| ชื่อเรื่อง | : | การดำเนินคดีอาญาต่อกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ |
| นักวิจัย | : | สมชาติ เลิศลิขิตวรกุล |
| คำค้น | : | CRIMINAL PROSECUTINO AGAINST , COUNTER CORRUPTION COMMITTEE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082543000493 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการในการดำเนินคดีอาญาต่อกรรมการ ป.ป.ช.กับมุ่งวิเคราะห์กฎหมายที่ใช้บังคับว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ เกี่ยวกับวิธีดำเนินการวิจัยใช้วิธีวิจัยเอกสารเป็นหลัก โดยนำข้อมูลที่ได้มาพิเคราะห์เพื่อกำหนดประเด็นปัญหา และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นเพื่อเป็นการยืนยันตามข้อสมมติฐานที่ผู้วิจัยกำหนดไว้ พร้อมกับเสนอแนวทางแก้ปัญหา อันจะเป็นประโยชน์แก่การแก้ไขกฎหมายในโอกาสต่อไป ผลการวิจัยพบว่ากฎหมายที่ใช้บังคับยังขาดความสมบูรณ์บทบัญญัติในกฎหมายบางเรื่องเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินคดี และมีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในกระบวนการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ โดยเฉพาะที่กฎหมายกำหนดว่า ก่อนนำคดีมาสู่ศาลจะต้องมีการเข้าชื่อร้องขอจากสมาชิกรัฐสภาก่อน หรือการห้ามมิให้กรรมการ ป.ป.ช.ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างนั้นจนกว่าจะมีคำพิพากษาให้ยกคำร้อง หรือการที่กำหนดให้องค์คณะผู้พิพากษาเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวน เพื่อทำหน้าที่ไต่สวนข้อเท็จจริงและทำความเห็นดำเนินคดีตามคำร้องขอก่อนส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดฟ้องคดีต่อศาลฎีกาฯ ตลอดจนการกำหนดให้อัยการสูงสุดต้องฟ้องคดีตามมติของคณะกรรมการไต่สวนไม่สามารถใช้ดุลพินิจเป็นอย่างอื่นนั้น ซึ่งตามกรณีดังกล่าวผู้วิจัยได้เสนอมาตรการกำหนดแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาแต่ละกรณีดังนี้ ให้สิทธิแก่ผู้เสียหายจากการกระทำของกรรมการ ป.ป.ช.สามารถยื่นข้อร้องเรียนแก่ผู้ตรวจราชการแผ่นดินของรัฐสภา เพื่อให้มีการดำเนินคดีอาญาต่อกรรมการ ป.ป.ช.ได้ นอกเหนือจากการเข้าชื่อร้องขอจากสมาชิกรัฐสภา โดยให้ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภามีอำนาจหน้าที่ไต่สวนข้อเท็จจริง และทำความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินคดีดังกล่าวก่อนที่จะส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดพิจารณาว่า สมควรจะฟ้องกรรมการ ป.ป.ช.ผู้ใดต่อศาลฎีกาฯ หรือไม่ ในกรณีที่อัยการสูงสุดไม่เห็นด้วยกับมติของผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาที่เห็นควรฟ้องคดี ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาก็มีอำนาจดำเนินการฟ้องคดีเองได้ หรืออาจแต่งตั้งทนายความให้ฟ้องคดีแทนก็ได้ เมื่อมีการฟ้องกรรมการ ป.ป.ช.ต่อศาล หากศาลฎีกาฯ ยังมิได้มีคำพิพากษาว่ากระทำผิดและพิพากษาให้จำคุกแล้ว กรรมการ ป.ป.ช.ผู้นั้นก็ชอบที่จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายต่อไปได้เว้นเสียแต่จะต้องพ้นจากตำแหน่งตามวาระหรือเมื่อต้องเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายกำหนดไว้ทั้งนี้ เพื่อให้กรรมการ ป.ป.ช.สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดได้ต่อไป อันจะทำให้การทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐดำเนินต่อไปได้อย่างสมบูรณ์ |
| บรรณานุกรม | : |
สมชาติ เลิศลิขิตวรกุล . (2543). การดำเนินคดีอาญาต่อกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สมชาติ เลิศลิขิตวรกุล . 2543. "การดำเนินคดีอาญาต่อกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สมชาติ เลิศลิขิตวรกุล . "การดำเนินคดีอาญาต่อกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print. สมชาติ เลิศลิขิตวรกุล . การดำเนินคดีอาญาต่อกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.
|
