ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวทางการนำแสงธรรมชาติมาใช้ในอาคารสถานีขนส่งเพื่อลดการใช้แสงประดิษฐ์ :กรณีศึกษา สถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต 2

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวทางการนำแสงธรรมชาติมาใช้ในอาคารสถานีขนส่งเพื่อลดการใช้แสงประดิษฐ์ :กรณีศึกษา สถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต 2
นักวิจัย : อธินันท์ โสภาพงศ์
คำค้น : DAYLIGHTING , BUILDING RETROFIT , ENERGY CONSERVATION
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082543000757
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาวิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางที่เหมาะสมในเชิงเทคนิคและเศรษฐศาสตร์เบื้องต้นในการนำแสงธรรมชาติเข้ามาใช้ภายในอาคารสถานีขนส่งเพื่อลดการใช้แสงประดิษฐ์ การศึกษาครั้งนี้ ได้เลือกอาคารสถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต 2 เป็นอาคารกรณีศึกษา เนื่องจากเป็นอาคารที่มีการเปิดใช้งาน ตลอด 24 ชม. ขนาดพื้นที่ตลอดจนสภาพแวดล้อมของอาคารมีความเหมาะสมทำให้สะดวกต่อการทำวิจัย ขั้นตอนการศึกษาเริ่มจากการสำรวจประเมินผลและวิเคราะห์อาคารกรณีศึกษาเพื่อศึกษาปัญหาในเรื่องการใช้แสงธรรมชาติและแสงประดิษฐ์ภายในอาคาร เพื่อเป็นแนวทางในการกำหนดแนวทางเลือกในการ ปรับปรุงจากการสำรวจพบว่า หลังคาและที่จอดระรับ-ส่ง ขนาดใหญ่ที่บริเวณชั้น 2 ทางด้านทิศตะวันออก เป็นอุปสรรคต่อการส่องผ่านของแสงธรรมชาติสู่ภายในอาคาร การจัดพื้นที่ใช้สอยภายในอาคารไม่สอดคล้อง กับตำแหน่งช่องเปิดและช่องแสงด้านบนของอาคารซึ่งเป็นกระจกสีชามีปริมาณแสงสว่างและความร้อนที่มากับแสงสว่างมากจนเกินไปทำให้ต้องมีการติดตั้งแผ่นกรองไว้ใต้ช่องเปิดซึ่งทำให้ปริมาณความส่องสว่างที่วัดได้ ภายในอาคารมีค่าต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดจึงจำเป็นต้องใช้แสงประดิษฐ์เสริมตลอดเวลา ดังนั้นแนวทางในการปรับปรุงอาคารจึงมุ่งพิจารณาการนำแสงธรรมชาติมาทดแทนแสงประดิษฐ์โดยการนำเสนอ 3 แนวทาง คือ การปรับปรุงช่องแสงด้านบนการเจาะช่องเปิดเพิ่มที่ผนังอาคารชั้นลอยและการใช้หิ้งสะท้อนแสงที่สำนักงานชั้น 3 ผลการวิจัยพบว่าแนวทางการปรับปรุงช่องแสงด้านบนจากช่องแสงกระจกสีชาเป็นหลังคาฟันเลื่อยทึบแสงที่มีช่องเปิดด้านบน 15% สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ 220,880.98 กิโลวัตต์ต่อปี โดยที่ 81.37% ของพลังงานที่ลดได้มาจากภาวะการทำความเย็นที่ลดลงจากการเปลี่ยนรูปแบบหลังคาสามารถลดค่าไฟฟ้าลงได้ 595,695.87 บาทต่อปี มีระยะเวลาคืนทุน1.24 ปี แนวทางการเจาะช่องเปิดเพิ่มที่ผนังอาคารชั้นลอย สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ 41,929.84 กิโลวัตต์ต่อปี สามารถลดค่าไฟฟ้าลงได้123,472.26 บาทต่อปี มีระยะเวลาคืนทุน 4.32 ปี แนวทางการเพิ่มหิ้งสะท้อนแสงที่มีค่าการสะท้อน 80% สามารถลดการใช้พลังงาน ไฟฟ้าได้ 19,014.55กิโลวัตต์ต่อปีสามารถลดค่าไฟฟ้าลงได้ 68,578.92 บาทต่อปี โดยมีระยะเวลาคืนทุน 3.04 ปี และจากการนำแนวทางการปรับปรุงที่ดีที่สุดจากทั้ง 3 แนวทางมาใช้ร่วมกันคือ การปรับปรุงช่องแสง ด้านบนเป็นหลังคาฟันเลื่อยที่มีช่องเปิด15% การเจาะช่องเปิดเพิ่มที่ผนังอาคารชั้นลอย ร่วมกับการใช้หิ้งสะท้อนแสงที่มีค่าการสะท้อน 80% สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ 281,825.37กิโลวัตต์ต่อปี สามารถ ลดค่าไฟฟ้าลงได้ 787,747.05 บาทต่อปี โดยมีระยะเวลาคืนทุน 1.83 ปี

บรรณานุกรม :
อธินันท์ โสภาพงศ์ . (2543). แนวทางการนำแสงธรรมชาติมาใช้ในอาคารสถานีขนส่งเพื่อลดการใช้แสงประดิษฐ์ :กรณีศึกษา สถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต 2.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อธินันท์ โสภาพงศ์ . 2543. "แนวทางการนำแสงธรรมชาติมาใช้ในอาคารสถานีขนส่งเพื่อลดการใช้แสงประดิษฐ์ :กรณีศึกษา สถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต 2".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อธินันท์ โสภาพงศ์ . "แนวทางการนำแสงธรรมชาติมาใช้ในอาคารสถานีขนส่งเพื่อลดการใช้แสงประดิษฐ์ :กรณีศึกษา สถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต 2."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
อธินันท์ โสภาพงศ์ . แนวทางการนำแสงธรรมชาติมาใช้ในอาคารสถานีขนส่งเพื่อลดการใช้แสงประดิษฐ์ :กรณีศึกษา สถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต 2. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.