| ชื่อเรื่อง | : | การเปรียบเทียบความตรงเชิงโครงสร้าง ความเที่ยง ความคงที่ในการตอบค่าเฉลี่ยของคะแนนการตอบและฟังก์ชันสารสนเทศของมาตรวัดเจตคติแบบลิเคิร์ทที่มีทิศทางการเรียงมาตรและความเข้มของข้อความต่างกัน |
| นักวิจัย | : | อังคณา ทองดี |
| คำค้น | : | CONSTRUCT VALIDITY , RELIABILITY , RESPONSE STABILITY , INFORMATION FUNCTION , LIKERT ATTITUDE SCALES , DIFFERENT ORDER OF RESPONSE LABELS , INTENSITYOF STATEMENTS |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082543000881 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเปรียบเทียบความตรงเชิงโครงสร้างความเที่ยง ความคงที่ในการตอบ ค่าเฉลี่ยของคะแนนการตอบและฟังก์ชันสารสนเทศของมาตรวัดเจตคติแบบลิเคิร์ทที่มีทิศทางการเรียงมาตรและความเข้มของข้อความต่างกัน และศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างทิศทางการเรียงมาตรและความเข้มของข้อความที่มีต่อค่าเฉลี่ยของคะแนนตอบความเที่ยงและความคงที่ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ มาตรวัดเจตคติต่อวิชาชีพครูแบบลิเคิร์ท จำนวน 6 ฉบับ กลุ่มตัวอย่าง คือ นิสิตคณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน 208 คน วิเคราะห์หาค่าสถิติพื้นฐาน วิเคราะห์ค่าความเที่ยงตามสูตรสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาควิเคราะห์ความตรงเชิงโครงสร้างด้วยวิธีการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันโดยโปรแกรมLISREL 8 10 วิเคราะห์ความคงที่ในการตอบโดยการทดสอบความแตกต่างระหว่างตำแหน่งของผู้ตอบในมาตรวัดแต่ละฉบับวิเคราะห์ฟังก์ชันสารสนเทศของมาตรวัดโดยใช้โปรแกรม PARSCALE ผลการวิจัย สรุปได้ดังนี้ 1. มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างทิศทางการเรียงมาตรและความเข้มของข้อความที่มีต่อค่าเฉลี่ยของคะแนนตอบ โดยมาตรวัดที่มีทิศทางการเรียงมาตรจากเชิงลบไปหาเชิงบวกให้คะแนนเฉลี่ยสูงกว่ามาตรวัดที่มีทิศทางการเรียงมาตรจากเชิงบวกไปหาเชิงลบ เมื่อความเข้มของข้อความเป็นอย่างมากและอย่างปานกลาง แต่ในกรณีที่มีความเข้มของข้อความเป็นอย่างอ่อนค่าเฉลี่ยของคะแนนการตอบจากมาตรวัดที่มีทิศทางการเรียงมาตรจากเชิงบวกไปหาเชิงลบสูงกว่ามาตรวัดที่มีทิศทางการเรียงมาตรจากเชิงลบไปหาเชิงบวก 2. ไม่มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างทิศทางการเรียงมาตรและความเข้มของข้อความที่มีต่อค่าเฉลี่ยของคะแนนตอบ กล่าวคือ มาตรวัดที่มีทิศทางการเรียงมาตรจากเชิงลบไปหาเชิงบวกให้ค่าความเที่ยงของมาตรวัดสูงกว่ามาตรวัดที่มีทิศทางการเรียงมาตรจากเชิงบวกไปหาเชิงลบในทุกระดับความเข้มของข้อความ 3. มาตรวัดเจตคติทั้ง 6 ฉบับ มีความตรงเชิงโครงสร้างไม่ต่างกัน 4. ไม่มีความคงที่ในการตอบของผู้ตอบในแต่ละมาตรวัดและไม่มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างความเข้มของข้อความและทิศทางการเรียงมาตรต่อความคงที่ในการตอบของผู้ตอบ 5. ในช่วงระดับเจตคติต่ำถึงปานกลาง (-3(+,ฃ)(+,q)0) มาตรวัดฉบับที่มีทิศทางการเรียงมาตรจากเชิงลบไปหาเชิงบวกและความเข้มของข้อความอย่างมากให้ฟังก์ชันสารสนเทศสูงสุด แต่ในช่วงเจตคติสูง (.5(+,ฃ)(+,q)3)มาตรวัดฉบับที่มีทิศทางการเรียงมาตรจากเชิงลบไปหาเชิงบวกและความเข้มของข้อความอย่างอ่อนให้ฟังก์ชันสารสนเทศสูงสุด และเมื่อพิจารณาอัตราส่วนสารสนเทศเฉลี่ย พบว่ามาตรวัดที่มีทิศทางการเรียงมาตรจากเชิงลบไปหาเชิงบวกมีอัตราส่วนสารสนเทศเฉลี่ยสูงกว่ามาตรวัดที่มีทิศทางการเรียงมาตรจากเชิงบวกไปหาเชิงลบในทุกระดับความเข้ม |
| บรรณานุกรม | : |
อังคณา ทองดี . (2543). การเปรียบเทียบความตรงเชิงโครงสร้าง ความเที่ยง ความคงที่ในการตอบค่าเฉลี่ยของคะแนนการตอบและฟังก์ชันสารสนเทศของมาตรวัดเจตคติแบบลิเคิร์ทที่มีทิศทางการเรียงมาตรและความเข้มของข้อความต่างกัน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อังคณา ทองดี . 2543. "การเปรียบเทียบความตรงเชิงโครงสร้าง ความเที่ยง ความคงที่ในการตอบค่าเฉลี่ยของคะแนนการตอบและฟังก์ชันสารสนเทศของมาตรวัดเจตคติแบบลิเคิร์ทที่มีทิศทางการเรียงมาตรและความเข้มของข้อความต่างกัน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อังคณา ทองดี . "การเปรียบเทียบความตรงเชิงโครงสร้าง ความเที่ยง ความคงที่ในการตอบค่าเฉลี่ยของคะแนนการตอบและฟังก์ชันสารสนเทศของมาตรวัดเจตคติแบบลิเคิร์ทที่มีทิศทางการเรียงมาตรและความเข้มของข้อความต่างกัน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print. อังคณา ทองดี . การเปรียบเทียบความตรงเชิงโครงสร้าง ความเที่ยง ความคงที่ในการตอบค่าเฉลี่ยของคะแนนการตอบและฟังก์ชันสารสนเทศของมาตรวัดเจตคติแบบลิเคิร์ทที่มีทิศทางการเรียงมาตรและความเข้มของข้อความต่างกัน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.
|
