ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้ยาต้านจุลชีพในผู้ป่วยนอกโรคอุจจาระร่วง สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้ยาต้านจุลชีพในผู้ป่วยนอกโรคอุจจาระร่วง สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี
นักวิจัย : วิยดา ก่อเกียรติสาขา
คำค้น : ANTIMICROBIAL , DIARRHEA , CHILD , CULTURE , SENSITIVITY
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082543000672
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยนี้เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอุบัติการณ์การเกิดโรคอุจจาระร่วงชนิดของเชื้อแบคทีเรียและความไวของเชื้อแบคทีเรียก่อโรค รูปแบบการให้การรักษา รวมถึงผลของการให้และไม่ให้ยาต้านจุลชีพในการรักษาโรคอุจจาระร่วงของผู้ป่วยนอกอายุ 3เดือน ถึง 15 ปีบริบูรณ์ของสถาบัน สุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 ถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544มีผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงทั้งหมด 2,213 ราย อุบัติการณ์การเกิดโรคร้อยละ1.9 ผู้ป่วยมีอายุเฉลี่ย 1.9 (+,ฑ) 2.2 ปี ผู้ป่วยได้รับการเพาะเชื้อ944 ราย (ร้อยละ 42.6) พบเชื้อเพียง 296 ราย (ร้อยละ 31.4)เชื้อที่พบได้แก่ ~iAeromonas~i spp. (ร้อยละ 52.2) รองลงมาคือ~iSalmonella~i spp. (ร้อยละ 29.6) ~iPlesiomonas~i spp.(ร้อยละ 10.9) ~iShigella~i spp. (ร้อยละ 3.8)และ ~iVibrio~i spp.(ร้อยละ 3.5) ~iAeromonas~i spp. ไวต่อยาเจนนาไมซินสูงสุดร้อยละ 97ถึง 100 ยกเว้น ~iA. sobria~i ไวต่อยาคลอแรมเฟนิคอลสูงสุด ร้อยละ 96เชื้อในกลุ่มนี้ไวต่อยานอร์ฟลอกซาซินร้อยละ 71 ถึง 97 แต่ดื้อต่อยาแอมพิซิลลิน~iSalmonella~i spp. ไวต่อยานอร์ฟลอกซาซินและยาเจนตาไมซินสูงสุดร้อยละ100 ยกเว้น ~iS. paratyphi B~i ไวต่อยาเจนตาไมซินเพียงร้อยละ 51~iPlesiomonas~i spp. ไวต่อยาคลอแรมเฟนิคอลสูงสุดร้อยละ 93 รองลงมาคือยานอร์ฟลอกซาซินและยาโคไตรม็อกซาโซล ร้อยละ 91 และ 70 ตามลำดับ~iShigella~i spp. ไวต่อยาเจนตาไมซินกรดนาลิดิซิก และยานอร์ฟลอกซาซินร้อยละ90 ถึง 100 โดย ~iS.sonnei~i ยังคงไวต่อยาแอมพิซิลลินและยาคลอแรมเฟนิคอลร้อยละ 90 และ 100 ตามลำดับ แต่ ~iS. flexneri~i ดื้อต่อยาทั้งสองชนิด~iVibrio~i spp. พบสองสายพันธุ์ซึ่งยังไวต่อยานอร์ฟลอกซาซินร้อยละ 91 ถึง 100แต่ไวต่อยาเตตราซัยคลินเพียงร้อยละ 64 ถึง 67 ผู้ป่วยที่ติดตามผลการรักษาได้จำนวน 534 ราย พบว่ามีการสั่งจ่ายยานอร์ฟลอกซาซินมากที่สุด ร้อยละ 41.4 รองลงมาคือ ยาโคไตรม็อกซาโซล ยาโคลิสติน ยาเซฟไตรอะโซนร่วมกับนอร์ฟลอกซาซิน และยาเซฟไตรอะโซน ร้อยละ 3.2, 0.7, 0.4 และ 0.2 ตามลำดับผลการรักษาพบว่าผู้ป่วยหายจากโรค ร้อยละ 81.8 อาการทุเลาร้อยละ 11.2 และไม่หายจากโรคร้อยละ 7.0 ระยะเวลาที่ผู้ป่วยหายจากโรคอุจจาระร่วงเฉลี่ย 4.3 (+,ฑ) 2.1 วัน ผู้ป่วยร้อยละ 73.6หายจากโรคภายใน 7 วันตามเกณฑ์ของการศึกษานี้ผู้ป่วยที่ได้รับยาต้านจุลชีพ 245 ราย พบว่าหายจากโรคร้อยละ 88.6 อาการทุเลาร้อยละ7.8 และไม่หาย จากโรคร้อยละ 3.6 ทั้งในกลุ่มผู้ป่วยที่พบเชื้อและไม่พบเชื้อในอุจจาระพบว่าค่ายารักษาโรคอุจจาระร่วงเฉลี่ยไม่มีความแตกต่างทางสถิติระหว่างผู้ที่ได้รับและไม่ได้รับยาต้านจุลชีพ(p-value = 0.707 และ 0.182 ตามลำดับ)ระยะเวลาที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่พบเชื้อระหว่างกลุ่มที่ได้รับและไม่ได้รับยาต้านจุลชีพไม่พบความแตกต่างทางสถิติ (p-value = 0.117)เช่นเดียวกับกลุ่มที่ไม่พบเชื้อในอุจจาระ (p-value = 0.479)จากการศึกษานี้แสดงว่าการได้รับยาต้านจุลชีพไม่มีผลต่อค่ายาและระยะเวลาในการรักษาผู้ป่วยทั้งที่พบและไม่พบเชื้อแบคทีเรียก่อโรคในอุจจาระถึงแม้ว่าจะไม่พบความแตกต่างของค่ายาและ ระยะเวลาในการรักษาโรคอุจจาระร่วง แต่ควรมีการศึกษาถึงผลกระทบในระยะยาวจากการใช้ยาต้านจุลชีพ และการเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากยาที่อาจส่งผลให้สิ้นเปลืองค่ารักษาพยาบาลมากขึ้น

บรรณานุกรม :
วิยดา ก่อเกียรติสาขา . (2543). การใช้ยาต้านจุลชีพในผู้ป่วยนอกโรคอุจจาระร่วง สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วิยดา ก่อเกียรติสาขา . 2543. "การใช้ยาต้านจุลชีพในผู้ป่วยนอกโรคอุจจาระร่วง สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วิยดา ก่อเกียรติสาขา . "การใช้ยาต้านจุลชีพในผู้ป่วยนอกโรคอุจจาระร่วง สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
วิยดา ก่อเกียรติสาขา . การใช้ยาต้านจุลชีพในผู้ป่วยนอกโรคอุจจาระร่วง สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.