลั่นขนส่งไปยังคลังปลายทาง 3 คลัง การปรับปรุงกระบวนการวัดปริมาณน้ำมันดำเนินการดังนี้ โรงกลั่นต้นทางจากการวิเคราะห์ข้อมูลเดิมพบว่าระบบการไล่อากาศในระบบท่อทางของโรงกลั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ปริมาณน้ำมันที่วัดได้มีความผิดพลาดกล่าวคือโรงกลั่นที่ 1 จะไล่อากาศจนความดันในท่อคงที่ ที่ 10บาร์จึงหยุด โรงกลั่นที่ 2 จะใช้เวลาเป็นเกณฑ์ที่ 5 นาที โรงกลั่นทั้งสองโรงไม่มี การตรวจสอบหาฟองอากาศอีกครั้งภายหลังการไล่อากาศจึงได้ทำการปรับปรุง วิธีการไล่อากาศโดยกำหนดให้ทำการไล่อากาศจนความดันในระบบท่อทางมีค่าคงที่ 10 บาร์ และต้องมีการตรวจสอบหาฟองอากาศอีกครั้งจนแน่ใจว่า ไม่มีฟองอากาศอยู่ในระบบทั้งนี้ต้องมีการบันทึกเวลาและความดันที่ใช้ในการไล่อากาศของเรือแต่ละลำ รวมถึงการตรวจสอบปริมาณน้ำมันที่ได้จากการวัดถังมิเตอร์และเรือขนส่งต้องไม่เกิน 0.5% เรือขนส่ง วิธีการตักดัวอย่างน้ำมันจากเรือเดิมจะสุ่มตักจาก 2องโดยใช้การตักแบบ 3 ระดับและวัดอุณหภูมิจาก 2 ช่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนของค่าความถ่วงจำเพาะและอุณหภูมิ เป็นผลให้การคำนวณปริมาณน้ำมันที่อุณหภูมิมาตรฐานเกิดความคลาดเคลื่อน จึงได้ปรับปรุงให้มีการตักตัวอย่างแบบ ทุกระดับจากทุกช่องบรรจ และให้มีการวัดอุณหภูมิอย่างน้อย 4 ช่องบรรจุ และปรับปรุงการวัดระดับน้ำมัน จาก 2 ครั้งเป็น5 ครั้งเพื่อลดความคลาดเคลื่อนที่เกิดจากคลื่นลม คลังปลายทางกำหนดให้มีการไล่อากาศในระบบท่อทางทั้งก่อนและหลังการรับน้ำมันจากเรือโดยต้องไล่อากาศจนกว่าไม่มีฟองอากาศอยู่ในระบบการตักตัวอย่างและการวัดอุณหภูมิเปลี่ยนจากการตักและการวัดอุณหภูมิที่ระดับกึ่งกลางเพียงจุดเดียว เป็นการตักตัวอย่างและวัดอุณหภูมิจาก 3ระดับ ทั้งนี้กำหนดให้มีการจัดทำประวัติการสอบเทียบเครื่องมือวัดทั้งหมดที่ใช้ในเรือและที่คลังปลายทางและติดป้ายแสดงสถานภาพของเครื่องมือไว้ในสถานที่จัดเก็บ โดยต้องมีการตรวจสอบสภาพของเครื่องมือวัดและบันทึกผลการตรวจสอบก่อนนำเครื่องมือไปใช้งาน ภายหลังการปรับปรุงพบว่าเปอร์เซนต์การปับปรุงของความแตกต่างระหว่างปริมาณน้ำมันจากมิเตอร์กับเรือต้นทางและเปอร์เซนต์ของความแตกต่างระหว่างปริมาณน้ำมันในเรือปลายทางและถังปลายทางเพิ่มขึ้นดังนี้ ลำที่ 1เพิ่มขึ้น 59.18 % และ 62.12 %, ลำที่ 2 (ULG) เพิ่มขึ้น 69.05% และ50.00%, ลำที่ 2 (ULR) เพิ่มขึ้น 60.87% และ 21.74%, ลำที่ 3 เพิ่มขึ้น55.56% และ 68.06%,ลำที่ 4 เพิ่มขึ้น 95.45% และ 92.77% ตามลำดับนอกจากนี้เมื่อพิจารณาถึงความสม่ำเสมอของกระบวนการวัดโดยวิเคราะห์จากค่าอัตราส่วน เฉพาะของเรือที่ต้นทางและปลายทาง พบว่ามีค่าเข้าใกล้หนึ่งและสม่ำเสมอมากกว่าข้อมูลเดิม ดังนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่ากระบวนการวัดปริมาณน้ำมันที่ได้ปรับปรุงขึ้นนี้ทำให้การวัดปริมาณน้ำมันมีความถูกต้องและสม่ำเสมอมากขึ้น

บรรณานุกรม :
เริญ ทิฎฐิวิสุทธิ์ . (2543). การปรับปรุงกระบวนการวัดปริมาณน้ำมันของเรือขนส่งน้ำมัน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เริญ ทิฎฐิวิสุทธิ์ . 2543. "การปรับปรุงกระบวนการวัดปริมาณน้ำมันของเรือขนส่งน้ำมัน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เริญ ทิฎฐิวิสุทธิ์ . "การปรับปรุงกระบวนการวัดปริมาณน้ำมันของเรือขนส่งน้ำมัน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
เริญ ทิฎฐิวิสุทธิ์ . การปรับปรุงกระบวนการวัดปริมาณน้ำมันของเรือขนส่งน้ำมัน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.